ธีรเศรษฐ ก้าวไกล อ้างโพสต์ผู้ว่าฯ สมุทรสาครติดโควิดเสียชีวิต เป็นความไม่ตั้งใจ โบ้ยมือลั่นเอง

5644

จากกรณี 25 ม.ค. 2564 ที่ผ่านมา ในโลกโซเชียลฯ มีการแชร์ข่าวลือการเสียชีวิตของ ของ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ที่กำลังรักษาอาการป่วยโรคโควิด-19 ที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ นั้น

ทั้งนี้ จากข่าวลือดังกล่าวสร้างความตกใจให้แก่คนในสังคมเป็นอย่างมาก ต่างออกมาแสดงความเสียใจโดยบางคนขาดการไตร่ตรอง และติดตามข่าวที่เชื่อถือได้ ดังกรณีนายธีรเศรษฐ พัฒน์วราพงษ์ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ที่ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Eddy Patvarapong ดร.ธีรเศรษฐ พัฒน์วราพงษ์” เเสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของผู้ว่าฯ วีระศักดิ์

ต่อมาพบว่า เฟซบุ๊กของนายธีรเศรษฐ มีการโพสต์ข้อความระบุ “ข่าวปลอม อย่าเพิ่งเชื่อ ผู้ว่าสมุทรสาคร-เสียชีวิตจากโควิด-19” โดยนายธีรเศรษฐ ชี้เเจงว่า ยืนยันความตั้งใจตั้งเเต่เเรกคือตนอยากจะโพสต์เตือนว่า อย่าไปเชื่อข่าวที่ว่าผู้ว่าฯสมุทรสาครเสียชีวิต เพราะเป็นข่าวปลอม แต่ขณะกำลังเขียนเเคปชั่นมือมันไปโดนปุ่มโพสต์ ผ่านไปไม่เกินเวลา 30 วินาที ตนก็ได้ลบโพสต์ทันที ตนไม่ได้มีเจตนาอื่นใดที่ไม่ดี

ขณะที่ ทางด้าน รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กรายงานอาการของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ที่ติดเชื้อโควิด-19 โดยระบุว่า

อายุเป็นเพียงตัวเลข แต่ถ้ามันมากนักกำลังกายและพลังสมองคงจะแปรผกผันและลดถอยไปตามกาลเวลา แม้ใจจะอ้างว่ายังสู้ก็ตาม ลืมเล่าไปเมื่อวานว่าคืนวานซืนหนึ่งวันก่อนที่จะมาทำหัตถการพิเศษทางระบบการหายใจให้พ่อเมืองสาคร ลูกสาวคนเล็กถามด้วยความห่วงใย (คนทำหรือหรือคนถูกทำหัตถการ) ว่า ปีนี้อายุก็จะครบห้ารอบเต็มแล้ว พ่อทำหัตถการนี้ด้วยตัวเองไปครั้งสุดท้ายเมื่อไร ตอบไปว่านานมากจนจำไม่ได้แล้ว แต่ยังกำกับการทำหัตถการนี้อย่างใกล้ชิดเพื่อฝึกฝนหมอปอดมาตลอด 30 ปีไม่เคยห่างเลยนะ อารามรีบร้อนจึงลืมถามไปว่าเขาคิดอย่างไรถึงถามออกมาเช่นนั้น

เมื่อวานหลังได้บรีฟและทบทวนแผนงานก่อนเริ่มงาน ให้ทีมแพทย์ ทีมพยาบาล และทีมเจ้าหน้าที่ซึ่งจะเข้าช่วยทำหัตถการ หลังเล่าเรื่องที่ลูกสาวเอ่ยปากทักให้ฟัง ทุกคนสีหน้าราบเรียบยอมรับโดยดุษณีไม่มีใครแสดงความเห็น การทำหัตถการเป็นไปโดยเรียบร้อย (คนทำคิดเอาเองคนเดียวนะ) คนช่วยใกล้ชิดดูตื่นเต้นและลนกันไปบ้างกว่าธรรมชาติที่เคยเป็น

หลังทำได้แจ้งผลผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดว่าเรียบร้อยดี มีเสียงนินทาจากลูกศิษย์คนสนิทมาเข้าหูคนสังขารร่วงโรย ทำนองว่าก่อนทำหัตถการทุกคนที่เกี่ยวข้องเห็นพ้องกับที่ลูกสาวคนเล็กทักมา แต่หลังทำไม่กล้าถาม ขอฝากรอยช้ำ (ใจ) นี้ไว้ก่อน รอประเมินผลการปฏิบัติงานรอบ 6 เดือนครั้งหน้าเถอะ ลูกน้องทั้งหลายรวมลูกสาวคนเล็กด้วย (เขาครบรอบประเมินก่อนตั้งงบค่าใช้จ่ายรายเดือนส่วนตัวให้ใหม่) รับรองมีลุ้นเหมือนบอลพรีเมียร์ลีก

