อเมซอนปล่อยสินค้าอันตราย??? ขายบนเว็บไซต์ สุดอึ้ง!!!ตลอด 5 ปีลูกค้าร้องเรียนกว่า 1,500 รายแต่เพิกเฉย

825

Amazon มีการเขียนระบุชัดเจนถึงสินค้าห้ามขาย ที่มีลักษณะอันตรายว่ามีอะไรบ้างแต่การปฏิบัติที่เป็นจริงตรงกันข้าม สินค้าอันตรายที่มีลูกค้าเตือนและร้องเรียนนับพันรายการ ไม่ได้รับการใส่ใจในการตรวจสอบอย่างจริงจัง อีกทั้งละเลยที่จะแก้ปัญหาอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา หากไม่มีการฟ้องร้องเรื่องจะเงียบไป ปัจจุบันสินค้าที่มีลักษณะลุกไหม้ง่าย ละลายง่าย เกิดระเบิดง่ายยังคงขายกลาดเกลื่อนในเว็บไซต์และภายใต้แบรนด์ดัง “อเมซอนเบสิค”

ซีเอ็นเอ็นเผยแพร่รายงาน การสืบค้นเรื่อง กรณีสินค้าที่มีสารอันตรายที่ “อเมซอน” จงใจปล่อยขายอย่างแพร่หลายแม้มีเรื่องร้องเรียนกว่า 1,500 ราย ภายใต้แบรนด์ “อเมซอนเบซิค: AmezonBasics” บริษัทแก้ปัญหาแบบขอไปทีแล้วปล่อยให้ขายต่อไปนับตั้งแต่ปี 2016 จนถึงปัจจุบัน สอบถามไปจะได้คำตอบบริษัทมีกฎเข้ม และจะแก้ไขอย่างเหมาะสมและชี้ไปว่าเป็นความรับผิดชอบหลักของเจ้าของสินค้า

ร้องเรียนมา 5 ปี ไม่มีผลตอบรับ

อเมซอนเบสิค เปิดตัวเมื่อปี 2009 และยอดสินค้าที่นำขายในไซท์นี้เพิ่มมากกว่า 5,000 รายการ ภารกิจในการโฆษณานี้ อเมซอนให้คำจำกัดความของสินค้าว่า ทุกๆวันนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพเหมือนที่อื่นหรือเหนือกว่าผู้อื่น แต่ราคาถูกหากเปรียบเทียบกับคู่แข่งของสินค้าชนิดเดียวกัน ซึ่งบริษัทที่ขายสินค้ามีหลายแห่งเช่น Costco และ Target

-แม้มีการร้องเรียนโดยลูกค้าของอเมซอนเอง ใช้คำว่า “ไฟ”, “อันตราย”, และ “ไหม้ไฟ” ที่ลูกค้าใช้รายงานผลการซื้อแล้วนำใช้ กว่า 1,500 ราย โดยเฉพาะสินค้าอิเล็คทรอนิกส์และส่วนประกอบ ภายใต้ชื่อแบรนด์ อเมซอนเบสิค จากปี 2016 ถึงปัจจุบัน 2020 นับเวลา 5 ปีแล้ว ก็ไม่ได้รับความสนใจอย่างที่ควรจะเป็น

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

-กว่า 10% ของการรีวิวสินค้าของอเมซอนเบสิคพบว่าติดไฟ บางกรณี สินค้าบางรายการมีคำอธิบายพร้อมเกี่ยวกับการนำไปใช้เพื่อให้เกิดผลและการดูแลความปลอดภัย แต่เมื่อนำไปใช้จะเกิดผลร้ายเสมอ

-เกือบ 200 รายการที่มีการรายงานความเสียหายและอันตรายจากการใช้สินค้าที่มีต่อบ้านเรือนของลูกค้า ทั้งผนังบ้าน และการลุกไหม้ของโทรศัพท์มือถือ

