“อาจารย์หมอรามาฯ” เคาะกะโหลก “ธนาธร” คิดต่ำตม เล่าย้อนสายพระเนตรอันกว้างไกล ตอกหน้าคนเนรคุณ!!

18219

จากกรณีที่ วันที่ 18 ม.ค. 64 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไลฟ์สดทางเพจคณะก้าวหน้าในหัวข้อ “วัคซีนพระราชทานฯ : ใครได้-ใครเสีย?

โดยมีเนื้อหาบางตอนที่น่าสนใจ ระบุว่า
“เหตุผลที่รัฐบาลหาวัคซีนได้ช้า ก็เพราะประมาท ไม่ได้ใส่ใจในการเร่งจัดหาวัคซีนอย่างเหมาะสมทันท่วงที สมัยพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบใหม่ๆ ได้เคยเสนอกับรัฐบาลไปแล้ว ว่าต้องจัดสรรวัคซีนให้เพียงพอ ให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศโดยเร็วที่สุด แต่ความความประมาททำให้เกิดการเจรจาช้า และเมื่อเจรจาได้เพียงบริษัทเดียวก็ไม่มีความพยายามเจรจากับบริษัทอื่นๆอีกเท่าที่ควร ต่างจากหลายประเทศที่ล้วนแสวงหาวัคซีนจากเอกชนหลายราย”

“โดยบริษัทเดียวที่ไทยฝากความหวังไว้ก็คือ AstraZeneca ซึ่งมีการจ้างบริษัทผู้ผลิตในประเทศไทยก็คือ Siam Bioscience ไม่มีการเจรจากับบริษัทอื่นเพิ่ม จนเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา จึงมีการประกาศว่าได้มีการเจรจาซื้อวัคซีนเพิ่มกับ Sinovac ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยมาก คือ 2 ล้านโดส เพียงพอสำหรับประชากร 1.5% เท่านั้น”

“ดูประวัติการทำธุรกิจของ Siam Bioscience และทุกบริษัทในเครือ จะพบได้ว่านับตั้งแต่ก่อตั้งมาใน 2552 ยังไม่มีบริษัทใดประสบความสำเร็จในทางธุรกิจเลย ขาดทุนสะสมเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะตัว Siam Bioscience เองที่ขาดทุนไปแล้ว 581 ล้านบาท”

“แม้จะเป็นไปได้ว่าวงจรในการผลิตยา จำเป็นต้องลงทุนในการวิจัยพัฒนาอย่างสูง และยังต้องรอผ่านการรับรองจากองค์กรอาหารและยาจากประเทศต่างๆ จึงอาจคืนกำไรได้ช้า แต่อย่างน้อยจากข้อมูลที่เราสามารถหามาได้ จะเห็นได้ว่าหลายปีที่ผ่านมา บริษัทในเครือ Siam Bioscience ยังไม่มีบริษัทไหนที่ประสบความสำเร็จในเชิงธุรกิจเลย จึงไม่อาจแน่ใจได้ว่าบริษัทสมควรได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ผลิตวัคซีนเกือบ 100% ที่รัฐบาลไทยจัดซื้อมาให้ประชาชน”

ล่าสุด รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน ผู้ร่วมก่อตั้งโรงพยาบาลนมะรักษ์ อดีตหัวหน้าสาขาวิชาศัลยศาสตร์เต้านมและต่อมไร้ท่อ รองคณบดีฝ่ายบริหารกิจการพิเศษ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Youwanush Kongdan ว่า สยามไบโอไซเอนส์ ในความทรงจำของข้าพเจ้า

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

สิบกว่าปีก่อน สมัยยังเป็นอาจารย์ที่รามาธิบดี ได้ยินชื่อบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ครั้งแรก จากที่ประชุมภาควิชาว่าทางมหาวิทยาลัย แจ้งเวียนให้ทราบว่าบริษัทนี้ตั้งขึ้นด้วยเงินทุนจาก ทุนลัดดาวัลย์ ตอนแรกก็ฟังผ่านๆ บริษัทอะไรนะชื่อไทยมากๆ หัวหน้าภาคบอกเป็นทุนที่ได้มาจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ตั้งขึ้นเพื่อผลิตยาที่มีราคาแพง ใช้เทคโนโลยีสูงเพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงได้ และประเทศเราสามารถพึ่งตนเองได้ ตอนนั้นเราก็ฟังๆแล้วก็ผ่านไป เพราะคงเป็นเรื่องไกลตัว

