ฏีกาคุกกปปส.พัทลุงขวางลต.จำเลยยอมรับศาล! ขณะพวกผิดม.112 ยังไม่ติดคุกแต่โวยกันลั่น

1474

จากที่เมื่อวันที่15 มกราคม 2562 ศาลจังหวัดพัทลุงได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทรณ์ภาค 9 ในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องแกนนำกลุ่ม กปปส.พัทลุง คดีเกี่ยวกับการชุมนุมเมื่อปี2557 ในข้อกล่าวหาปิดหน่วยเลือกตั้งนั้น

โดยจำเลยประกอบด้วย นายทวี ภูมิสิงหราช อดีต ส.ว.พัทลุง จำเลยที่ 1, นายจรูญ พรรณราย จำเลยที่ 2, นายประหยัด อินทองปาน จำเลยที่ 3, นายปิติพันธุ์ จุรุพันธุ์ จำเลยที่ 4, นายปราโมทย์ เพชรดวง จำเลยที่ 5, นายดรณ์ พุ่มมาลี จำเลยที่ 6, นางโฉมพิไล บุญผลึก จำเลยที่ 7,  นางวิมล พงศ์จั่นเผือก จำเลยที่ 8, นายสันติชัย ชายเกตุ จำเลยที่ 9, นายเฉลียว เกื้อสุข จำเลยที่ 10 (เสียชีวิต) และนายสุพลชัย คงเขียว จำเลยที่ 11 โดยในความผิดฐานขัดขวางการเลือกตั้ง ตามหมายเลขดำที่ 832/2561 คดีหมายเลขแดงที่ 1543/2561 โดยเหตุเกิดระหว่างการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.พัทลุง ในช่วงวันที่ 25-31 ธ.ค.2556 และวันที่ 1 ม.ค.2557 จนไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้งได้

ต่อมาวันที่ 17 ม.ค.2557 กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ได้ร่วมกันชุมชนบริเวณโรงเรียนนักปกครอง ต.ตำนาน อ.เมืองพัทลุง และสำนักงานเทศบาลตำบลท่ามิหรำ อ.เมืองพัทลุง ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานชั่วคราวของพนักงานสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพัทลุง เพื่อให้หยุดการปฏิบัติงานจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้ และผู้ชุมชนเอาเอกสารการเลือกตั้ง เอกสารราชการของสำนักงาน กกต.ประจำ จ.พัทลุง จากห้องประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลท่ามิหรำไป

จากนั้นวันที่ 26 ม.ค.2557 ผู้ชุมนุม กปปส.ร่วมกันชุมนุมปิดกั้นทางเข้า-ออกสถานที่เลือกตั้งกลางนอกเขตจังหวัด บริเวณสนามฟุตบอล กองร้อย ตชด.434 พัทลุง และสถานที่เลือกตั้งกลางในเขตจังหวัด เขตเลือกตั้งที่ 1 บริเวณลานจอดรถสำนักงานเทศบาลตำบลท่ามิหรำ จนไม่สามารถจัดให้มีการลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งได้

กระทั่งวันที่ 1 ก.พ.2557 ผู้ชุมนุม กปปส.ร่วมกันชุมนุมบริเวณ สภ.เมืองพัทลุง ซึ่งเป็นสถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง และอุปกรณ์การเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.พัทลุง กกต.ประจำจังหวัดพัทลุง กกต.ประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 และพนักงานสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดพัทลุง ไม่สามารถนำบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์การเลือกตั้งออกจากสถานที่ดังกล่าว เพื่อแจกจ่ายให้แก่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ประธานกรรมการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 ถึงที่ 3 จึงประกาศงดการลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557

ทั้งนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ได้มีคำพิพากษาปรับแก้โทษของจำเลยทั้ง 10 คน โดยพิพากษาลงโทษจำคุก จำเลยที่ 1 จำนวน 2 ปี  24 เดือน, จำเลยที่ 2, 3 คนละ 2 ปี 16 เดือน, จำเลยที่ 4, 8 คนละ 1 ปี 24 เดือน, จำเลยที่ 5, 6, 7 คนละ 8 เดือน, จำเลยที่ 9 จำนวน 16 เดือน และจำเลยที่ 11 จำนวน 3 ปี 16 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

