“สมบัติ”คุย”เยล”เผยน้องเตรียมแฉเบื้องหลังกุอุ้ม! สุดเศร้ามาขึ้นศาลไร้ใครมาเหลียวแล

3209

จากกรณีที่มีการเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันจับกุม นายมงคล สันติเมธากุล หรือ เยล การ์ดม็อบที่กุเรื่องโดนอุ้มได้ที่ จ.ลพบุรี ตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพ

ทั้งนี้โดยกรณีของนายมงคล สันติเมธากุล หรือ เยล อายุ 23 ปี หนึ่งในสมาชิกการ์ดกลุ่มปลดแอก ที่สร้างเรื่องว่าโดนอุ้มจากฝีมือของเจ้าหน้าที่ ซึ่ง วันนี้ (30 ม.ค. 2564) พ.ต.อ.วีระชัย เหลืองวิไล ผกก.(สอบสวน) รรท.ผกก.สภ.ลำสนธิ, พ.ต.อ.เติมรัศมิ์ จินดารัตน์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ และชุด สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้ร่วมกันจับกุมนายมงคล สันติเมธากุล บ้านเลขที่ 124/2 ม.3 ต.เขาน้อย อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพ ที่ 36/2564 ลงวันที่ 21 ม.ค. 2564

“ข้อหา กระทำผิดฐานผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอายา มาตรา 173 หรือแจ้งความเท็จ จับกุมได้ที่บริเวณหน้า สภ.ลำสนธิ ม.1 ต.ลำสนธิ อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี ร่วมกันนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และได้ควบคุมตัวพลทหารมงคลมาสอบสวนที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ”

ทั้งนี้ พ.ต.อ.เติมรัศมิ์ กล่าวว่า วันนี้หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมือง สมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ลำสนธิ จังหวัดลพบุรี ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายมงคลได้ เราก็นำตัวกลับมาทำการสอบสวน โดยผู้ต้องหามีทนายความมาร่วมรับฟังการสอบสวนด้วย 2 คน และผู้ต้องหาขอให้ปากคำเป็นการส่วนตัว

“ส่วนที่ไปจับกุมตัวได้ที่จังหวัดลพบุรีทางตัวผู้ต้องหาเองได้บอกว่าไปหาคนรู้จัก ซึ่งคงต้องควบคุมตัวนายมงคลไว้ที่โรงพัก สภ.เมืองสมุทรปราการก่อนและจะได้ประสานเจ้าหน้าที่ทหารพระธรรมนูญมารับตัวไปส่งฟ้องที่ศาลทหารกรุงเทพ ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากนายมงคล ยังเป็นผู้ต้องหาหลบหนีราชการทหารอีกคดีหนึ่งด้วย”

ล่าสุด ที่ศาลทหารกรุงเทพ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองสมุทรปราการ ได้นำตัว นายมงคล สันติเมธากุล หรือเยล การ์ดราษฎร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารทหารกรุงเทพ ที่ 36/2564 ลงวันที่ 21 ม.ค. 64 ในข้อหาแจ้งความเท็จ และ หลบหนีราชการทหาร จากกรณีกล่าวอ้างว่าตนเองถูกชายฉกรรจ์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ควบคุมตัวไปจาก พื้นที่จ.สมุทรปราการ มาฝากขังผัดแรก เป็นเวลา 12 วัน

ต่อมาเวลา 10.30 น. ศาลได้นั่งบัลลังก์พิจารณาคำร้องของพนักงานสอบสวนในการฝากขัง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คัดค้านการประกันตัวเพราะเกรงว่า ผู้ต้องหาจะหลบหนีเนื่องจากมีพฤติกรรมที่หลบหนีมาก่อนหน้านี้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจยังต้องสอบปากคำพยานอีกหลายปาก ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งนี้ศาลทหารได้อนุมัติให้ฝากขังและไม่ให้ประกันตัว