ผ่านมาไม่นาน มีโอกาสได้เข้าไปนั่งเป็นกรรมการพิจารณายาของคณะ ก็มียาตัวหนึ่งเป็นยากระตุ้นเม็ดเลือดแดงของบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ทำเรื่องเข้าโรงพยาบาล ซึ่งเป็นเรื่องมหากาพท์มาก มีแพทย์และเภสัชกรหลายคนต่อต้านไม่ให้นำเข้า เพราะเป็นยาของบริษัทใหม่ และมียาoriginal กับยาgeneric ของบริษัทต่างประเทศอยู่แล้วถึงสองตัว เรียกว่าเข้าพิจารณาแล้วโดนเตะเข้าเตะออกอยู่หลายรอบ จำได้ว่าในรอบที่ได้มีโอกาสได้เข้าไปเป็นกรรมการ ก็ยกมือเห็นด้วยให้นำยาตัวนี้เข้าโรงพยาบาล ให้เหตุผลว่าถ้าเราซึ่งเป็นคณะแพทย์หลักไม่สนับสนุน แล้วใครจะให้โอกาสให้บริษัทแจ้งเกิด ส่วนเมื่อเข้ามาแล้ว แพทย์จะสั่งใช้หรือไม่ก็จะใช้ดุลยพินิจของตนเอง หลังจากยาเข้าโรงพยาบาลรามาธิบดีแล้ว ก็ไม่ได้ติดตามอีกว่าเป็นอย่างไร เพราะเป็นหมอผ่าตัดไม่มีโอกาสได้ใช้

สยามไบโอไซเอนซ์”หนึ่งเดียวในอาเซียนผู้ผลิต “วัคซีนโควิด-19” | สยามรัฐ

จนลืมเรื่องนี้ไปแล้ว มาได้ยินชื่อบริษัทนี้อีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว ที่โรงพยาบาลนมะรักษ์ มีผู้แทนมาเสนอยาที่อิหนูเบน คราวนี้เป็นยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว ซึ่งคนไข้มะเร็งเมื่อให้ยาเคมีบำบัดต้องได้รับยากระตุ้นนี้ อิหนูเบนเดินมาถามว่าจะให้เอามานำเสนอมั้ย บริษัทอะไรก็ไม่รู้ของไทย เบนไม่รู้จัก ตอนแรกก็เกือบจะปล่อยผ่าน พอถามชื่อบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ เลยบอกอิหนูเบนไป ว่าเราตั้งโรงพยาบาลนี้ก็เพราะเราตามรอยท่าน บริษัทนี้เป็นของท่าน เบนบอกน้องเค้าทำเรื่องเข้าโรงพยาบาลเลย หมอพาร์ทไทม์ไม่ใช้ พี่จะบอกหมอมู่ ฟูลไทม์เอง ว่าถ้าคนไข้ที่เงินน้อยก็สั่งตัวนี้เป็นทางเลือก หมอมู่เมื่อทราบราคาก็สั่งโดยไม่ต้องบอกเลย ยานี้จากเข็มละเป็นหมื่น ถ้าฉีดตัวนี้เหลือแค่พันเศษๆ นี่ไงวิสัยทัศน์ของพระองค์ท่าน เท่าที่ใช้มา ผลก็ไม่มีปัญหา ประสิทธิภาพไม่ได้ด้อยกว่ายา original เลย

วันนี้ ได้ยินชื่ออีกครั้ง กับการผลิตวัคซีนโควิด บอกได้เลยว่า กราบแทบพระบาทสำนึกในสายพระเนตรอันกว้างไกลของพระองค์

ใครที่มีอคติตามืดบอดเพราะโง่หรือบ้า ก็ปล่อยให้อยู่กับความคิดต่ำตมของเขาไป

วันนี้ขอเขียนยาวหน่อย จากมุมมองและสิ่งที่ตัวเองเห็นเองกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์.