ดร.นิว ฟาดแรง “ปิยบุตร” พร้อมยันหน้า “สมศักดิ์เจียม” ประกาศท้ารบเดือด ด้วยข้อมูลทางวิชาการ

1458

อยากบวก กล้าไหม!? ดร.นิว ฟาดแรง “ปิยบุตร” พร้อมยันหน้า “สมศักดิ์เจียม” ประกาศท้ารบเดือด ด้วยข้อมูลทางวิชาการ!?

จากกรณีเมื่อวันที่ 21 ม.ค.64 ที่ผ่านมา ทางด้านของ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ได้โพสต์ข้อความ การลงพระปรมาภิไธยและการลงนามรับสนองฯ กรณีโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ โดยมีรายละเอียดว่า

ในประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่กษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ กษัตริย์ในฐานะประมุขของรัฐลงพระปรมาภิไธยในพระบรมราชโองการต่างๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน โดยต้องมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงนามรับสนองพระบรมราชโองการเสมอ

กษัตริย์ลงพระปรมาภิไธย หรือ “Sign” และ รัฐมนตรีลงนามรับสนองฯ หรือ “Countersign” คืออะไร? สัมพันธ์กันอย่างไร? ใครเป็นผู้มีอำนาจ ใช้อำนาจ? ใครเป็นผู้รับผิดชอบ? และการลงพระปรมาภิไธยตามลำพัง โดยไม่มีรัฐมนตรีลงนามรับสนองฯ มีได้หรือไม่?

วิษณุ เครืองาม เองก็เคยเขียนไว้ในตำรากฎหมายรัฐธรรมนูญของตนเองว่า

“การลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ หมายถึงการลงนามกำกับการลงนามของพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้เพื่อรับรองว่า พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยโดยถูกต้องแล้ว ลายพระปรมาภิไธยที่ปรากฎก็เป็นของจริง และผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการยอมผูกพันตนเองรับผิดชอบแทนพระมหากษัตริย์ ในการที่ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชหัตถเลขา พระบรมราชโองการหรือกฎหมายนั้นๆ ในฐานะที่ตนเป็นผู้ริเริ่มหรือนำเรื่องนั้นขึ้นกราบบังคมทูล

การลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะช่วยให้หลักที่ว่าพระมหากษัตริย์ไม่ทรงรับผิดชอบทางการเมือง (the King has no political accountability) และทรงวางพระองค์เป็นกลาง ตลอดจนหลักที่ว่า พระมหากษัตริย์ไม่อาจทรงทำอะไรโดยลำพังพระองค์ (the King cannot act alone) เป็นจริงขึ้น”

แต่เอกสารที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ ที่เป็นพระบรมราชโองการในปี 2562 รวม 2 ฉบับ และเป็นพระราชหัตถเลขาเมื่อเดือนมกราคม ปี 2564 อีก 1 ฉบับ กลับไม่มีรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ !!!

ทั้งหมดนี้มีปัญหาต้องพิจารณาในทางกฎหมายรัฐธรรมนูญ ระบบราชการ และระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

ต่อมานในวันที่ 23 ม.ค.64 ทางด้านของ ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ได้ออกมาตอบโต้ในประเด็นดังกล่าว เนื่องจากทางด้านของ นายปิยบุตร ค่อนข้างที่จะบิดเบือนเป็นอย่างมากในประเด็นดังกล่าว โดยมีเนื้อหาใจความว่า

ในหลวงช่วยราษฎร คนอุบาทว์ให้ร้าย
ต่อให้เปิดโปงนายปิยบุตรที่ออกมาบิดเบือนอีกสักกี่ครั้งกี่หน ไม่ว่าจะยกหลักวิชาการหรือพูดกันด้วยความเป็นจริงใดๆ นายปิยบุตรก็ไม่เคยรู้จักละอายและหยุดบิดเบือนสร้างความแตกแยก

การที่นายปิยบุตรยกประเด็นโครงการราชทัณฑ์ปันสุขขึ้นมาบิดเบือนและโจมตี แสดงให้เห็นถึง…
– ความโง่เขลาเบาปัญญาที่นายปิยบุตรไม่สามารถแยกแยะ “การพระราชกุศล” กับ “การบริหารราชการแผ่นดิน” ออกจากกันได้
– ความไร้มนุษยธรรมและขาดจิตสำนึกอย่างร้ายแรง ไม่รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี แม้แต่โครงการดีๆที่เป็นไปเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ต้องขัง นายปิยบุตรยังสามารถเบียดเบียนด้วยการบิดเบือนมาเป็นประเด็นสร้างความแตกแยกได้

