“สุชาติ” เหน็บ “วินทร์ เลียววาริณ” เขียนประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม ชำแหละปม สิ้น “เสธ. แดง” กระหายอำนาจ!?

2305

สุชาติ ศิลปินม็อบสามนิ้ว เหน็บ “วินทร์ เลียววาริณ” เขียนประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม ชำแหละปม สิ้น “เสธ. แดง” กระหายอำนาจ!?

จากกรณีของนายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีของวินทร์ เลียววารินทร์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ และนักเขียนเจ้าของรางวัลซีไรต์ โดยระบุข้อความว่า

มีคนถามว่า ทำไม วินทร์ เลียววารินทร์ ได้รับประกาศเกียรติเป็น”ศิลปินแห่งชาติ” สาขาวรรณศิลป์ ตอนอายุ 50 กว่าๆ คำตอบคือ “ขยันครับ”

ซึ่งทางด้าน วินทร์ เลียววารินทร์ ก็กำลังเขียนหนังสือ ชื่อ ประวัติศาสตร์ที่เราลืม โดยมีการพูดถึงประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับความตายของ ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ. แดงส่งสัญญาณบางอย่างไปให้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสงครามกลางเมืองครั้งนี้ โดยระบุข้อความว่า

ความตายของ เสธ. แดงส่งสัญญาณบางอย่างไปให้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสงครามกลางเมืองครั้งนี้ แกนนำเสื้อแดงบางคนสะดุ้ง กระนั้นหนึ่งวันหลังจาก เสธ. แดงถูกยิง สงครามกลางเมืองทวีความเข้มข้นขึ้น
๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เกิดการปะทะกันที่หน้าสนามมวยเวทีลุมพินี บริเวณแยกบ่อนไก่ ถนนพระรามที่ ๔ และที่แยกศาลาแดง ระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารกับ ‘กลุ่มบุคคลลึกลับไม่ทราบฝ่าย’ ซึ่งใช้ระเบิดขวดและระเบิดควันขว้างใส่ทหาร ทหารยิงกระสุนและแก๊สน้ำตา ผู้ชุมนุมคนหนึ่งเสียชีวิต
๑๕ พฤษภาคม ผู้ชุมนุมบุกเข้าขโมยของตามร้านค้า ยกเว้นหนังสือ
๑๗ พฤษภาคม สงครามระหว่าง ‘กลุ่มบุคคลลึกลับไม่ทราบฝ่าย’ กับทหารดำเนินไปทั้งคืน ‘กลุ่มบุคคลลึกลับไม่ทราบฝ่าย’ยิงระเบิดเอ็ม ๗๙ ใส่โรงแรมดุสิตธานี จนเกิดเพลิงไหม้ที่ชั้น ๕ และชั้น ๑๗ ของโรงแรม นอกจากนี้ยังยิงระเบิดเอ็ม ๗๙ สามลูกตกลงที่ตึกอื้อจือเหลียง สองลูกที่บริเวณลานพระราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สวนลุมพินี ตลอดการชุมนุม เฮลิคอปเตอร์ทหารโปรยใบปลิวเหนือจุดชุมนุม ขอให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ ปรากฏว่ามีการยิงตะไลใส่เฮลิคอปเตอร์ ในที่สุดรัฐบาลก็ตัดสินใจสลายการชุมนุมครั้งสุดท้าย
วันที่ ๑๔ พฤษภาคม กำลังทหารเข้าล้อมพื้นที่แยกราชประสงค์ มีรถหุ้มเกราะและพลซุ่มยิงในคืนวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ทหารใช้รถหุ้มเกราะบุกฝ่าปราการกีดขวางของผู้ชุมนุม เกิดการปะทะกัน มีผู้เสียชีวิต
วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ‘กลุ่มบุคคลลึกลับไม่ทราบฝ่าย’ ยิงระเบิดใส่ทหาร บาดเจ็บสาหัสสองนาย การปะทะกันดำเนินไป มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต กลุ่ม นปช. ใช้ยางรถยนต์ทำเป็นบังเกอร์ แต่ในที่สุดกำลังทหารก็สามารถรุกเข้ายึดพื้นที่รอบสวนลุมพินีสำเร็จ นายฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพชาวอิตาลี ถูกยิงบริเวณแยกศาลาแดง
วันที่ ๑๙ พฤษภาคม กำลังทหารค่อย ๆ รุกเข้ายึดพื้นที่สี่แยกราชประสงค์เป็นครั้งสุดท้าย แกนนำกลุ่มเสื้อแดงต่อสายขอเจรจา รัฐบาลยืนกรานว่า ผู้ชุมนุมต้องสลายตัวก่อนเวลา ๑๓.๒๐ น. วันที่ ๑๙ พฤษภาคม แกนนำ นปช. ประกาศยุติการชุมนุม
แกนนำ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวต่อผู้ชุมนุมว่า “เราขอยุติเวทีการชุมนุมแต่เพียงเท่านี้ แต่การต่อสู้ยังไม่ยุติ การต่อสู้ยังต้องเดินหน้าไปตามกระบวนการประชาธิปไตยต่อไป…”