วันนี้ได้เข้าเยี่ยมพ่อเมืองสาครใกล้ชิดเป็นครั้งที่ 4 ต่างกันที่ครั้งนี้แต่งตัวป้องกันลดระดับลงเพราะท่านตรวจไม่พบเชื้อโควิดในปอดแล้ว และเป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้บุตรีคนโตท่านได้มองเห็นภาพการเยี่ยมจากห้องกระจกด้านนอกในระหว่างที่เข้าเยี่ยม ท่านนอนนิ่งโดยใช้เครื่องช่วยหายใจพร้อมยาทำให้สงบบนเตียงผู้ป่วย รับฟังการสนทนาฝ่ายเดียวเช่นครั้งก่อน

เริ่มต้นจากการทักทายกันหลังห่างหายไปหลายวัน แล้วจึงเล่าเรื่องที่ได้ติดตามให้ข้อมูลกับภรรยาและบุตรีท่านมาตลอดพร้อมข้อห่วงใยที่สมาชิกครอบครัวทั้ง 5 สาวฝากมา พร้อมกับแจ้งความคืบหน้าผลการตรวจรักษาของตัวท่านเองและแผนการดูแลรักษาต่อไป

ปิดท้ายด้วยความคืบหน้าเรื่องโรงพยาบาลสนาม “ศูนย์ห่วงใยสาคร” ที่ท่านเป็นห่วงเป็นนักเป็นหนาก่อนป่วยหนักครั้งนี้ ตอนนี้ขึ้นรูปได้กว่า 2,000 เตียงแล้ว ใช้งานไปแล้ว 1,500 เตียง และกำลังจัดสร้างให้ได้จนครบ 3,600 เตียง เพื่อให้เพียงพอกับผู้ป่วยหลักร้อยต่อวันจากการตรวจเชิงรุกในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ช่วงนี้เองที่เห็นคลื่นสมองที่มีเครื่องติดตามอยู่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม พร้อมน้ำตาเอ่อล้นที่หัวตาทั้งสองข้าง เสียดายว่าลืมแจ้งท่านถึงความห่วงใยที่หัวเรือใหญ่ของคณะรัฐมนตรีได้ฝากผ่านมาด้วย

พร้อมกันนี้ ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าอาการของนายวีระศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ว่า แม้ท่านจะหายป่วยจากโรคโควิด-19 แล้วก็ตาม แต่ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และมีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ โดยอาการของผู้ว่าฯ ล่าสุด สภาพหลังเจาะคอเมื่อวันที่ 23 ม.ค. จากนั้นเมื่อวันที่ 24 ม.ค. ได้เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ดูปอดและสมอง ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ม.ค. ได้ดูดน้ำจากหลอดลมส่วนปลาย เพื่อตรวจหาโควิด-19 ครั้งที่ 3 ผลไม่เจอเชื้อแล้ว ในทางทฤษฎี ถือว่าจบแล้วไม่มีโควิด-19 ในตัวแล้ว

การตรวจหาเซลล์จากน้ำในปอดเพื่อดูการอักเสบ พบว่าการติดเชื้อในปอดดีขึ้น เพราะฉะนั้นยาปฏิชีวนะที่ให้ประมาณ 1 สัปดาห์ ถือว่าได้ผลดี ประกอบกับการไม่มีไข้ 2 วัน ถือว่าการติดเชื้อดีขึ้น การเจาะคอทำให้การดูแลทำได้ง่ายขึ้น ขณะนี้เราต้องดูเรื่องการฟื้นฟูของปอด โดยให้ยาลดการอักเสบของปอด ซึ่งเป็นคนละอย่างกับยาปฏิชีวนะ ทั้งนี้ จะให้ควบคู่กับการให้ยาลดการสร้างพังผืด และต้องติดตามการฟื้นตัวของปอด ซึ่งสิ่งที่เป็นสัญญาณบอกเหตุว่าดีอีกอย่าง คือ ระบบทางเดินอาหารกลับมาทำงานได้ดีแล้ว ตอนนี้ให้อาหารทางสายเข้าไปที่ลำไส้ได้แล้ว

“โดยภาพรวมทางอ้อม สภาพของท่านคงที่ แต่มีแนวโน้มว่ากำลังดีขึ้น รอเวลาอีกหลายวัน รอการทำงานของปอด ดูว่ายาที่ให้ไปทำงานแล้วเป็นอย่างไร” ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวและว่า ผลเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เห็นการอักเสบเป็นหย่อมๆ ในเนื้อปอด แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า ปอดยังสามารถทำงานได้กี่เปอร์เซ็นต์ บอกได้แค่ว่าเมื่อให้ยาลดการอักเสบ และดูกระแสเลือด เช่น ออกซิเจน เป็นอย่างไร คาร์บอนได้ออกไซด์เป็นอย่างไร สรุปขณะนี้ ไม่มีอะไรแย่ลง ขณะนี้ทุกอย่างยังคงอยู่ ยาก็เพิ่งให้ก็รอให้ทำงาน และขอความร่วมมืออย่าเชื่อข่าวลือหรือโทรศัพท์ไปสอบถามครอบครัวผู้ว่าฯ เพราะทำให้ตกใจ หากมีอะไรให้โทรหาตนได้เลย