เนื่องจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ต้องให้บริการแก่ผู้ต้องขังในกรณีเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นจำนวนมาก แต่ยังขาดแคลนบุคลากร เครื่องมือแพทย์ และเวชภัณฑ์ การดูแลสุขภาพของผู้ต้องขัง

โครงการราชทัณฑ์ปันสุขจึงได้เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการดำเนินโครงการทั้งหมด โดยมีการดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้นในระยะที่ 1 จำนวน 217 ล้านบาท และระยะที่ 2 จำนวน 128 ล้านบาท ดังนั้นคณะกรรมการโครงการราชทัณฑ์ปันสุขจึงเป็นคณะกรรมการของ “โครงการ” ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ “การบริหารราชการแผ่นดิน” โดยคณะกรรมการโครงการราชทัณฑ์ปันสุขเกิดขึ้นจากหลายภาคส่วนเพื่อช่วยดูแลให้เงินจำนวนนี้เกิดประโยชน์สูงสุดตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ในการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ต้องขัง

นอกจากนี้นายปิยบุตรยังกล้าบิดเบือนใส่ร้ายโยงไปถึงขั้นว่าเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์อีกต่างหาก หายใจเข้าหายใจออกมีแต่ยุยงปลุกปั่น สร้างความเคลือบแคลงสงสัยในเรื่องที่เป็นเท็จ มีเจตนาสร้างความแตกแยกและมุ่งหวังล้มล้างการปกครอง

แค่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทำโครงการช่วยเหลือประชาชนด้วยเงินของพระองค์เอง แล้วมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อดูแลเงินหลักร้อยล้านบาทให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ นายปิยบุตรก็นำมาบิดเบือนใส่ร้ายว่าเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ได้แล้วอย่างงั้นหรือ?

เราจะปล่อยให้นายปิยบุตรใช้ช่องว่างของกฎหมายบิดเบือนให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความแตกแยก บ่อนทำลายความมั่นคงของชาติและประชาชนต่อไปอีกนานแค่ไหน?
#ปิยบุตรคงโดนรุมประชาทัณฑ์เข้าสักวัน

ล่าสุดในวันที่ 24 ม.ค.64 ทางด้านของ ดร.นิว ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวอีกครั้งเป็นการโต้ตอบ นายปิยบุตร และ นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ที่ชอบออกมาแซะแบบบินเบือน โดยที่ไม่บอกความจริงที่ทุกคนได้ทราบ ชอบคำความแค่บางส่วนมาขยายให้ไปในมุมมองที่ตัวเองอยากให้เป็น โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ไม่ใช่แค่นายปิยบุตรเท่านั้น นายสมศักดิ์เจียม Somsak Jeamteerasakul ก็ไม่มีสมองในการแยกแยะระหว่าง “การพระราชกุศล” กับ “การบริหารราชการแผ่นดิน”

ถ้านายสมศักดิ์เจียมมีศักดิ์ศรีหลงเหลืออยู่บ้าง ก่อนจะแซะแบบโง่ๆ นายสมศักดิ์เจียมควรหักล้างกันด้วยหลักวิชาการให้ได้เสียก่อนที่จะตอบโต้นะครับ
ถ้าจะนับอายุกันแล้ว ผมน่าจะเป็นรุ่นลูกรุ่นหลานเลย การแซะเด็กรุ่นลูกรุ่นหลานอย่างผมแบบมั่วๆ ไร้หลักการและไร้สมอง มันจะต่างจากการประจานตัวเองที่ตรงไหน?

ปีกว่าๆแล้วที่ผมออกมาเปิดโปงความโกหกบิดเบือนนายปิยบุตรหลายครั้งหลายหน แต่นายปิยบุตรกลับไม่มีปัญญาออกมาแก้ต่างหรือโต้กลับมาแม้แต่ครั้งเดียว ขนาดนายปิยบุตรยังไม่มีความกล้าเลยแม้แต่นิดเดียว นายสมศักดิ์เจียมไปเอาความกล้ามาจากไหน?