“อนุทิน” เดือด อัด “ธนาธร” บิดเบือน โยงมั่วไปหมด ตอบชัด ทำไมถึงเปิดสัญญาวัคซีนจากแอสตร้าฯ ไม่ได้

1460

จากกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ออกมาแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดสัญญา จัดซื้อวัคซีนจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า เพื่อความโปร่งใส และเชื่อการแจ้งความดำเนินคดีเขาในข้อหาตามมาตรา 112 และพ.ร.บ. การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มีแรงจูงใจทางการเมืองและเป็นไปเพื่อปิดปากผู้ตรวจสอบรัฐบาล

ทั้งนี้ยังบอกว่า การตั้งคำถามหรือตรวจสอบโครงการที่ใช้ภาษีประชาชน เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ และเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยเอกสารและรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนโควิด รวมทั้งสัญญากับบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าทั้งหมด

ทั้งนี้สิ่งที่นายธนาธร เรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการออกมาชี้แจงและเปิดรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับข้อตกลงและสัญญาอย่างน้อย 3 ฉบับนั้น เจ้าตัวเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกันและ “เป็นดีลเดียวกัน ที่มีการพูดคุยเจรจาร่วมกัน” ได้แก่

– บันทึกข้อความตกลงและความร่วมมือในลักษณะการจัดหาวัคซีนโดยการจองล่วงหน้า (Advance Market Commitment) จำนวน 26 ล้านโดสกับบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) และบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า สหราชอาณาจักร และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ

– ข้อตกลงระหว่างบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า กับ บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์

– ข้อตกลงระหว่างรัฐบาลกับสยามไบโอไซเอนซ์

ล่าสุดทางด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงข้อกล่าวหาการจัดซื้อวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ล่าช้า โดยยืนยันว่าการดำเนินการไม่ได้ล่าช้า กว่าประเทศอื่น แต่ต้องยึดหลักความปลอดภัย และคุณภาพของวัคซีน

ซึ่งการจัดซื้อมีขั้นตอน ไม่ใช่สั่งซื้อแล้วจะได้ของทันที อีกทั้งการจัดซื้อวัคซีนยังติดเงื่อนไขของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ที่การจ่ายเงินซื้อจะต้องมีสินค้าอยู่จริงซึ่งแตกต่างกับบางประเทศที่ยอมเสี่ยงจ่ายเงินไปก่อน โดยยังไม่ทราบว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่เพราะหากเกิดความเสียหายเงินที่จ่ายไปก็จะสูญเปล่า

ส่วนกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เรียกร้องให้เปิดสัญญาการจัดซื้อวัคซีน ที่ทำกับบริษัทแอสตร้าเซนเนกา จำกัด กับสยามไบโอไซเอนซ์นั้น เห็นว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากคู่สัญญาเป็นเอกชนทั้งคู่ และอยู่เหนือการควบคุมของรัฐยืนยันไม่ใช่วัคซีนผูกขาด

เพราะมีการเจรจาซื้อหลายบริษัท ซึ่งเรื่องวัคซีนคนที่รู้ดีที่สุดคือหมอและ คณะกรรมการวิชาการที่ตั้งขึ้นมาศึกษาการใช้วัคซีนโดยเฉพาะ รัฐมนตรีมีหน้าที่เห็นชอบตามที่คณะกรรมการวิชาการเสนอเรื่องมา ซึ่งข้อมูลที่นายธนาธรนำมาเปิดเผยปราศจากข้อเท็จจริง

ส่วนกรณีที่ไม่มีบริษัทผลิตวัคซีนอื่นมาขอจดทะเบียนกับ อย. ไทยว่า เราไม่ได้ปิดกั้นแต่ การจดทะเบียนช่วงนี้การใช้ตามสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือEUA ไม่ใช่การจดทะเบียนเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ พร้อมย้ำถึงนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่เพียงกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น