“หมอวรงค์” ตอกหน้าก้าวไกล เรียกร้องจาบจ้วงแก้ม.112 ลั่นถ้าจะล้มสถาบันฯให้เอาหัว ไปทุบกำแพงวัดพระแก้วก่อน

1032

หลังจากที่มีส.ส. ในพรรคก้าวไกล ออกมาเคลื่อนไหวถึงประเด็นการยกเลิกม.112 และเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ยังโพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 ด้วยตัวเอง

พร้อมระบุว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีปัญหาในทุกมิติ ทั้งในแง่ของตัวบทกฎหมาย ในแง่ความไม่ได้สัดส่วนของอัตราโทษ ในแง่การนำมาใช้และตีความ ในแง่ของอุดมการณ์ที่กำกับอยู่เบื้องหลัง ดังที่ผมเคยแสดงความเห็นไว้ในหลายโอกาส


ปัจจุบัน สถานการณ์การนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาใช้ ก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และมีทีท่าจะแรงต่อเนื่องไปอีก ผมจึงมีความเห็นว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็น “ผู้แทน” ของ “ราษฎร” ต้องผลักดันร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา เพื่อยกเลิกมาตรา 112 โดยเร็วที่สุด

ในการณ์นี้ อาจใช้โอกาสยกเลิกความผิดอาญาฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น ทั้งระบบไปในคราวเดียวกัน ตั้งแต่พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ประมุขรัฐต่างประเทศ เอกอัครราชทูต ศาล เจ้าพนักงาน ไปจนถึงบุคคลธรรมดา ให้ไปว่ากล่าวกันทางแพ่ง และควรแก้ไขกฎหมายหมิ่นประมาททางแพ่ง ให้มีเหตุยกเว้นความผิดในกรณีวิจารณ์โดยสุจริต เป็นประโยชน์สาธารณะด้วย

การยกเลิกความผิดอาญาฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น เป็นทิศทางที่สอดคล้องกับหลักสากลและนานาอารยประเทศในศตวรรษที่ 21 ไม่ควรมีใครถูกจำคุกเพียงเพราะการใช้เสรีภาพในการแสดงออก

เราปล่อยให้ “อนาคตของชาติ” โดนตั้งข้อหา ดำเนินคดีแบบนี้ต่อไปไม่ได้ พวกเขาเสียสละเสรีภาพ และอาจรวมถึงร่างกาย ชีวิตด้วย เพื่อการต่อสู้ เทียบกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว สิ่งที่เสียไปน้อยกว่าพวกเขามาก ต้องไม่ลืมว่า เงินเดือน ตำแหน่ง คะแนนเสียงจำนวนมากของ ส.ส.หลายคนก็มาจากพวกเขา ดังนั้น การแสดงความกล้าหาญ ต่อสู้เพื่อพวกเขา เพื่ออนาคตของชาติ เพื่อประเทศไทย ด้วยการผลักดันแก้ไขกฎหมายดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่ต้องกระทำอย่างยิ่ง

ล่าสุดทางด้านนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หรือ หมอวรงค์ ประธานยุทธศาสตร์กลุ่มไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom พร้อมระบุถึงเรื่องนี้ว่า ขอคัดค้านแก้ไขมาตรา112 ว่าผมยังยืนยันว่า มาตรา112 ไม่ได้เป็นปัญหาต่อประชาชน ต่อรัฐบาล หรือต่อความอยู่กินดีใด ๆ ทั้งสิ้น ซ้ำทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ ดำรงอยู่เป็นหลักยึดเหนี่ยวคู่กับสังคมไทย

ที่สำคัญ ผมเดินทางพบปะสัมผัสกับประชาชนหลายกลุ่ม ก็ไม่มีใครคิดเลยว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นปัญหาประเทศ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนที่คิดว่ามาตรา112 เป็นปัญหา นั่นแหละคือตัวปัญหาประเทศ

อยากบอกพรรคก้าวไกลว่า อย่ามัวมาเสียเวลาสร้างปัญหาให้ประเทศ ด้วยการเสนอแก้ไขมาตรา 112 เอาเวลามาแก้ไขปัญหา ของประชาชนจะดีกว่า

ถ้าใครคิดว่าจะแก้ไขมาตรา 112 หรือ คิดจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นผู้สถาปนาแผ่นดินนี้ ให้ลองเอาหัวไปทุบกำแพงวัดพระแก้วดูว่า กำแพงพังไหม ถ้ากำแพงพังเมื่อไร ค่อยมาคิดแก้ไขมาตรา112