หมอวรงค์ แฉให้เห็นภาพชัด เบื้องลึกใจปิยบุตร ทัศนคติเลวร้ายมาก

771

สืบเนื่องจากกรณีที่ 22 ม.ค. 2564 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี 2563 จำนวน 31,268 คน ซึ่งทางด้านเพจเฟซบุ๊ก “ซึ่งต้องพิสูจน์” ได้จำแนกรายชื่อ พบว่า อย่างน้อย 25 ราย เป็น ส.ส. พรรคก้าวไกล

ต่อมาทางด้าน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้มีการโพสต์บทความเรื่อง “ว่าด้วยเครื่องราชอิสริยาภรณ์” ผ่านเฟซบุ๊ก “Piyabutr Saengkanokkul – ปิยบุตร แสงกนกกุล” พูดถึงเรื่องดังกล่าวด้วย
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นแย้งนายปิยบุตร ด้วยว่า #ตอบคำถามมาตรา112ให้ปิยบุตร พื้นฐานแล้ว ผมคิดว่านายปิยบุตร มีทัศนคติที่เลวร้ายมาก เพราะตีความในบางสิ่งแบบผิด ๆ ชนิดที่ไม่ควรให้อภัย อย่างเช่นล่าสุดเรื่อง การรับพระราชทานเครื่องราชฯ นายปิยบุตรก็ไปเอาคำกล่าวของปรัชญาเมธีต่าง ๆ มาให้คนเข้าใจผิด

อย่างเช่น ไปยกคำกล่าวของ Pierre Bourdieu เคยกล่าวไว้ว่า ระบบการมอบรางวัล เหรียญตรา เกียรติยศ คือ เครื่องมือแห่งการครอบงำ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว เครื่องราชฯ หรือการมอบเหรียญตรา มีการมอบกันทุกประเทศทั่วโลก มีเจตนาเพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ ผู้กระทำความดี ไม่ใช่เพื่อมาครอบงำอย่างที่นายปิยบุตรพยายามจะมาเปรียบเทียบ
ยิ่งนายปิยบุตรมาพูดถึงมาตรา112 ยิ่งแล้วไปกันใหญ่ อาจเป็นเพราะมีทัศนคติที่เลวร้ายต่อสถาบันฯ จ้องเพื่อการล้มล้าง

จึงทำให้ไปตีความมาตรา112 มีปัญหา ทั้ง ๆ ที่กฎหมายมาตรา112 ก็คือกฎหมาย ไม่เคยไปรังแกใคร แต่กฎหมายนี้จะทำงาน เมื่อพวกคุณไปกระทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม ไม่ต่างจากกฎหมายหมิ่นประมาทคนทั่วไป แต่นายปิยบุตรก็จะหาแง่มุมเพื่อทำลายกฎหมาย ลองดูประเด็นที่เขาอ้างถึงดังนี้ครับ

ปิยบุตร : มาตรา 112 มันไปอยู่ในหมวดของความมั่นคงของราชอาณาจักร ถ้าเป็นประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์ถูกดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาท มันไม่ได้กระเทือนต่อราชอาณาจักร เพราะราชอาณาจักรยังอยู่

ตอบ นายปิยบุตรไม่รู้จริง ๆ หรือว่า การทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์คือความมั่นคงของราชอาณาจักร เอาง่าย ๆ แค่มีม็อบมาจาบจ้วงสถาบัน ต้องการล้มล้าง แต่อ้างปฏิรูป คุณไม่รู้หรือว่า แค่นี้ประเทศก็วุ่นวายมาก ประชาชนแตกแยกเพราะพวกคุณ เกือบจะเกิดม็อบชนม็อบ โชคดีที่ประชาชนส่วนใหญ่เขาอดทน แค่ออกมาตอบโต้พวกคุณ จึงไม่ถึงขนาดเกิด การปะทะ ถ้าคุณทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ บ้านเมืองจะกลียุคขนาดไหน ไม่อาจที่จะเดาได้ว่าประเทศจะถูกแบ่งเป็นกี่รัฐ แบบนี้คุณคิดว่า ไม่กระทบต่อความมั่นคงของราชอาณาจักรหรือ ถ้าคิดไม่ออกก็ช่วยไม่ได้

ปิยบุตร : อัตราโทษของมาตรา 112 ที่สูงมาก คือโทษจำคุก 3-15 ปี เป็นอัตราโทษที่สูงกว่าสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์อีก

ตอบ คนที่คิดชั่ว คิดกระทำผิดกฎหมาย ต่อให้ลดโทษลงมา พวกคุณก็ทำผิดอยู่ดี และไม่มีคำว่าจบ เดี๋ยวพวกคุณก็หาเหตุต่าง ๆ มาอ้างอีก เพราะคนมันคิดไม่ดีอยู่แล้ว ที่สำคัญกฎหมายเพิ่มโทษมาเป็น 3-15 ปี เพิ่มความรุนแรง เพื่อให้เกิดความเกรงกลัว จะได้ไม่กระทำ ขนาดเพิ่มโทษแล้วยังไม่เกรงกลัว คุณคิดหรือว่า ถ้าลดลงมาแล้ว พวกที่คิดร้ายต่อสถาบัน จะยอมหยุด

