“หมอศิริราช” เผยอาการล่าสุด “ผู้ว่าฯสมุทรสาคร” เล่าเหตุการณ์เครื่องช่วยหายใจ ไม่พอดูแลผู้ป่วยรพ.สนาม หัวหน้าใหญ่สั่งอนุมัติด่วน ทำชาวบ้านนับร้อยรอดชีวิต

4401

รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเปิดเผยอาการล่าสุด ของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าสมุทรสาคร

หลังป่วยติดเชื้อโควิด-19 เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 27 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ระบุว่า ตอนนี้อาการของท่านผู้ว่ายังทรงตัว ไม่มีอะไรเพิ่มเติมจากเมื่อวานมากนัก ผู้ป่วยโควิดต่างจากผู้ป่วยโรคติดเชื้อทั่วไป เนื่องจากเป็นเชื้ออุบัติใหม่ที่คนยังไม่รู้จักดี ทำให้กลัวว่าถ้าติดแล้วจะเกิดโรครุนแรง จนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ทำให้ผู้ป่วยโควิดเกิดความแปลกแยกจากสังคมรอบข้าง

ทั้งช่วงที่อยู่ในโรงพยาบาลและหลังกลับเข้าสู่ชุมชนแล้ว โดยช่วงอยู่รพ.จะมีการจำกัดการเข้าเยี่ยม วางแผนให้การรักษาพยาบาลเท่าที่จำเป็นเพื่อลดความเสี่ยงบุคลากร ใช้พูดคุยกับบุคลากรผ่านสื่อต่าง ๆ แทนการพูดคุยกันต่อหน้า จำกัดการเข้าเยี่ยมของญาติหรือไม่ให้เข้าเยี่ยมถ้าไม่จำเป็น ยิ่งถ้าป่วยวิกฤตด้วยแล้ว

เรียกว่าแทบจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง เหตุนี้ช่วยส่งเสริมทำให้ผู้ป่วยพลุ่งพล่านต่อต้านการรักษามากขึ้น ทำให้ระยะเวลาการรักษาให้ดีขึ้นทอดเวลาออกไป อีกทั้งผลการรักษาก็อาจออกมาไม่ดีเท่าที่ควรทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย


ใกล้เคียงกับที่พ่อเมืองสาครล้มเจ็บ มีผู้ป่วยโควิดรายหนึ่งจากมหาชัย อาการหนักจนต้องส่งต่อมารักษาที่ศิริราช เดิมเคยมีโรคไตเรื้อรังเตรียมการล้างไตอยู่แล้ว แต่เนื่องจากฐานะยากจนจึงขอผัดผ่อนออกไปก่อนจนกระทั่งล้มป่วย ครั้งนี้โควิดทำให้เกิดไตวายเฉียบพลันเพิ่มขึ้น จนต้องให้การรักษาด้วยการล้างไตฉุกเฉิน หลังจากถอดเครื่องช่วยหายใจออกได้แล้วและค่อย ๆ ลดการใช้ออกซิเจนลง เขาบ่นคิดถึงบ้านบ่อย ๆ แต่ทีมงานก็ช่วยได้แค่การพูดคุยเท่าที่ทำได้ตอนที่เข้าไปในห้องปลอดเชื้อของผู้ป่วย

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ถ้าว่างก็จะโทรศัพท์แจ้งลูกเป็นบางครั้ง เพราะตัวลูกเขาเองต้องลำบากในการหาเลี้ยงปากท้องช่วงนี้อยู่แล้ว เมื่อวานพอมีเวลาว่าง จึงร้องขอไปที่เหล่ากาชาดสมุทรสาคร ทางนั้นตอบรับอย่างว่องไว และได้จัดหาโทรศัพท์มาให้ผู้ป่วยไว้คุยกับญาติโดยตรง จากห้องปลอดเชื้อที่ต้องแยกตัวเองอยู่ และยังช่วยรับปากเตรียมสนับสนุนผู้ป่วย ถ้าย้ายกลับสมุทรสาคร ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายการล้างไตต่อเนื่องและค่าใช้จ่ายอื่น

วันนี้สังเกตจากภายนอกห้องขณะที่เขาดูทีวีไปและล้างไตไป สีหน้าค่าตาเขาดูแจ่มใส แววตาดูมีความหวังขึ้นมาก คงมองไปไกล ถึงการได้กลับบ้านที่มนุษย์ทุกคนรักและห่วงหา ไม่ว่าบ้านนั้นจะเล็กเท่ารังหนูหรือใหญ่ดั่งเวียงวัง รวมถึงการกลับไปต่อสู้ชีวิตหลังโควิดที่ยังต้องดำเนินไปอีกยาวไกล

การแผลงฤทธิ์ของโควิดต่อโรงพยาบาลในสมุทรสาครช่างรุนแรง แม้ช่วงนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นแรงงานต่างชาติจะอยู่ในโรงพยาบาลสนาม แต่ผู้ป่วยคนไทยที่จำนวนลดลงและผู้ป่วยแรงงานต่างชาติที่มีอาการมากจะถูกรักษาในโรงพยาบาลหลัก ประกอบกับผู้ป่วยอื่นของโรงพยาบาลช่วงนี้ต้องมีการคัดกรองโควิดอย่างเข้มงวด ทำให้โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในสมุทรสาครที่มีงานล้นมือ เกิดความขาดแคลนเครื่องช่วยหายใจ

เมื่อได้รับแจ้งจากกลุ่มไลน์ผู้ใจบุญที่คอยสนับสนุนวัสดุและสิ่งของเครื่องใช้ในโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ และโรงพยาบาลหลักที่ต้องรับผิดชอบรพ.สนาม ได้ประสานงานจัดเตรียมเครื่องช่วยหายใจที่ยังพอจัดสรรให้ได้ 3 ตัว ปัญหาคือว่า มันเป็นการให้ยืมของข้ามหน่วยงานต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าใหญ่ (ก็คนที่คอยแถลงข่าวทางการความคืบหน้าพ่อเมืองสาครนั่นแหละ) ในใจแอบคิดว่าถ้าไม่ให้จริง ๆ จะหาทางหลบเลี่ยงอย่างไรได้บ้าง พอเอ่ยปากแจ้งไม่ทันขาดคำท่านตอบกลับมาทันทีว่า “ถ้าของเราพอใช้ แบ่งให้เขาไปทำประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่จำเป็นดีแล้ว ผมรับผิดชอบทั้งหมดเอง”

หัวใจมันพองและฮึกเหิมขึ้นมาพลัน ใครมีหัวหน้าหน่วยงานแบบนี้คงยินดีภักดีองค์กรไม่เสื่อมคลาย รีบไปช่วยคนไกลที่เขารอเราอยู่เลยนะเจ้าเครื่องช่วยหายใจ พอส่งออกไปตอนเย็นยังไม่ทันไร ค่ำนี้ได้รับแจ้งว่าเครื่องได้ถูกนำไปใช้งานแล้ว #saveประเทศไทยจากภัยโควิดระลอกสอง