แก้ราคาปาล์มดิ่ง!?! ครม.ดันส่งออก 3 แสนตัน ก.พลังงานซื้อ 1แสนตัน พร้อมใช้งบฯกองทุนรวมช่วยเกษตรกร 618 ล้านบาท

1541

ครม.อนุมัติส่งออกปาล์ม 3 แสนตันแก้ปัญหาปาล์มล้นเกิน ให้กระทรวงพาณิชย์บริหารจัดการในวงเงิน 618 ล้านบาท ให้ครบภายในมี.ค.2564 พร้อมหนุนกระทรวงพลังงานเร่งหารือหน่วยงานเกี่ยวข้องจัดซื้อปาล์ม 100,000 ตัน ใช้ในโครงการผลิตไฟฟ้า

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้รับทราบ ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา เพิ่มเติมจากมติที่ให้ “ขยายระยะเวลาการดำเนินการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มไปอีกสามเดือนจนถึงธันวาคมปีนี้”  ซึ่งได้เสนอเข้า ครม. และได้รับการอนุมัติไปแล้วเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563  ผลการประชุม กนป. มีข้อสรุปดังนี้

  1. โครงการผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มเพื่อลดผลผลิตส่วนเกิน เป้าหมาย 300,000 ตันน้ำมันปาล์มดิบ ภายในเดือนมีนาคม 2564 เพื่อลดปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบส่วนเกิน และรักษาเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มในประเทศ  โดยให้กระทรวงพาณิชย์ใช้งบประมาณกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จำนวน 618 ล้านบาท เพื่อเป็นการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ เช่น ค่าขนส่ง ค่าคลังจัดเก็บ และรักษาคุณภาพ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในอัตราไม่เกิน 2 บาทต่อกิโลกรัมน้ำมันปาล์มดิบ ให้แก่ผู้ที่ส่งออกน้ำมันปาล์ม 
  2. การใช้น้ำมันปาล์มดิบเพื่อผลิตไฟฟ้า  มอบหมายให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือร่วมกับสำนักงบประมาณเพื่อพิจารณาความคุ้มค่าและภาระงบประมาณที่จะเกิดขึ้นในการจัดซื้อน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มเติมจำนวน 100,000 ตัน โดยให้นำเข้าที่ประชุม กนป. อีกครั้งภายในเดือนกันยายนนี้ 

สำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี 2564 (รอบใหม่) กนป. ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว โดยคงแนวทางเช่นเดียวกับโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี 2562-2563 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการต่อไป 

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูดซับน้ำมันปาล์มดิบออกจากตลาดเพื่อลดผลผลิตส่วนเกิน ควบคู่กับการดำเนินโครงการผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มเพื่อลดผลผลิตส่วนเกินเป้าหมาย 300,000 ตัน รัฐบาลได้เร่งให้มีการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี10 เป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วฐานของประเทศ เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลในประเทศให้มากยิ่งขึ้น โดยมีการส่งเสริมโดยใช้มาตรการจูงใจด้านราคา โดยกําหนดราคา บี10 ให้ถูกกว่าน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา (บี7) 

โดยปัจจุบันส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี10 ถูกกว่าน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี7 อยู่ที่ 3 บาทต่อลิตร และมีสถานสถานีบริการจำนวน 6,222 แห่งและกลุ่ม Fleet 543 แห่ง ในช่วงวันที่ 1-9 สิงหาคม 2563 มีปริมาณการจำหน่ายเฉลี่ย 18.45 ล้านลิตรต่อวัน” รองโฆษกกล่าว

ที่ผ่านมากรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ได้ติดตามการแก้ไขปัญหาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม พร้อมพบปะเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันและผู้ประกอบการ เช่นบริเวณพื้นที่อำเภอพุนพินและ อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ซึ่งมีเกษตรกรชาวสวนปาล์มในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา นครศรีธรรมราช และอำเภอชุมพร ซึ่งมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน ร้อยละ 75 ของประเทศ จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ปาล์มมีราคาลดลง แต่รัฐบาลได้จ่ายเงินชดเชยประกันรายได้ตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้ว กว่า 1,400 ล้านบาท

ช่วงเวลาที่ผ่านมา กนป.ได้ออกมาตรการ ด้านการผลิต การตลาดและพลังงาน โดยยึดหลัก “ปาล์มคุณภาพ ราคาที่เป็นธรรม ผลักดันไบโอดีเซล ลดมลภาวะ” ทั้งนี้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้คาดการณ์ว่าในปี 2563 ผลผลิตปาล์มน้ำมันจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวน 17 ล้านตัน กนป.จึงต้องเพิ่มความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบ

โดยเน้นมาตรการด้านพลังงาน การนำไปผลิตไฟฟ้าและส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล บี10 ให้ได้ตามเป้าหมาย ก็จะทำให้ราคาปาล์มน้ำมัน เฉลี่ยทั้งปีไม่ต่ำกว่า 4 บาท/ก.ก.ซึ่งจะเพียงพอต่อการดำรงชีพของเกษตรกร

เจ้าหน้าที่สร้างการรับรู้แก่เกษตรกร ให้ปลูกฝังการตัดปาล์มที่มีคุณภาพ/สุกเต็มที่ กวดขันการรับซื้อผลปาล์มที่ได้เกณฑ์มาตรฐาน ตามที่กรมการค้าภายในกำหนด กำกับโรงงานสกัดปาล์มน้ำมันในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 18 และกวดขันไม่ให้มีการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์ม โดยผิดกฎหมาย