จากนั้นได้นำตัวขึ้นรถเรือนจำทหารไปควบคุมตัวที่เรือนจำทหาร จ.นครปฐมต่อไป โดยระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายเยล มาที่ศาล ไม่มีญาติและทนายความ รวมถึงมวลชน หรือกลุ่มการ์ดราษฎรมาให้กำลังใจที่หน้าศาลแต่อย่าง

ด้านเว็บไซต์ไทยโพสต์ ได้เผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับการจับกุมเยลด้วยว่า นายสิริพงศ์ สันติเมธากุล บิดานายมงคล หรือ เยล การ์ดราษฎร ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวไทยโพสต์ว่า ทราบข่าวลูกชายถูกจับตั้งแต่เมื่อเช้า ดีใจที่ลูกโดนจับแล้ว เพราะจะได้ไม่ไปก่อเรื่องขึ้นอีก แต่ความเป็นพ่อลึกๆในใจก็ต้องเป็นห่วงลูก คอยโทรศัพท์สอบถามข้อมูลตลอดกับตำรวจ เพราะตนไม่สามารถติดต่อกับลูกชายโดยตรง

“ในวันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ถ้าหากเจ้าหน้าที่อนุญาตให้เยี่ยม ก็จะไปหาลูกชาย อยากบอกให้เขารับสารภาพ บอกความจริงทุกอย่าง ไม่อยากให้สร้างเรื่องโกหกอีก แต่ไม่รู้ว่าลูกชายสร้างเรื่องถูกอุ้มเพียงคนเดียว หรือมีคนอื่นในกลุ่มการ์ดรู้เห็นเป็นใจด้วย ซึ่งตนได้ข้อมูลจากกลุ่มการ์ดเสื้อแดงว่า มีการสร้างเรื่องโดนอุ้มกันเป็นทีม วางแผนให้เป็นข่าวเพราะกระแสม็อบกำลังแผ่ว”

นายสิริพงศ์ ยังกล่าวอีกว่า หลังจากเยล ลูกชายตนได้หลบหนีไปที่จังหวัดลพบุรี ทราบว่าได้ไปหาพรรคพวกที่มีแนวคิดทางการเมืองเดียวกันรวมตัวเคลื่อนไหวอยู่ภายในวัดแห่งหนึ่ง จนกระทั่งหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดได้นำตัวไปส่งที่สภ.ลำสนธิ และนำตัวส่งมาที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ ปรากฏว่ามีทนายความเข้ามาเดินเรื่องช่วยเหลือคดี

“ผมอยากบอกให้ลูกชายรับสารภาพความจริงกับเจ้าหน้าที่ อย่าไปเชื่อทนาย ไม่มีประโยชน์ ไม่อยากให้เข้ามาช่วยเพราะจะทำให้เรื่องยุ่งยากไม่จบไม่สิ้น ผมโมโหมาก ไม่รู้ใครใช้ให้ทนายมาทำ ถ้าหากเจ้าหน้าที่อนุญาตให้เยี่ยมก็จะไปคุยกับเขาโดยตรง ลูกต้องพูดความจริงให้หมด โทษหนักจะได้เป็นเบา” นายสิริพงศ์ กล่าว

(อ่านรายละเอียดฉบับเต็ม https://www.thaipost.net/main/detail/91433)

หากย้อนไปเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2564 เฟซบุ๊ก คณะราษฎรได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพจากกล้องวงจรปิดจากเหตุการณ์ที่นายมงคล อ้างว่าถูกอุ้มหายว่า

“การกล่าวความเท็จว่าถูกอุ้มหายไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับได้ เนื่องจากในอนาคตหากมีคนโดนอุ้มจริง อาจทำให้สังคมไม่ให้ความสนใจ และผู้ที่โดนอุ้มหายจริงๆ อาจไม่ได้รับความช่วยเหลือตามสมควรที่จะเป็น หากนายเยลไม่ได้ถูกอุ้มหายตามที่กล่าวอ้างกับสังคม ก็ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง ว่ามีเหตุจูงใจใดจึงกระทำการดังกล่าวและถูกดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป”

