ฝรั่งเศสระอุ?!? ประท้วงเสื้อกักเหลืองปารีสลามรุนแรง ม็อบบุกทุบทำลายร้านค้า ปะทะตำรวจหลายจุด-รวบแล้วกว่า 250 คน

1606

กลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองการชุมนุมครั้งแรกหลังจากล็อคดาวน์โควิด-19 ในเงื่อนไขข้อเรียกร้องหลัก เรื่องรัฐบาลขึ้นภาษีน้ำมัน ประเด็นเดียวกับการประท้วงปีที่แล้ว และเพิ่มอีกประเด็นคือรัฐบาลปิดกั้นจำกัดสิทธิประชาชนช่วงล็อคดาวน์ไวรัสระบาด ผู้ชุมนุมรวมตัวกันไม่นานก็เกิดความรุนแรง

โดยมีการทุบทำลายร้านค้า ปล้นสินค้า และเผาทำลายสิ่งของ แม้ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการใช้เหล็ก ไม้อัด ปิดกระจกหน้าร้านป้องกันการทุบปลันสินค้าโดยเฉพาะร้านหรูแล้วก็ตาม ตำรวจปราบจราจลใช้แก็สน้ำตา ระงับเหตุได้ 2 แห่ง จากที่ผู้ประท้วงวางแผนชุมนุมพร้อมกัน 4 แห่งจับกุมผู้ประท้วงทำผิดกฎหมายกว่า 250 คน

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานเมื่อ 12 ก.ย.63 ว่ากลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองจัดชุมนุมในกรุงปารีส ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นการชุมนุมครั้งแรกหลังจากยกเลิกมาตรการปิดเมืองเมื่อ พ.ค.63 โดยเดินขบวนที่ ถ.ฌองเอลิเชส์ (Champs-Élysees) และมีการเผารถยนต์ จนท.ตร.สลายการชุมนุมโดยใช้แก๊สน้ำตา ผู้ชุมนุมประมาณ 250 คนถูกนำไปสอบปากคำ โดย จนท.ยึดอาวุธ เช่น มีดพก ธนู และค้อน ได้จากกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่ผู้ค้าบนถนนดังกล่าวได้รับแจ้งจาก จนท.ให้ปิดทำการช่วงเช้าเป็นเวลา 4 ช.ม. ทั้งนี้ เดิมกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองมีแผนจะชุมนุม 4 แห่ง แต่ จนท.ตร.ระงับไว้ได้ 2 แห่ง

ทำไมต้อง “เสื้อกั๊กเหลือง”

ผู้ขับขี่รถทุกคนในฝรั่งเศสต้องพกเสื้อกั๊กสีเหลืองไว้ในรถของตน เพราะเป็นหนึ่งในอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมีกรวยสามเหลี่ยมสีแดงที่ต้องวางไว้ด้านหลังรถที่เกิดเสียขึ้นมากลางทาง และถ้าพลขับจะลงจากตัวรถก็ต้องสวมเสื้อกั๊กสีเหลืองสะท้อนแสงที่มองเห็นได้ชัดเจนด้วย การไม่สวมใส่เสื้อกั๊กหลังรถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุ อาจทำให้ต้องเสียค่าปรับเป็นเงิน 135 ยูโร (ประมาณ 5,064 บาท) ตามกฎหมายที่นำมาบังคับใช้ในปี 2008

ผู้ชุมนุมเสื้อกั๊๊กเหลืองเป็นการรวมกลุ่มของประชาชนหลากหลายกลุ่ม แม้แต่กลุ่มที่เคยสนับสนุนปธน.มาครงเองก็ตาม ฝรั่งเศสมักคุ้นชินกับการประท้วงในเรื่องต่าง ๆ แต่ก็มักนำโดยกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง หากแต่กลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองไม่มีผู้นำเช่นนั้น และทำให้ยากที่จะควบคุมพฤติกรรมฝูงชน

ผู้ประท้วงยืนยันว่าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว

ไมเคิล ชายอายุ 43 ปีผู้เข้าร่วมชุมนุมบริเวณ เพลสเดอวาแกรมกล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า “การชุมนุมมันแป็ก มันเป็นเช่นนั้นจริงๆแต่เราก็ยังมารวมตัวกันเพราะไม่มีอะไรจะสูญเสีย มันประมาณว่าสุดจะทนแล้ว” อีกคนเป็นชายอายุ 50 ปีมองว่าการขึ้นภาษีน้ำมันอีกมันเป็นการขโมยเศรษฐกิจของประชาชน สถานการณ์น้ำมันทั่วโลกราคาตกแต่ทำไมรัฐบาลขึ้นภาษี การบังคับก็มากขึ้น ทำให้พวกเขาต้องลงสู่ถนนอีก

ผู้ประท้วงบางคนกล่าวว่า “พวกเราต่อต้านทุนนิยม ต่อต้านระบบแบบนี้ด้วยรูปแบบฮิปปี้และเสื้อกั๊กเหลือง” นอกจากปารีสมีการรวมตัวกันประมาณ 200-300 คนทางตะวันตกของเมืองตูลูส เพื่อต่อต้านรัฐบาล

ผู้ประท้วงรายหนึ่งอายุ 53 ปีกล่าวว่า “การประท้วงครั้งก่อนผมไม่ได้เข้าร่วม แต่สองปีมานี้ไม่มีอะไรดีขึ้น คนจนมากขึ้นกว่าเดิม”