เช็กสั่งจ่ายมัดตัว ดิ้นไม่หลุด “สกุลธร” ผิดจริง คดีติดสินบน 2 จนท.สำนักงานทรัพย์ฯ

1868

จากกรณีที่พนักงานสอบสวนกองปราบฯ รับทำสำนวนคดีทุจริตในสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เพิ่มเติมเป็นสำนวนที่สอง ซึ่งอาจเกี่ยวพันกับนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด น้องชายของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานเป็นผู้ให้เงินกับนายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินฯ และนายสุรกิจ ตั้งวิทูวณิช พนักงานบริษัทเอกชน สองผู้ต้องหาในสำนวนคดีแรก ที่ถูกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางตัดสินจำคุกไปก่อนหน้านี้

ส่วนความคืบหน้าล่าสุด ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ออกหมายเรียกนายสกุลธร มาเข้าพบภายในสัปดาห์หน้า เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา ม.144 ฐาน ให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์ อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน” ภายหลังชุดคลี่คลายคดีตรวจสอบพยานหลักฐานจนแน่ชัดแล้วว่า มีพฤติกรรมการกระทำผิดจริง จากการสั่งจ่ายเช็กเงินสดให้กับเจ้าหน้าที่ 2 ราย

ส่วนกรณีของผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ อย่าง นายธนาธร และนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ นั้น ทางพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วว่าไม่มีเหตุจำเป็นในการออกหมายเรียก เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ

ทั้งนี้หากย้อนไปเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2563 นาย สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริษัท เรียลแอสเสท ดิวิลอปเม้นท์ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีที่ดิน 3 หน้ากระดาษ ระบุว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ ยืนยันว่าไม่เคยรู้จัก นายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ เป็นการส่วนตัว รวมถึงข้าพเจ้าไม่เคยรู้จักเจ้าหน้าที่ในสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ท่านใดก็ตาม และยังบอกว่า ตลอดการทำงานข้าพเจ้าเน้นย้ำเสมอถึงความโปร่งใสและการทำงานบนความถูกต้อง โดยมีการระบุลงไปในสัญญาการจ้างอย่างชัดเจน


ขณะที่ตอนนั้น นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ยังได้ฟันธงไว้ด้วยว่า แถลงการณ์ของ “นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ” เป็นการมัดตัวเอง ปิดทางเลือกสู้คดีติดสินบน 20 ล้าน เพราะ

1. ยอมรับว่ามีการจ่ายเงินจริง แต่เถียงว่า ไม่ใช่เงินสินบน แต่เป็นการจ่ายค่านายหน้า

2. เมื่ออ้างว่าเป็นการจ่ายค่านายหน้า ก็มีปัญหาว่า ตกลงทำสัญญานายหน้ากันเป็นหนังสือหรือไม่ เพราะค่านายหน้าจำนวนมากจะไม่มีหนังสือได้หรือ?

3. เมื่อเป็นค่านายหน้า ก็มีประเด็นอัตราค่านายหน้าว่าเป็นตามปกติของค่านายหน้าหรือไม่ เช่น 3% 5% 10% ของมูลค่าทรัพย์สินที่ตกลงซื้อขายหรือจัดหา ถ้าไม่เป็นไปตามอัตราปกติก็จะยุ่ง

4. ธรรมเนียมการจ่ายค่านายหน้านั้นเขาจะจ่ายเมื่องานสำเร็จแล้วไม่ใช่หรือ?
ในที่สุดก็จะพันแข้งพันขาตัวเองสักเพียงไหน??? แต่ทว่า สำหรับคนมีเงินในบ้านเมืองของเรานี้ ย่อมมีผู้ยินดีเชื่อตามข้ออ้างนี้เสมอ มิฉะนั้นเรื่องย่อมไม่เงียบหายไปจนถึงวันนี้หรอกครับ

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมานายธนาธร ไม่ได้กล่าวถึงคดีของน้องชายตัวเอง แต่ก็เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า “ชุดคลี่คลายคดี ตรวจสอบพยานหลักฐานจนมั่นใจ ว่านายสกุลธร มีพฤติกรรมการกระทำผิดจริง จากการสั่งจ่ายเช็กเงินสดให้กับเจ้าหน้าที่ 2 ราย”