นักเขียนซีไรต์ ฟันธง “ธนาธร” ธาตุไฟกำลังแตก ซัด “ซอมบี้ชรา” ขู่ไม่ประนีประนอมจะพังกันหมด เก่งจริงต้องออกมานำม็อบ!?!

2182

นักเขียนซีไรต์ แซะ ธนาธร ธาตุไฟกำลังจะแตก ทั้งปัญหาในอก ในครอบครัว ในพรรค ในม็อบ ถ้าแน่จริงต้องออกมานำม็อบเอง

จากกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธาานคณะก้าวหน้า ได้ออกมาโจมตีบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นฐานการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับคนไทย โดยโจมตีว่า เป็นผู้ได้ผลประโยชน์จากการผลิตวัคซีนในครั้งนี้ โดยเปิดเผยข้อมูลสำคัญว่าด้วยการจัดหาและผลิตวัคซีนโควิดในประเทศไทย ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายใดรายหนึ่ง และทำไมรัฐบาลถึงจัดหาวัคซีนได้ไม่ครอบคลุมจำนวนประชากรที่เหมาะสม ซึ่งจากกรณีนี้ก็ได้มีเหล่าแกนนำกลุ่มคณะราษฎรได้ใช้เรื่องวัคซีนมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง โจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์และรัฐบาล

ต่อมาทางด้านของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกมากล่าวถึงกรณีนายธนาธร ออกมาไลฟ์วิจารณ์การนำเข้าวัคซีนที่มีการเชื่อมโยงกับบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ทั้งนำไปโยงกับการเมืองและใช้คำว่า วัคซีนพระราชทาน ว่า ตนถือว่าเป็นการบิดเบือน ทุกเรื่อง ทุกอย่างไม่ใช่ข้อเท็จ

ซึ่งขณะนี้นายธนาธร กำลังเจอปัญหารอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคดีความของครอบครัว ที่นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชาย และนางสมพร จึงรุงเรืองกิจ ผู้เป็นแม่ จากกรณีนายสกุลธร ได้มีการจ่ายเงิน 20 ล้านบาทให้กับบุคลากรคนหนึ่งของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ หวังจะได้สัมปทานที่ดินทำเลทองย่านชิดลม แต่กลับกลายเป็นว่า โดนเขาหลอกอีกที เนื่องจาก บุคลากรคนนั้นไม่มีอำนาจที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพย์สินที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์

ต่อมาพนักงานสอบสวน กองปราบฯ รับทำสำนวนคดีทุจริตในสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เพิ่มเติมเป็นสำนวนที่สอง ซึ่งอาจเกี่ยวพันกับนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด ความคืบหน้าล่าสุด ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ทางพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ออกหมายเรียกนายสกุลธร มาเข้าพบภายในสัปดาห์หน้า เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา ม.144 ฐาน ให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์ อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน” ภายหลังชุดคลี่คลายคดีตรวจสอบพยานหลักฐานจนแน่ชัดแล้วว่า มีพฤติกรรมการกระทำผิดจริง จากการสั่งจ่ายเช็กเงินสดให้กับเจ้าหน้าที่ 2 ราย ส่วนกรณีของผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ อย่าง นายธนาธร และนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ นั้น ทางพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วว่าไม่มีเหตุจำเป็นในการออกหมายเรียก เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ

นอกจากนี้ ปัญหาภายในพรรคก้าวไกลขณะนี้ ที่มี 2 ส.ส. พรรคก้าวไกล ไม่ลงชื่อแก้ ม.112 ขอสวนมติพรรคเพราะขัดหลักการส่วนตัว นั่นก็คือ นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี และ นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดทางด้าน นายวิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีของนายธนาธร ที่อยู่ในภาวะที่ธาตุไฟกำลังจะแตก เพราะเจอปัญหารอบด้าน โดยระบุข้อความว่า

“ธนาธร-ธนเตโชธาตุ”
ไฟธาตุกำลังปะทุ
ทั้งในอก​ ในครอบครัว​ ในพรรค​ ในแก๊งค์​ ในม็อบ..
อีกไม่นานไฟธาตุก็จะแตก!
พวกซ้ายซอมบี้ชราจึงออกมายื่นข้อเสนอประนีประนอม​ แถมขู่อย่างน่ากลัวว่าถ้าไม่ประนีประนอมจะพังกันหมด!
#ใครเขากลัวพวกมึง?
#้เก่งจริงต้องออกมานำม็อบ!