ปิยบุตร : ควรต้องคิดทั้งระบบเลยว่า ตั้งแต่ประมาท-ดูหมิ่น ประมุขของรัฐ ตั้งแต่พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ศาล เจ้าพนักงาน ทูต และประชาชนคนธรรมดา ทั้งหมดนี้ หากมีการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นกัน ควรเอาออกจากโทษอาญาได้หรือไม่ แล้วให้ไปว่ากล่าวกันเอง ก็คือไปเรื่องของทางแพ่ง

ตอบ ถ้าเป็นแบบนี้ก็เข้าทางพวกนายทุนสามานย์ซิ จ้างเกรียนคีย์บอร์ด จ้างน้ำหมึกจากปากกา มาเขียนกล่าวให้ร้าย ปล่อยเฟคนิวส์ เพราะปัจจุบัน การทำลายคู่ต่อสู้เขาใช้วิธีนี้การให้ข้อมูลร้าย ๆ ผิด ๆ ทั้งนั้น นั่นคือใช้ soft power เมื่อถูกดำเนินคดี พวกคุณก็จ่ายเงินค่าปรับแทน และจ้างคนอื่นไปกล่าวให้ร้ายอีก คำพูดแบบนี้ดูผิวเผินเหมือนจะดูดี แต่แฝงเร้นด้วยความชั่วร้ายของทุนสามานย์ เท่ากับมีเงินอยากจะด่าใครก็ได้

ปิยบุตร : ผมขอถามผ่านบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ถึงคนที่จงรักภักดี คนที่เป็นรอยัลลิสต์ ผมถามว่าคุณคิดจริง ๆ หรือว่าการใช้ข้อหามาตรา 112 มากเท่าไหร่จะยิ่งรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ได้มากเท่านั้น ความเห็นผมคือไม่ใช่

ตอบ ผมก็อยากจะบอกพวกที่จ้อง ทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เรารู้ทันพวกคุณหมด สิ่งที่พวกคุณทำนั้น คุณจ้องทำลายแต่ใช้คำสวยหรูว่าปฏิรูป ผมบอกเลยว่า คนที่เดือดร้อนมาตรา112 มีแต่พวกคุณเท่านั้น ประชาชนทั้งประเทศ 66 ล้านคนไม่มีใครเดือดร้อน คนที่เดือดร้อนมีไม่กี่สิบคน และแต่ละคนก็มีแต่อคติ ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ พวกเรายังยืนยันว่า ถ้าเรายังปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาตรา112 ที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ยิ่งมีความจำเป็น

ปิยบุตร : เคยพูดในหลายวาระว่า ในทำนองหมดเวลาที่ สถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่สิ่งศักสิทธิ์ที่จะมานั่งกราบไหว้

ตอบ นายปิยบุตรไหว้พ่อแม่หรือไม่ ไหว้เพราะพ่อแม่เป็นสิ่งศักสิทธิ์หรือเพราะอะไร คุณคงไม่รู้ใช่ไหม คนไทยไหว้พ่อแม่ เพราะรัก เคารพ ศรัทธา สำนึกในบุญคุณ ไม่ใช่ไหว้เพราะพ่อแม่มีความศักสิทธิ์ เช่นเดียวกัน ที่คนไทยกราบไหว้พระมหากษัตริย์ เพราะมีความเคารพนับถือ ศรัทธา และสำนึกในบุญคุณของสถาบันฯ ไม่ใช่ไหว้เพราะสิ่งศักสิทธิ์ อย่างที่นายปิยบุตรเข้าใจ

ผมพยายามอธิบายให้นายปิยบุตรเข้าใจ แต่ก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ ถ้าคิดจะอยู่เมืองไทยแล้วยังไม่ยอมเข้าใจบริบท วิธีคิดและอัตลักษณ์ของสังคมไทย สงสัยความอคติ และเห่อตามตะวันตก คงทำลายกระบวนการเรียนรู้คนที่เป็นถึงอาจารย์ จนไม่ยอมรับรู้และเข้าใจ ถึงวิถีไทย ย้ำนะครับ ช่วยไม่ได้จริง ๆ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น นายปิยบุตร เคยโพสต์ข้อความถึงมาตรา 112 ว่า สนับสนุนการยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112 ระบุว่า กฎหมายดังกล่าวมีปัญหาในทุกมิติ ทั้งตัวบทกฎหมาย อัตราโทษไม่ได้สัดส่วน การใช้และการตีความ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีปัญหาในทุกมิติ ทั้งในแง่ของตัวบทกฎหมาย ในแง่ความไม่ได้สัดส่วนของอัตราโทษ ในแง่การนำมาใช้และตีความ ในแง่ของอุดมการณ์ที่กำกับอยู่เบื้องหลัง ดังที่ผมเคยแสดงความเห็นไว้ในหลายโอกาส

ปัจจุบัน สถานการณ์การนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาใช้ ก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และมีทีท่าจะแรงต่อเนื่องไปอีก ผมจึงมีความเห็นว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ซึ่งเป็น “ผู้แทน” ของ “ราษฎร” ต้องผลักดันร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา เพื่อยกเลิกมาตรา 112 โดยเร็วที่สุด