การรีวิวสินค้ามากกว่า 90% ที่สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นวิเคราะห์เกี่ยวกับ การรายงานผลการใช้สินค้ามีรายละเอียดดังนี้คือ:

-สินค้าประมาณ 400 รายการที่โพสต์ลงในเว็บไซต์ของอเมซอนทั้งภาพและวีดิโอแสดงหลักฐานการร้องเรียนและความเสียหายจากการใช้สินค้า

-การรีวิวมาจากผลิตภัณฑ์ 70 เพจสินค้าซึ่งบางครั้งรวมทั้งการใช้แบบเชื่อมโยง (เช่นการใช้ USB ในขนาดความยาว-สี) ซึ่งมีการแยกระหัสหมายเลขไว้

ส่วนใหญ่ไม่ใส่ชื่อเต็มของผู้ทำการรีวิวสินค้า แต่ซีเอ็นเอ็นได้เข้าถึงลูกค้ากว่า 30 ราย และส่วนใหญ่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น หลังจากที่ลูกค้าซื้อสินค้า พร้อมทั้งมีภาพ และรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นร้องเรียนต่ออเมซอนด้วย

กรณีไมโครเวฟ :มากกว่า 150 รีวิวสินค้าของอเมซอนเบสิคไมโครเวฟ ซึ่งบรรยายว่าปลอดภัยนั้นพบว่าลุกไหม้เกิดควัน เช่น ตู้ไมโครเวฟไหม้ไฟเกิดควันโขมง และ USB คอร์ดร้อนจัดและละลาย

 

กรณี USB คอร์ด:ทดสอบโดยศูนย์เพื่อการวิจัยวิศวกรรมก้าวหน้าเพื่อชีวิตมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์: the University of Maryland’s Center for Advanced Life Cycle Engineering (CALCE) พบว่า USB คอร์ดมีส่วนประกอบที่อันตราย และไมโครเวฟมีส่วนประกอบที่ติดไฟอยู่ในวัตถุดิบของไมโครเวฟ ทำให้สุ่มเสี่ยงที่จะลุกไหม้ เกิดควันขโมงและอาจซึมเข้าในอาหารเกิดอันตรายได้  แค่เริ่มทดลองเมื่อเปิดเตาไมโครเวฟ ก็จะเกิดประกายไฟและควันไฟแล้วในเริ่มต้น แต่การทดสอบได้ยุติลงเมื่อเกิดการระบาดไวรัสโควิด-19

ในสหรัฐฯ อเมซอนเปิดเผยต่อสาธารณะว่าเรียกคืนสินค้าจากอเมซอนเบสิค 2 รายการตั้งแต่ปี 2018-2019 หลังจากที่บริษัทได้รับการร้องเรียนจากลูกค้าเกียวกับ พาวเวอร์แบงก์ร้อนจัด 53 ราย และสเปซฮีทเทอร์ 25 รายการ เกี่ยวกับร้อนจัดและลุกไหม้ เกิดประกายไฟ บอกว่าบริษัทตอบรับหน่วย CPSC ของรัฐฯอย่างรวดเร็วในการสืบสวนคำร้องเรียนของลูกค้า

สินค้าต้องติดธงแดงเตือนภัย

รายงานลูกค้าน่าตกใจอย่างน้อย 100 รีวิวในเว็บไซต์ของอเมซอน เช่นกรณีพาร์ราจากอพารตเม้นท์ในเมืองคอนเน็คติกัด เป็นเรื่องร้องเรียนถึงศาลเพราะผู้เสียหายร่างกายถูกไหม้ระดับสอง และคอบาดเจ็บจากควันพิษที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ครั้งนั้น และพาร์ราฟ้องอเมซอนตั้งแต่ปี 2019 ปัจจุบีน เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