สำหรับคดีดังกล่าวนี้ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1, 4, 8 คนละ 3 ปี  จำคุกจำเลยที่ 2, 3, 9 คนละ 2 ปี จำคุกจำเลยที่ 5, 6, 7 คนละ 1 ปี และจำคุกจำเลยที่ 11 จำนวน 2 ปี พร้อมทั้งให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งจำเลยที่ 1-4, 8, 11 คนละ 5 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จำเลยทั้ง 10 คน ที่มานั่งฟังการอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาลจังหวัดพัทลุง แต่ศาลมีคำสั่งให้ยื่นต่อศาลฎีกาเป็นผู้สั่ง ทำให้จำเลยทั้ง 10 คนถูกนำตัวไปคุมขังในเรือนจำกลางพัทลุงเพื่อรอคำสั่งจากศาลฎีกา ว่าจะอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่

ล่าสุดวันนี้ 25 มกราคม 2564 นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีต ส.ส.พัทลุง ได้โพสต์ข้อความระบุอยู่ที่ ศาลจังหวัดพัทลุง พร้อมเปิดเผยถึงคำสั่งศาลในวันนี้ด้วยว่า

“ศาลจังหวัดพัทลุง อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4005/2560 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์ นายทวี ภูมิสิงหราช กับพวกรวม 11 คน ข้อหา ขัดขวางการเลือกตั้งจำคุกนายทวี ภูมิสิงหราช จำเลยที่ 1   2 ปี 12 เดือน จำคุกจำเลยที่ 11   2 ปี 14 เดือน

ยกฟ้องจำเลยที่ 5,6,7 นอกนั้น รอการลงโทษจำคุก และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง คนละ 5 ปี (ขอให้กำลังใจทุกท่านครับ) (นายทวี ภูมิสิงหราช อดีต สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพัทลุง)” นายนิพิฎฐ์ ระบุ

อย่างไรก็ตามคำพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1  จำคุก 2 ปี 12 เดือน และจำเลยที่ 11  จำคุก 2 ปี 14 เดือนนั้นโดยไม่รอการลงโทษ ส่วนจำเลยที่5,6,7 ยกฟ้อง และจำเลยที่ 2 ที่ 3 รอการลงโทษ แต่ให้ปรับคนละ 60,000 บาท ขณะที่จำเลยที่ 8 รอการลงโทษ ปรับ 40,000 บาท จำเลยที่ 9 รอการลงโทษปรับ 20,000 บาท

นี่คือคดีความของอีกกลุ่มฟากการเมือง ซึ่งนั่นก็คือกลุ่ม กปปส. ที่ถูกดำเนินคดีกันมาตั้งแต่ปี2557 หลายคนก็โดนหลายคดีนอกจากการชุมนุมปิดหน่วยเลือกตั้ง กระนั้นสิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ ไม่มีเสียงเรียกร้อง โวยวายไม่ยอมรับผลการตัดสินจากกระบวนการยุติธรรม ทุกคนต่างก้มหน้ายอมรับกับผลของคดีที่เกิดขึ้น ซึ่งแตกต่างกับอีกฝ่ายอย่างม็อบคณะราษฎร หรือ ฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่วันนี้แค่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาผิดมาตรา 112 แต่ก็ออกมาเรียกร้องโวยวายอย่างหนัก ทั้งที่ยังไม่ได้ติดคุก ยังไม่ได้ถูกศาลตัดสินพิพากษาแต่อย่างใด!!!

เช่นนี้เองที่กลุ่มม็อบคณะราษฎร หรือ ปลดแอก ควรได้ดูเป็นตัวอย่างกับคดีขัดขวางการเลือกตั้งของกลุ่มกปปส. ที่ถูกตัดสินให้จำคุกไปแล้ว ต่างก็ยอมรับในการกระทำ ยอมรับในผลของคดี คำพิพากษาของศาล และวันนี้สังคมก็ได้ตั้งคำถามเช่นกันว่า ทำไมบรรดาพกวที่จาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างรุนแรง ทำไมยังลอยหน้าลอยตาไม่ติดคุก?!?