แกะหลักฐาน!ถอดเทปธนาธร พบ 11 วรรคตอนพูดครึ่งชม. วกด่าสถาบันทุกๆ 2 นาที

2013

จากที่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ออกมาไลฟ์สดทางเพจคณะก้าวหน้าในหัวข้อ “วัคซีนพระราชทานฯ” พูดถึงการจัดหาและผลิตวัคซีนโควิดในประเทศไทยก่อนที่จะพาดพิงสถาบันโดยอ้างถึงการถือหุ้นบริษัทผลิตวัคซีน???

โดยนายธนาธร พูดในประเด็น และคำถามในลักษณะโจมตีรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และที่สำคัญพาดพิงกระทบไปถึงสถาบัน ซึ่งมีเนื้อหาบางช่วงระบุว่า บริษัทเดียวที่ไทยฝากความหวังไว้ก็คือ AstraZeneca ซึ่งมีการจ้างบริษัทผู้ผลิตในประเทศไทยก็คือ Siam Bioscience ไม่มีการเจรจากับบริษัทอื่นเพิ่ม จนเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา จึงมีการประกาศว่าได้มีการเจรจาซื้อวัคซีนเพิ่มกับ Sinovac ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยมาก คือ 2 ล้านโดส เพียงพอสำหรับประชากร 1.5% เท่านั้น มีการฝากอนาคตของชาติไว้กับบริษัทรายเดียว

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกรทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีนายธนาธร ออกมาไลฟ์วิจารณ์การนำเข้าวัคซีนที่มีการเชื่อมโยงกับบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ทั้งนำไปโยงกับการเมืองและใช้คำว่า วัคซีนพระราชทาน ว่า ตนถือว่าเป็นการบิดเบือน ทุกเรื่อง ทุกอย่างไม่ใช่ข้อเท็จ

“ดังนั้นขอให้ทุกคนระมัดระวังไว้ด้วยการเสนอข่าวพวกนี้ เรื่องอะไรบิดเบือนไม่ใช่ข้อเท็จจริงแล้วนำมาแพร่ไม่ว่าในสื่อหรือโซเชียลมีเดีย ตนจะให้ดำเนินคดีทุกเรื่อง จึงขอให้ระมัดระวังไว้ด้วย อย่าหาว่าตนเอากฎหมายไปขู่ แต่ต้องรักษาความเชื่อมั่นของรัฐบาลไปด้วย ไม่เช่นนั้นต่างคนก็ต่างเขียนอะไรกันไปแล้วไม่รับผิดชอบทั้งสิ้น กฎหมายมีทุกตัวอยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ขณะที่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้มอบหมายให้นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมกับ นายทศพล เพ็งส้ม และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยื่นแจ้งความที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)

“โดยเข้าแจ้งความเอาผิดนายธนาธร ฐานความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี และการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จากกรณีการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์การจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาล แต่กลับพาดพิงในหลวง รัชกาลที่ 10” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

ต่อมาวันที่ 20 มกราคม 2564 นายทศพล ได้เดินทางมายังปอท. พร้อมเปิดเผยว่าได้รับมอบหมายให้มาดำเนินการแจ้งความต่อนายธนาธร ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ ตามมาตรา 112 และผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากกรณีการไลฟ์สดหัวข้อ “วัคซีนพระราชทาน : ใครได้ใครเสีย?” เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2564 ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญที่มีความเชื่อมโยงกล่าวร้ายต่อสถาบันฯ ที่มองว่าสถาบันฯเข้ามาเกี่ยวข้องในการนำวัคซีน เหมือนใช้ประชาชนเป็นตัวประกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง พร้อมทั้งได้มีการถอดเทป และช่วงเวลาที่นายธนาธร พูดทั้งหมด 11 วรรคตอน โดยเฉพาะนาทีที่ 3.20-28.10 เพื่อยื่นต่อพนักงานสอบสวน และยืนยันว่าสิ่งที่นายธนาธร พูดไม่เป็นความจริง

“หลังจากนี้จะดำเนินการแจ้งความเอาผิดต่อทุกคนทุกกรณี รวมถึงคณะก้าวหน้าที่แสดงความเห็นเข้าข่ายมาตรา 112 โดยไม่มีการร้องทุกข์และปล่อยผ่านหากมีการบิดเบือน ทำให้สถาบันฯโดนดูถูกเกลียดชังจะดำเนินการให้ถึงที่สุด” นายทศพล กล่าว

นอกจากนี้นายทศพล ยังกล่าวถึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ออกมาปกป้องนายธนาธร ว่า ประชาชนทั่วไป สามารถตั้งคำถามต่อการนำเข้าวัคซีนได้เพราะส่วนหนึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชนนั้น การตั้งคำถามกับการชี้นำแตกต่างกัน และขออย่าใช้เทคนิคการชี้นำแบบนี้ หากจะทำต้องดีกว่านี้ เพราะการกระทำของนายธนาธร เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม นายสุภรณ์ กล่าวด้วยว่า ตนรู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่นายธนาธร ทำการชี้นำให้ประชาชนเข้าใจผิด และมีการก้าวล่วงสถาบันฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศรับไม่ได้ อีกทั้งยังมีการบิดเบือนเรื่องการจัดหาวัคซีนทำให้ประชาชนมีความวิตกกังวล จึงจะไม่ปล่อยให้ใช้วิธีการแบบนี้อีกต่อไป

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เน้นย้ำว่าหากพบว่าใครบิดเบือนข้อมูลพยายามป้ายสีกล่าวหา จะไม่มีการปล่อยผ่าน และสั่งให้มีการดำเนินการทางกฎหมายทุกกรณี” นายสุภรณ์ กล่าว

กระนั้นที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ ทวิตเตอร์ เฮฮาการเมือง@political_drama ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพข่าวของสื่อ เกี่ยวกับการพูดของนายธนาธร ไว้อย่าน่าสนใจยิ่งว่า

ประมาณว่า ทุกๆ5นาทีที่ธนาธรไลฟ์จะมีการโยงไปที่สถาบัน แม้แต่สไลด์ก็ใช้คำว่ากษัตริย์…

ไม่โดน112 ก็ให้มันรู้ไป