นอกจากนี้ ลูกค้ารีวิวร้องเรียน 21 รายการเกี่ยวกับแบตเตอรี่ชาร์ต และมีการรีวิวประมาณ 2,000 รายการซึ่งกล่าวถึงสินค้าต่างๆว่าร้อนจัด ละลายและลุกไหม้ได้ อย่างน้อย 3 รายที่เกิดเหตุเหมือนกับอดีต เช่น ตัวแบตเตอรี่ชาร์ตเสียบไฟไม่ได้และไม่มีแบตเกิดขึ้นเลย กรณีร้องเรียนแล้วอเมซอนยังคงปล่อยขายต่อไปบนหน้าเว็บไซต์ โดยอเมซอนบอกว่า บริษัทตรวจสอบความปลอดภัย ยืนยันว่าสินค้าปลอดภัย เมื่อสอบถามว่าบริษัทใดทำการทดสอบ และทดสอบอย่างไร กลับ ไม่มีคำตอบถึงรายละเอียดต่างๆนี้จากบริษัทแต่อย่างใด

ศาสตราจารย์มาร์ค ฮอเรนสตีน, วิทยาลัยวิศวกรรมแห่งมหาวิทยาลัยบอสตันกล่าวว่า “นั่นแสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าผลิตภัณฑ์มีข้อผิดพลาดอันตรายแน่นอน-มันต้องติดธงแดง”

บริษัทแจงว่า การที่ลูกค้ารีวิวสินค้าถึงอันตรายที่เกิดขึ้น ยังไม่อาจยืนยันหรือสรุปตัวสินค้านั้นๆในผลกระทบด้านลบโดยรวมของสินค้าอย่างเป็นทางการนั้นๆได้ แม้ว่าจะใช้คำว่า “ติดไฟ” “อันตรายสูง” ก็ตาม และเป็นหน้าที่ของบริษัทเจ้าของสินค้า ที่จะเปลี่ยนแปลงหรือนำออกจากระบบของอเมซอนและต้องเป็นผู้ยืนยันความปลอดภัยของสินค้า

เบื้องหลังการผลิต-การจัดการปัญหาของอเมซอน

-เรเชล เกรีย ผู้ลาออกจากบริษัทในปี 2015 กล่าวว่าเธอเคยทำงานในบริษัทและพบว่าบริษัทสนใจตรวจสอบสินค้าสม่ำเสมอ แต่เมื่อสมัยช่วงเวลาที่เธอทำงานอยู่ไม่ค่อยมีการร้องเรียนสินค้าต่ำมาตรฐาน และสินค้าของอเมซอนก็ไม่มากมายอย่างทุกวันนี้อย่างเช่นถ้ามีการร้องเรียนจากลูกค้า บริษัทจะเครียดและจริงจังกับกรณีเหล่านั้นมาก

-อดีตพนักงานของอเมซอนกล่าวว่า สินค้าอิเล็คทรอนิคส์ของอเมซอนเบสิคส่วนใหญ่ผลิตในเอเซีย ซัพพลายเออร์จัดส่งสินค้ามาในนามหลายแห่ง ใช้ชื่อของตนและรวมใช้ตราอเมซอนเบสิค เปิดเผยว่า 10% ผลิตในสหรัฐอเมริกาและ 50% ผลิตในจีน

-ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของอเมซอนชี้แจงว่า บริษัทที่จะส่งสินค้าให้อเมซอนต้องผ่านมาตรฐานของอเมซอนเบสิค 2 ช่องทาง ซื้อตรงกับโรงงานซึ่งตรงกับมาตรฐานของอเมซอน หรือ บริษัทผลิตสินค้าตามไลน์ของอเมซอน หรืออเมซอนทำงานผลิตร่วมกับบริษัทที่ 3 ซึ่งสามารถใช้แบรนด์ของอเมซอนเบสิคโดยตรง ซึ่งในการปฏิบัติ อเมซอนยังไม่สามารถเข้าไปควบคุมคุณภาพของสินค้าในทุกสายการผลิตได้