แกนนำ นปช. จตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวว่า “ชีวิตของพวกผมเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่นี่เป็นชีวิตของคนอื่น พวกผมรอด แต่พี่น้องต้องตาย ถ้าเขาขยับมาถึงเวที ผมรู้ว่าพี่น้องพร้อมพลีชีพ ไม่รู้กี่ชีวิต เราร่วมทุกข์ร่วมสุขมายาวนานที่สุด และก็รู้กันว่า อีกไม่รู้กี่ชีวิตที่ต้องตาย ถ้า ศอฉ. บุกมาถึงที่นี่ พี่น้องก็ยอมพลีชีพกันทุกคน ผมยอมไม่ได้ ฉะนั้นวันนี้ไม่ใช่ยอมจำนน แต่ไม่ต้องการให้พี่น้องเราต้องเสียชีวิตอีกแล้ว ทนเห็นความตายของพี่น้องไม่ได้อีกต่อไป…”
หลังจากนั้นแกนนำก็เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ การประกาศเลิกชุมนุมก่อให้เกิดความโกรธแค้นในหมู่ผู้ชุมนุมที่ไม่เห็นด้วย ผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งไม่ยอมมอบตัวต่อทางการ การสิ้นสุดการชุมนุมของ นปช. กลับเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายรอบสอง อุบัติการณ์เผาเมืองหลวงบังเกิดขึ้น กลุ่มบุคคลลึกลับไม่ทราบฝ่าย บุกเข้าวางเพลิงสถานที่ต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โรงภาพยนตร์สยาม อาคารมาลีนนท์ ธนาคารออมสิน อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน เป็นต้น รถพยาบาลและรถดับเพลิงวิ่งพล่าน
แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพบปัญหาใหม่
“ไฟไหม้หลายจุดมาก”
“รถดับเพลิงไปแล้วยัง?”
“ไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้”
“ทำไม?”
“เข้าไปไม่ได้ มีคนยิงสกัดไม่ให้เข้าไปดับเพลิง”
ควันดำลอยขึ้นจากอาคารต่าง ๆ เปลวไฟสีแดงกลืนกินเมือง ควันสีดำจากหลายจุดของเมืองลอยพวยพุ่งขึ้นฟ้า เหมือนภาพเหนือจริง แต่มันคือความจริง กรุงเทพฯกลายเป็นดินแดนมิคสัญญี ร้ายแรงกว่าครั้งกองทัพสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดในสงครามโลกครั้งที่สอง เพราะมันคือไทยฆ่าไทย ช่วงหลายปีหลังจากเหตุการณ์ปี ๒๕๕๓ แกนนำ นปช. ปฏิเสธความเกี่ยวข้องของคนเสื้อแดงกับการเผาเมือง แม้ว่าในการปราศรัยหลายครั้ง แกนนำคนเสื้อแดงพูดไปในทิศทางเดียวกันเช่นนั้น
อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ปราศรัยว่า “ถ้ารู้ว่าเขาจะปราบปราม ให้กลุ่มผู้ชุมนุมนำขวดแก้วมาคนละใบ บรรจุน้ำมันให้ได้ ๗๕๐ ซีซี. หรือ ๑ ลิตร หากในกรุงเทพฯ มีน้ำมัน ๑ ล้านลิตร รับรองกรุงเทพฯเป็นทะเลเพลิงอย่างแน่นอน”
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ปราศรัยว่า “ถ้าคุณยึดอำนาจ ผมให้เผาทั่วประเทศ เผาไปเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง ถ้าใครจะจับ มาเอากับผม อย่างที่ผมบอก คนเสื้อแดงขี้ตกใจ หากยิงตูม คนเสื้อแดงจะวิ่งเข้าเกษร พารากอน วิ่งเข้าโรงแรม แนวโน้มการตกใจมีหลายประการ บางคนตกใจวิ่งหากระเป๋าแบรนด์เนม บางคนตกใจชอบวิ่งไปหาเครื่องประดับ ทอง เพชร บางคนตกใจชอบขับรถเข้าไปในห้าง บางคนตกใจจุดไฟเข้ามาก็มี”
วีระ มุสิกพงศ์ ปราศรัยว่า “ขอบอกให้รู้ว่าไฟจะลุกท่วมทุกตารางนิ้วของประเทศไทย”
ไม่ว่าคำปราศรัยแบบ ‘เอามัน’ ของแกนนำเป็นศิลปะการพูดปราศรัย และมีมือที่สามแอบอ้าง จุดไฟเผาเมืองเพื่อใส่ร้ายคนเสื้อแดงจริงหรือไม่ คำปราศรัยเหล่านี้กลายเป็นบ่วงรัดคอแกนนำด้วยข้อหาก่อการร้ายในภายหลัง
แต่ความรุนแรงยังไม่ยุติเพียงนั้น
เวลาห้าทุ่ม พระวัดปทุมวนารามแจ้งว่าในวัดมีผู้เสียชีวิตหกคน ผู้ตายทั้งหมดเป็นพลเรือน ถูกยิงด้วยกระสุนปืน
