เปิดผู้กล้ายื่นถอดอานนท์พ้นทนาย! พบยื่นเรื่องเกือบปี แต่โดนแก๊งนักกม.ค้าน

4344

จากที่วันนี้ 27 มกราคม 2564  อานนท์ นำภา ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และแกนนำกลุ่มคณะราษฎร ได้โพสต์ข้อความถึงการตั้งกรรมการจากสภาทนายความตรวจสอบเพื่อถอนใบอนุญาตจากการขึ้นเวลาปราศรัยหมิ่นเหม่จาบจ้วงสถาบันนั้น

ทั้งนี้นายอานนท์ เปิดเผยว่า หลังกลับกลับจากากรเดินทางไปฟังคำพิพากษาเหนื่อยๆ มาเจอหนังสือจากสภาทนายความสอบมารยาททนายความเพื่อขอให้เพิกถอนใบอนุญาติ จากการปราศรัย “แฮรี่พอตเตอร์” เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ราชดำเนิน

“จริงๆเรื่องนี้ไร้สาระมาก สภาทนายไม่ควรไปรับเรื่องแต่แรก เพราะการเคลื่อนไหวการเมืองไม่ใช่การว่าความ หรือการทำหน้าที่ทนายความ ที่สำคัญการเสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในภาวะที่กษัตริย์ขยายอำนาจจนกระทบระบอบประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่คนเรียนกฎหมายควรทำด้วยซ้ำ

ก็ว่ากันไป ถ้าอยากถอดใบอนุญาตว่าความผมก็ทำไป ไม่ได้เป็นทนายก็ไปขายลาบขายก้อยก็น่าจะรวยก็มาทำคดีช่วยคนแบบทุกวันนี้”

หากย้อนไปเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตยและกลุ่มมอกะเสดจัดชุมนุมทางการเมืองที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ภายใต้ธีมพ่อมดน้อย แฮรี่ พอตเตอร์  ‘เสกคาถาผู้พิทักษ์ ปกป้องประชาธิปไตย’ โดยอานนท์ เป็นหนึ่งผู้ปราศรัย ซึ่งบางช่วงที่ข้อความที่ระบุว่า ได้รับการติดต่อจากทีมงานนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยมหานคร ให้มาพูดหัวข้อซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนต้องการฟัง แต่ไม่มีใครพูดอย่างเป็นทางการ

“ได้มีการออกแบบรัฐธรรมนูญที่เอื้อต่อการขยายพระราชอำนาจออกไปไกลจากระบอบประชาธิปไตย มีการออกแบบมาตรา 15 วรรค 2 ให้การบริหารราชการแผ่นดินมีการตั้งหน่วยงานในพระองค์ขึ้นมาแล้วบริหารตามพระราชอัธยาศัย การบอกว่าบริหารตามพระราชอัธยาศัยนั้นแปลเป็นภาษาบ้านเราคือ บริหารไปตามใจของพระมหากษัตริย์ เหล่านี้เป็นการออกแบบกฎหมายที่ขัดต่อหลักประชาธิปไตยทั้งสิ้น”

สำหรับข้อความที่นายอานนท์ กล่าวปราศรัยนั้นบางส่วนไม่สามารถนำมาเผยแพร่ต่อได้เพราะอาจขัดต่อกฎหมาย ทั้งการอ้างรัฐธรรมนูญฉบับอาจารย์มีชัย บอกว่าให้วินิจฉัยไปตามประเพณีการปกครอง โดยให้มีคณะกรรมการขึ้นมาวินิจฉัยในกรณีที่มีวิกฤติบ้านเมือง โดยนายอานนท์อ้างว่า แต่พระมหากษัตริย์รับสั่งให้เเก้ประเด็นนี้ ให้ตัดออกเหลือเพียงให้วินิจฉัยไปตามประเพณีการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

“การตรากฎหมายสำคัญอีกฉบับคือ พระราชบัญญัติการจัดการระเบียบว่าด้วยการบริหารทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเดิมทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์นั้นมีองค์กรที่รับผิดชอบดูแลอยู่แล้วคือ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

ที่ผ่านมาอาจจะมีการโต้แย้งว่าทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์กับทรัพย์สินส่วนพระองค์ใครเป็นคนดูแล แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญและออกพระราชบัญญัติครั้งนี้ในปี 2560 ได้เปลี่ยนแปลงการเมืองไทยอย่างพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน เพราะต่อไปนี้ทรัพย์สินส่วนที่เป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินที่เราเป็นเจ้าของร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นสนามหลวง ไม่ว่าจะเป็นพระราชวัง ไม่ว่าจะเป็นหุ้นซึ่งเดิมเป็นของพวกเราร่วมกัน ต่อไปนี้จะตกเป็นของพระมหากษัตริย์ และบริหารไปตามพระราชอัธยาศัย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญแต่ไม่มีใครกล้าพูดถึง” นายอานนท์ อ้างด้วยข้อความปราศรัยนี้เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563

ต่อมาวันที่ 19 สิงหาคม 2563 เจ้าหน้าตำรวจสน.ชนะสงคราม ได้จับกุมตัวนายอานนท์ ตามความผิดในข้อหายุยงปลุกปั่นและข้อหาอื่น ๆ จากการขึ้นเวทีปราศรัยขับไล่รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เวทีราชดำเนิน เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 โดยพนักงานสอบสวนไม่อนุมัติการประกันตัว

ขณะที่นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของทนายอานนท์ เปิดเผยว่า นายอานนท์ถูกเจ้าหน้าที่จับตัวตามหมายจับของ สน.ชนะสงคราม จากการขึ้นเวทีปราศรัย เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ตามหมายจับในการปราศรัย ข้อหายุยงปลุกปั่น และขอปล่อยตัวชั่วคราว 1.5 แสนบาท และใช้ตำแหน่ง ส.ส. รังสิมันต์ โรม ซึ่งมีมูลค่า 6 แสนบาท แต่พนักงานสอบสวนไม่อนุมัติ ด้วยว่ามีพฤติการณ์จะหลบหนี

นอกจากนี้ยังพบว่าเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2563 เวลา 09.30 น. เว็บไซต์ประชาไท เผยแพร่ข้อมูลข่าวระบุว่า สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน รายงาน นายกสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และตัวแทนนักกฎหมาย ทนายความที่ร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึก ได้เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกพร้อมรายนามของทนายความ นักกฎหมาย 266 รายชื่อ ขอให้สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ยกคำร้องของนายอภิวัฒน์ ขันทอง กรณียื่นหนังสือให้สภาทนายฯ ถอนชื่ออานนท์ ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนออกจากทะเบียนทนายความ

โดยนายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์มอบหมายให้ ดร.กิตติมา สิริศุภชัย กรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย/ปฏิคมเป็นตัวแทนออกมารับเรื่องแทน ในการนี้ คอรีเยาะ มานุแช นายกสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้ให้เหตุผลต่อสภาทนายความฯ เพื่อพิจารณายกคำร้องของนายอภิวัฒน์