ซึ่งก่อนหน้านี้ นายวิมล ได้ออกมากล่าวถึงตัวตน ที่มา แนวความคิดของประธานคณะก้าวหน้าไว้อย่างเปิดเปลือยตัวตนผ่านเฟซบุ๊กว่า

“จุดจบ” นับแต่วันที่ธนาธรเปิดตัวว่าจะเข้าสู่การเมือง ผมเข้าไปถามกูเกิ้ลว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน เพราะผมรู้ข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตเขานิดหน่อยว่าเป็นลูกมหาเศรษฐี แล้วก็ได้รู้เพิ่มเติมว่าเขาเป็นมาร์กซิสต์ และเป็นเสื้อแดงที่เคยโดนยิงด้วยกระสุนยาง

ลูกมหาเศรษฐีเป็นมาร์กซิสต์นั้นมีไม่น้อย เพราะเขารักอุดมการณ์ แม้จะถ่างขายืนอยู่2ชนชั้น คือขาหนึ่งเป็นมาร์กซิสต์ อีกขาหนึ่งเป็นลูกนายทุนก็ตาม บางคนศึกษาทฤษฎีอย่างละเอียดลึกซึ้งและเห็นว่าปัญหาในโลกนี้ต้องจัดการด้วยทฤษฎีของตนเท่านั้น เขาจึงกลายเป็น “นักอุดมการณ์” หรือผู้เชี่ยวชาญในการมองโลกด้วยทฤษฎีที่เขายึดมั่นถือมั่น..ไม่ว่าโลกและชีวิตนอกทฤษฎีจะเป็นไปอย่างไร เขาก็จะเห็นและจัดประเภทมันตามทฤษฎีนั้น

เขาจึงมีคำพูดขลังๆที่ฟังจนเอียน ได้แก่ ผู้กดขี่ นายทุน ขุนนาง ศักดินา ความเป็นธรรม ความเท่าเทียม ล้มล้าง ปฏิวัติ เป็นต้น แต่โลกและชีวิตที่เป็นจริงนั้นหลากหลาย ละเอียดอ่อน ลึกซึ้ง กว้างใหญ่ไพศาลอย่างไร้ขอบเขต..เกินกว่าสายตาและความคิดอันคับแคบของมนุษย์จะมองได้ทั่วถึง ธนาธรเป็นลูกมหาเศรษฐีที่เป็นมาร์กซิสต์…”ความเป็นลูกมหาเศรษฐี” ทำให้เขาเป็น “คุณหนู” ที่เอาแต่ใจตน ตนเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ดังนั้นเมื่อเขาสนใจการเมือง-การปกครอง เขาจึงนิยมชมชอบลัทธิมาร์กซ์  เพราะมันเป็น “ของสำเร็จรูป” ไม่ต้องใช้วิจารณญาณในเรื่องอื่นใดมาก และพยายามสร้างภาพว่า “ติดดิน” ตามลัทธิของตน

ส่วน “ความเป็นมาร์กซิสต์” ทำให้เขามอง “โลกและชีวิต” ด้วยความคิดและความเชื่อเพียงชุดเดียว อย่างที่เขาประกาศในวันเปิดตัวพรรคอนาคตใหม่ว่า..ใครเห็นต่างจากเขาก็ต้องเป็นศัตรูกับเขา! (ตามทฤษฎีชนชั้น) ซึ่งเป็นการยืนยันว่าเขาเป็นคนหนูจริง และมีความคิดชุดเดียวจริง นับแต่วันที่ธนาธรเปิดตัวสู่สาธารณะจนถึงวันนี้ ผมเห็นแต่เขาขยันสร้างภาพว่าตนมีความรู้มีความสามารถในการบริหารประเทศในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ผมมักจะเห็นการพลิกลิ้น โป้ปดมดเท็จ ตนทำผิดทำพลาดก็ก่นโทษแต่คนอื่น ยอมรับว่าตนผิดพลาดไม่ได้ จึงไม่เคยเลยที่เขาจะโทษตนเอง เมื่อไม่โทษตนเองก็ไม่ได้พิจารณาตน เมื่อไม่พิจารณาตนก็ไม่เห็นโทษของตนเอง ผมจึงเห็นว่าธนาธรไม่มีคุณสมบัติอะไรที่จะเป็นผู้นำได้ โดยเฉพาะในด้านการเมือง-การปกครอง

โดยก่อนหน้านี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาพูดถึงม็อบที่ออกมาจาบจ้วงสถาบันอย่างรุนแรง ด้วยถ้อยคำหยาบคายว่า สิ่งที่ไม่เคยเห็นก็จะได้เห็น โดยคำกล่าวนี้ของอดีตอธิการบดีธรรมศาสตร์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าให้ท้ายเด็กทำสิ่งไม่ถูกต้อง แถมยังพูดว่า ผู้มีอำนาจ ผู้มีบารมี คนที่อยู่ในชนชั้นปกครอง เขาจะ compromise เมื่อเขารู้ว่าถ้าไม่ compromise เขาก็อาจจะพัง เพราะฉะนั้นปรากฏการณ์ที่ผ่านมา ผมว่าสังคมอาจจะมาถึงจุดนี้ก็ได้แล้ว ถ้าเราไม่ compromise เราพังกันหมด ไม่มีใครได้