ก.พาณิชย์เปิดโผ 12 ธุรกิจทำเงินปี64!?! ค้าออนไลน์-ขนส่ง-สุขภาพ อนาคตรุ่ง หนุนชีวิตนิวนอร์มอลคึก มูลค่าตลาดกว่า 2.2 ล้านล.บ.

682

สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ยังมีอยู่ แต่คาดว่ารัฐบาลสามารถควบคุมดูแลรับมือได้ กระทรวงพาณิชย์โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดรายชื่อ 12 ธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูงในปี 2564 เป็นธุรกิจรองรับวิถีชีวิตแบบ “นิวนอร์มอล” ทั้งสิ้น เป็นผลมาจากปัจจัยของโควิด ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคและตลาดเปลี่ยนแปลง พร้อมแนะนำให้ประชาชนใช้เป็นแนวทางพิจารณาเลือกการลงทุน โดยต้องคำนึงถึงความถนัดของตนเองและพิจารณาอย่างรอบคอบ

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้วิเคราะห์ธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโต และเป็นธุรกิจดาวเด่นในปี 64 พบว่า มี 12 ธุรกิจ ได้แก่ 1.ธุรกิจการค้าออนไลน์ 2.ธุรกิจแพลตฟอร์ม สำหรับการเป็นตลาดกลางออนไลน์ 3.ธุรกิจสื่อโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์ 4.ธุรกิจรับส่งเอกสารและสิ่งของ (ดีลิเวอรี่) 5.ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ 6.ธุรกิจออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์ 7.ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม 8.ธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ 9.ธุรกิจเวชภัณฑ์ยา ธุรกิจขายส่งสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และทางการแพทย์ 10.ธุรกิจพัฒนาโปรแกรมซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน 11.ธุรกิจการเงินฟินเทค และอี-เพย์เมนต์ และ 12.ธุรกิจตู้หยอดเหรียญ เช่น ร้านสะดวกซัก เครื่องเติมเงิน เครื่องเติมน้ำ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า “ทั้ง 12 ธุรกิจนี้ ทางกรมได้วิเคราะห์จากข้อมูลธุรกิจ ตั้งแต่สถิติการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ จำนวนธุรกิจที่ดำเนินกิจการ งบการเงิน ผลประกอบการและข้อมูลปัจจัยอื่นๆ ทั้งภายในและภายนอก อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจต้องคำนึงถึงความชื่นชอบและความถนัดของตนเองด้วย เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ยังต้องรอบคอบให้มากที่สุด”

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

สำหรับปี 2564 การดำเนินชีวิตของผู้คนและการประกอบธุรกิจได้ก้าวไปอีกขั้นจากวิถีปกติใหม่ เป็นวิถีปกติถัดไป สำหรับ 12 ธุรกิจดาวเด่นดังกล่าว สามารถจำแนกออกได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ คือ

 

 

กลุ่มที่ 1 ธุรกิจด้านการค้าและการตลาดออนไลน์ ซึ่งมีการเติบโตที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการบริโภคของผู้คนในปัจจุบัน เช่น ธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีการจัดตั้งธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นจากปีละ 310 ราย ในปี 61 มาเป็นปีละ 798 ราย ในปี 63 ถือเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่เข้ามาดำเนินธุรกิจได้มากขึ้น ส่วน

กลุ่มที่ 2 ธุรกิจด้านขนส่ง โลจิสติกส์และบรรจุภัณฑ์ได้รับผลดีจากการที่ผู้บริโภคซื้อขายสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น เช่น ธุรกิจรับส่งเอกสารและสิ่งของ มีรายได้ปี 62 เพิ่มขึ้น 57% จากปี 61 ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ มีกำไรปี 62 เพิ่มขึ้น 116% จากปี 61

กลุ่มที่ 3 ธุรกิจด้านสุขภาพ สุขอนามัย และการแพทย์ ได้รับผลดีจากการที่ผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพมากขึ้น เช่น ธุรกิจเครื่องมือแพทย์ การจัดตั้งธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นจากปีละ 68 ราย ในปี 61 มาเป็นปีละกว่า 114 ราย ในปี 63 ธุรกิจเวชภัณฑ์ยาและขายสินค้าทางเภสัชภัณฑ์ เติบโตจากปีละ 945 ราย ในปี 61 มาเป็นปีละกว่า 1,158 ราย ในปี 63

 กลุ่มที่ 4 ธุรกิจเทคโนโลยีเพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยธุรกิจการเงินฟินเทค มีกำไรปี 62 เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 324% จากปี 61 ธุรกิจตู้หยอดเหรียญ มีกำไรปี 62 เพิ่มขึ้น 94% จากปี 61 โดยทั้ง 12 ธุรกิจ มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 2.2 ล้านล้านบาท และมีธุรกิจคงอยู่ 65,738 ราย มีทุนจดทะเบียนรวม 812,213.46 ล้านบาท

นายวีรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปี 2564 การประกอบธุรกิจของภาคธุรกิจจะมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น และเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น โดยต้องพิจารณาถึงปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และผลกระทบจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่จะเกื้อหนุนให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าต่อไปได้”