ด้านนายสมบัติ ทองย้อย การ์ดแนวร่วมกลุ่มคณะราษฏร และอดีตการ์ดม็อบแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ได้ออกมาพูดถึงกรณี เยล การ์ดราษฏร ว่า

“กรณีเจ้า เยล ที่ตำรวจจับได้ว่าไม่ได้โดนลักพาตัว และอาจโดนหรือโดนข้อหาแจ้งความเท็จ ตอนนี้น้องกำลังถูกขุดคุ้ยว่าอาจเป็นสายตำรวจหรือทหารเข้ามาเล่นสกปรก เพื่อทำให้เสียขบวน
แทนที่จะช่วยกันหาว่าใครคือต้นคิด วางแผนให้ทำแบบนี้ แม่…เสือ…มาโยนขี้ให้เด็ก
ถ้าแบบนี้กูด่าเรื่องม็อบ ว่าเจ้าของม็อบ บอกว่ากูพวกชอบปั่น พวกไอโอและ กูคงถูกมองว่านักสู้จอมปลอม แดงเทียมสินะ
ความคิดแม่…ส้นตรีนจริงๆ คนเหี้…พวกนี้ แทนที่จะเห็นใจกันช่วยให้กำลังใจกัน ถามไถ่ ทำทำไม ใครให้ทำ
นี่ถ้าแผนนี้ไม่ถูกจับได้ เยล และคนคิดแผนคือวีรบุรุษ แต่ตอนนี้เยลแม่…เป็นหมาที่โดนตัดหางปล่อยวัดแถมเอาน้ำร้อนราดอีกด้วย

จากเท่าที่ประสานกับหัวหน้ากลุ่มการ์ดชุดนี้/น้องถูกกันตัวไว้เป็นพยาน/แล้วจะเอาผิดกับหัวหน้ากลุ่มข้อหาแจ้งความเท็จ/เท่าที่ทราบมาตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานทั้งหมด/เด็กไม่ได้หายไปไหน/แต่อยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าทีหน่วยงานปกป้องพยาน/แต่เรื่องที่เกิดทั้งหมดหัวหน้ากลุ่มบอกไม่รู้เรื่องด้วยยในการกระทำ ข้อมูลจากมิตรสหาย เท็จจริงก็รอชม”

ซึ่งล่าสุด วันนี้ นายสมบัติ ได้โพสต์อีกครั้ง ระบุว่า
“ได้คุยกับน้องสั้นระหว่างถูกคุมขังที่ศาลทหาร น้องบอกว่า #ผมจะแฉให้หมด
และ#ผมถูกอุ้มจริงๆ
ซึ่งเราเองก็ได้แต่บอกว่า พูดความจริงนะ ความจริงชนะทุกอย่าง
จบการสนทนา ตอนนี้น้องถูกส่งตัวขี้นศาลทหารกรณีหนีทหาร”

และนายสมบัติได้โพสต์ข้อความอีกว่า
“เกลียด….กับคำว่า #เก่งนักมาจัดม๊อบเองสิ
สรุปม๊อบที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยกับการถูกกดขี่ด้วยความอยุติธรรม การออกมาด้วยหัวใจที่อยากออกมาเรียกร้องในอุดมการณ์จริงๆมันไม่มีแล้วหรือ ต้องรอการจัดถึงจะออก ถ้าทรงนี้ก็เลิกคุย แม่……ยากที่จะได้ตามข้อเรียกร้อง
ไม่ต้องท้ากู กูไม่ใช่สายถือเงิน กูถืออย่างอื่น และกูก็ไม่อยากยืนอยู่ตรงนั้น เพราะมันไม่ใช่ทางกู และไม่ใช่จุดที่กูอยากยืน
#ท่ารถพร้อมครับเชิญ”