เจ๊หน่อยโชว์ฉลาด ให้แจกเงินสด ใช้บัตรปชช.ขึ้นเงินเอง ไม่ดูข้อมูล พบ รบ. แจงไว้แล้วทำไมไม่อ่าน

1859

จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยตอนนี้ ซึ่งทางรัฐบาลเองได้มีการออกมาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชน ที่ต่างได้รับความเดือดร้อน

โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.ได้มีการอนุมัติหลายโครงการ โดยเฉพาะมาตรการเยียวยาและดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดรอบใหม่ของโรคโควิด-19

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำกลุ่มสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan” ว่า “ช่วงหลังการแพร่ระบาดของ COVID รอบที่สอง ดิฉันได้ทำโครงการ “รวมพลังสู้ภัย COVID” และได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่กำลังเผชิญทุกข์หนักกับปัญหาปากท้อง เกือบทุกวัน

ดิฉันพบว่า พี่น้องคนไทยประสบความยากลำบากมากเหลือเกิน COVID ทำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของ #คนตัวเล็ก ที่ชุดอยู่ใต้พรมมานาน ประทุขึ้นมา ทั้งหมดเกิดจากการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลทั้งสิ้น

เมื่อเกิดการแพร่ระบาดรอบแรก รัฐบาลใช้เงินอย่างมหาศาลด้วยการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 1.0 ล้านล้านบาท เพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งใช้วงเงินสินเชื่อของ ธปท. อีก 9 แสนล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี และดูแลหุ้นกู้ของผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่ด้วยการบริหารที่ยึดติดกับระบบรัฐราชการ ที่นอกจากจะดูแลประชาชนได้ไม่ทั่วถึงแล้ว ด้วยความบกพร่องของหน่วยงานที่พลเอกประยุทธ์ดูแลได้แก่กองทัพ และ สตช. จึงเกิดการแพร่ระบาดรอบสอง โดยประชาชนเป็นผู้รับกรรม

แม้ต่อมา ครม. เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 จะมีมติให้เยียวยาประชาชนที่มีอายุเกิน 18 ปีขึ้นไป คนละ 3,500 บาท จำนวน 2 เดือน รวมประมาณ 31.1 ล้านคน โดยจะต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ “เราชนะ” ก็ตาม แต่ก็มีมาตรการที่สร้างความยากลำบากให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเพราะไม่มีสมาร์ทโฟน หรือด้วยปัจจัยอย่างอื่น รวมทั้งยังมีข้อจำกัดในการใช้เงิน ทั้งที่เงินดังกล่าวไม่ได้เป็นเงินของผู้กำหนดนโยบาย แต่มาจากภาษีที่คนไทยทุกคนจะต้องเป็นผู้ชดใช้

สิ่งที่ดิฉันจะขอแนะนำในเวลาที่ประชาชนทุกข์ยาก รัฐบาลต้องแก้ไขให้ตรงจุด และรวดเร็ว จึงควรแจกเป็นเงินสด โดยอาจให้ประชาชนเอาบัตรประชาชนไปขึ้นเงินได้จากธนาคารทุกแห่ง ให้ประชาชนมีดุลพินิจในการใช้เงินตามความจำเป็น เพราะเป็นเงินของประชาชน ไม่ควรออกข้อจำกัดหรือเงื่อนไขเสมือนเป็นการสงเคราะห์ ซึ่งไม่ใช่ หากแต่เป็นสิทธิที่ประชาชนพึงได้รับ เพราะมาตรการของรัฐสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน และสุดท้ายคือการใช้เงินดังกล่าวต้องมีมาตรการเพื่อใช้ #คนตัวเล็ก ตัวน้อยเป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ กระตุ้นให้เกิดการบริโภคภายในประเทศ มิฉะนั้นจะเป็นเพียงการถ่ายเงินจากกระเป๋าที่รัฐบาลกู้มา แต่ประชาชนต้องชดใช้ ไปสู่กระเป๋าของนายทุนรายใหญ่เหมือนที่เกิดขึ้นมาตลอด 7 ปีที่ผ่านมา

#กลุ่มสร้างไทย เราจะขอเป็นปากเสียงให้กับพี่น้อง #คนตัวเล็ก และจะไม่ปล่อยให้พี่น้องคนตัวเล็กต้องสู้กับความทุกข์ยากอย่างโดดเดี่ยว เราจะสู้เพื่อสิทธิ และโอกาสของ #คนตัวเล็ก ทุกคน”

อย่างไรก็ตาม สำหรับเรื่องนี้เอง ก่อนหน้านั้น นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า “เราชนะ” เป็นโครงการที่ออกมาเยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบาง ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมไม่ให้เป็นเงินสด เป็นเพราะเราชนะเป็นการเยียวยาที่ทำไปพร้อมกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ต้องการให้ประชาชนใช้จ่ายผ่านแอพ เป๋าตังค์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในร้านค้า หาบเร่แผงลอย และตลาดสด ส่วนลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากธุรกิจที่ปิดในช่วงโควิด-19 สามารถยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือจากสำนักงานประกันสังคมได้ ก่อนหน้านี้ทางสำนักงานประกันสังคมได้ออกมาตรการช่วยเหลือแล้ว เช่น การลดของนายจ้าง และลูกจ้าง

นายอนุชา บูรพชัยศรี กล่าวว่า ช่วงปลายเดือนมกราคมนี้จะประเมินสถานการณ์ หากดีขึ้นก็จะมีมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นฟู เช่น กระทรวงการคลังอาจทำโครงการคนละครึ่งเฟสที่สาม และทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังได้หารือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้มีซอฟต์โลนระยะยาว และการค้ำประกันเงินกู้อื่นๆ ขณะนี้รัฐบาลเตรียมออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยมอบให้กระทรวงการคลัง และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ดูแลเศรษฐกิจประเทศไทย ให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้