ราคาของสงครามกลางเมืองครั้งนี้คือประชาชนเสียชีวิตราวหนึ่งร้อยคน ผู้บาดเจ็บจำนวนมาก
คำถามที่ตามมากับสงครามกลางเมือง ๒๕๕๔ คือ ใครเป็นผู้สั่งฆ่า เสธ. แดง และทำไม ใครเป็นผู้ยิงพลเรือนหกคนในวัดปทุมวนาราม หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๕ รายงานว่า :
นายแพทย์เหวง โตจิราการ กล่าวว่า “ผมยืนยันว่า เสธ. แดงไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะบนเวทีผมได้ประกาศชัดว่า ผมเคารพการต่อสู้ของ เสธ. แดง แต่ผมไม่เห็นด้วยกับแนวทางการปฏิบัติของ เสธ. แดง ดังนั้น เสธ. แดงจึงไม่มีความเกี่ยวข้องใดกับการชุมนุมในขณะนั้น แต่เรายกย่องการเสียสละของ เสธ. แดง”
ผู้สันทัดกรณีทางการเมืองหลายคนวิเคราะห์ว่า ฝ่ายใดน่าจะเป็นผู้บงการลอบสังหาร เสธ. แดง
เป็นเจ็ดทฤษฎี
๑ เป็นฝีมือของศูนย์อำนวยการและแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะเชื่อว่าในเมื่อ เสธ. แดงเป็นแม่ทัพของกลุ่มเสื้อแดง การกำจัดแม่ทัพก็ทำให้ฝ่ายเสื้อแดงอ่อนกำลังลง สลายได้ง่ายขึ้น
๒ เป็นการแก้แค้นการเสียชีวิตของ พ.ท. ร่มเกล้า ธุวธรรม และนายทหารอื่น ๆ ที่ถูก ‘คนชุดดำ’ สังหารที่สี่แยกคอกวัว
๓ เป็นฝีมือของกลุ่มการเมืองที่จะได้ประโยชน์จากสถานการณ์แห่งความขัดแย้ง โดยวิเคราะห์ว่า ความตายของ เสธ. แดง จะทำให้เหตุการณ์บานปลาย เพื่อผลประโยชน์บางอย่าง
๔ เป็นฝีมือของกลุ่มนายทหารที่ใกล้ชิด พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ฆ่า เสธ. แดง แล้วโยนความผิดไปให้รัฐบาลและกองทัพ อีกทั้งใช้ความตายของเสธ. แดงปลุกระดมกลุ่มคนเสื้อแดงให้ต่อสู้ต่อไป
๕ เป็นฝีมือของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อแก้แค้นที่ผู้ชุมเสื้อเหลืองถูกฆ่าหลายครั้งระหว่างการชุมนุมเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเชื่อกันว่า เสธ. แดงอยู่เบื้องหลัง
๖ เป็นฝีมือของกลุ่มคนเสื้อแดง สืบเนื่องจากความขัดแย้งภายในระหว่างสองกลุ่มในฝ่าย นปช.
๗ เป็นฝีมือของฝ่าย พล.ต.อ. สันต์ ศรุตานนท์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากัน
ความจริงเป็นอย่างไร ประชาชนไม่รู้ ประชาชนรู้เพียงว่า เกมชิงอำนาจครั้งนี้เล่นถึงตาย
สำหรับคดีฆ่าหกศพในวัดปทุมวนารามกลายเป็นประเด็นที่วิวาทะกันนานหลายปี ทุกฝ่ายชี้นิ้วไปที่อีกฝ่าย ศอฉ. และกองทัพบอกว่าเป็นฝีมือ ‘ชายชุดดำ’ ฆ่าแล้วโยนความผิดให้ทหาร เพราะพบอาวุธและกระสุนจำนวนมากในวัด
ฝ่ายผู้ชุมนุมบอกว่าเป็นฝีมือของทหารในกองทัพ เพราะมีหลักฐานว่ามีทหารสังกัดกองพันจู่โจม กรมรบพิเศษที่ ๓ ค่ายเอราวัณ ที่ประจำการอยู่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส และทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์ ที่ประจำการอยู่บนถนนพระรามที่ ๑ ภาพถ่ายเป็นที่ประจักษ์
นอกจากนี้ยังมีทฤษฎีว่าหกศพเป็นผลงานของการ์ด นปช. นำไปทิ้งในวัด พลเรือนทั้งหกไม่ได้ถูกฆ่าในวัด
คดีขึ้นสู่ชั้นศาล ในวันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ศาลได้วินิจฉัยว่า พิจารณาจากประจักษ์พยาน พยานแวดล้อม และผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ แล้ว เห็นว่าผู้ตายทั้งหกเสียชีวิตจากทหารฝ่ายรัฐบาล สงกรานต์เลือดเกิดขึ้นสองปีซ้อน การชิงอำนาจทางการเมืองยกระดับขึ้นไปอีกขึ้น เล่นถึงตาย ทำได้ทุกอย่างเพื่อชิงอำนาจ
หมายเหตุ เรื่องนี้จะรวมอยู่ในประวัติศาสตร์ที่เราลืม เล่ม ๕ ออกเดือนมีนาคมปีนี้ พร้อมเล่ม ๔