ดร.อานนท์ซัดแหลก แกนนำ 3 นิ้วเทลูกก๊วน “อดีตพุทธอิสระ” เปิดเอกสาร “กทปส.” หนุนบังคับใช้กฎหมายแรงกับคนย่ำยีสถาบันฯ

1103

หลังจากที่ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคลิปวีดีโอ ขณะที่มีหญิงสูงวัยรายหนึ่ง มาร่วมการชุมนุมที่สามย่าน เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2564 ที่ผ่านมา และได้แสดงกิริยาไม่เหมาะสม โดยตีเข้าไปที่เป้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มายืนควบคุมความปลอดภัย

โดยดร.อานนท์ ได้ระบุว่า “ป้าปลดแอกสามนิ้ว นี่อดอยากปากแห้งมาแต่ไหน ทำไมอยากจับไข่ จับอวัยวะเพศตำรวจในเครื่องแบบจังเลย ป้าปลดแอกสามนิ้ว เถื่อนถ่อย ลามกได้ที่เหลือเกิน” นั้น

ล่าสุด ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ยังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุอีกด้วยว่า “ผมเห็นภาพและวาจาแกนนำสามสัส และแกนนำม็อบปลดแอกและคณะราษฎร (2563) ออกมาแถลงแกงเทโพ ไม่รับผิดชอบต่อมวลชน บ้างก็พูดว่ามวลชนทำเอง นัดมากันเอง ตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมได้แต่ถอนหายใจยาว ๆ ขนาดมวลชนร่วมต่อสู้ แกนนำเหล่านี้ยังเท เอาตัวรอด ปราศจากความรับผิดชอบอย่างสิ้นเชิงเช่นนี้ แค่ปัดภาระให้พ้นตัว ปัดความผิดพ้นตัว ผมได้แต่ถอนใจว่าจะไปรับผิดชอบบ้านเมือง ปฏิรูปประเทศ และถึงขั้นเลยธงจะปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามที่เรียกร้องได้อย่างไร น่าจะปฏิรูปตนเองเสียก่อน


มวลชนปลดแอกก็ช่างโง่ ให้คนเหล่านี้หลอกใช้สนตะพายอยู่ได้ มันอ้างว่าทุกคนเป็นแกนนำ แต่ออกมาพูดปัดความรับผิดของตัวเองทั้งหมด เช่นนี้เป็นการกระทำที่เลวร้ายใช้ไม่ได้ ผมเคยอยู่ใน war room ของการชุมนุมมาหลายการชุมนุม สิ่งที่ผมได้เห็นคือแกนนำของการชุมนุม จะห่วงและกังวลต่อความปลอดภัยของมวลชนมากที่สุด และพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่เกิดการบาดเจ็บล้มตาย ไม่ใช้มวลชนเป็นโล่มนุษย์”

ผมยังจำได้ว่า วันที่เกิดรัฐประหาร ผมอยู่ใน war room มีแกนนำคนหนึ่งกล่าวสั้น ๆ หลังจากรัฐประหาร และควบคุมแกนนำอีกคนหนึ่งไว้ที่สโมสรกองทัพบก โดยเมื่อทราบข่าว แกนนำคนนี้กล่าวกับนักวิชาการใน war room ว่า เราไปที่เวทีกัน ไปพามวลชนทุกคนกลับบ้านอย่างปลอดภัยที่สุดเถิด ผมจำได้ว่าผมเดินเข้าไปในเวทีแห่งนั้น สีหน้าและแววตาของมวลชนมีความสับสน ไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่อย่างน้อย พวกเขาก็อุ่นใจว่าแกนนำมวลชน ไม่ละทิ้งพวกเขา ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงอะไรจะเกิดขึ้น

ได้โปรดรับผิดชอบมวลชนของตนที่ร่วมต่อสู้กันมาให้ได้ก่อนเถิดครับ อย่าหน้าตัวเมีย มุดกระโปรงเด็กเอาตัวรอด ชักใยอยู่เบื้องหลังอย่างเดียว โดยที่ตัวเองไม่ได้รับผิดชอบหรือรับผลกระทบอันใดเลย คุณไม่ได้เป็นประชาธิปไตยเลย เพราะคุณไม่เคยรักประชาชน และไม่เคยรักและปกป้องมวลชนของตนเอง

นี่คือการกระทำที่แสนอำมหิตของสามสัสและแกนนำปลดแอก คณะราษฎร (2563) ตัวจริง ที่นับวันผมยิ่งเห็นความทุเรศน่าอนาถใจอย่างที่สุด รับผิดชอบมวลชนให้ได้ ก่อนจะมาสาระแนรับผิดชอบประเทศชาติ ใครจะเชื่อคนโกหก หน้าตัวเมีย มุดกระโปรง หลอกใช้เด็กและมวลชนอย่างพวกคุณ

ขณะที่ทางด้าน อดีตพุทธะอิสระ ในฐานะ ผู้ประสานงาน กองทัพประชาชนปกป้องสถาบัน (กทปส.) ได้เผยแพร่แถลงการณ์กองทัพประชาชนปกป้องสถาบัน ที่ระบุข้อความว่า


“ตามที่ม็อบเยาวชน และม็อบคณะราษฎร ได้มีพฤติกรรม ดูหมิ่น เหยียดหยาม กระทำการจาบจ้วง ล้อเลียน เสียดสี ด้อยค่า สถาบันพระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง มาเป็นเวลายาวนาน แต่กลับไม่มีคณาจารย์และสภานิสิต หรือคณะบุคคลใดออกมาห้ามปรามท้วงติง

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าบังคับใช้กฎหมายที่มีตามบทบัญญัติอาญามาตรา ๑๑๒ ที่มีใช้มาตั้งแต่ปี ๒๔๕๓ และมีการเพิ่มให้การ ดูหมิ่น เป็นความผิดในปี ๒๔๙๙”

กลับมีกลุ่มคณาจารย์ สภานิสิต นักการเมืองบางกลุ่ม และกลุ่มบุคคลบางพวกที่จ้องจะล้มล้างสถาบัน ออกมาคัดค้านการบังคับใช้กฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ซึ่งมีใช้มาอย่างยาวนาน เพื่อเปิดช่องให้พวกคิดล้มล้างสถาบันได้กระทำการดูหมิ่น เหยียดหยาม จาบจ้วง เสียดสี ด้อยค่า สถาบันได้ตามอำเภอใจ

เช่นนี้ถือเป็นการล้มล้างหลักนิติรัฐ ที่เป็นหลักการสำคัญในการปกครองบ้านเมืองให้สงบสุข

อีกทั้งยังเป็นการดูหมิ่น เหยียดหยามไม่ใยดีต่อหลักนิติธรรม ศีลธรรมอันดีงามของสังคมไทย

สถาบันพระมหากษัตริย์ ถือเป็นหลักชัย หลักใจ ของชาติมาตั้งแต่เริ่มสร้างบ้านเมือง และเป็น ๑ ใน ๓ สถาบันสำคัญของชาติ

แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าว ก็เพียรพยายามทำทุกวิถีทางในการที่จะล้มล้าง

กองทัพประชาชนปกป้องสถาบัน และเครือข่ายภาคีทั่วประเทศ ต่างเห็นพ้องต้องกันถึงความกังวลที่มีในพฤติกรรมของกลุ่มล้มเจ้าดังกล่าว ว่ามีความพยายามอย่างยิ่งยวด ที่จะทำลายหลักการ ๓ อย่างของชาติ ให้ล่มสลายไปด้วยความอคติ

ไม่มีประเทศใดบนโลกใบนี้ เมื่อมีผู้กระทำผิด แล้วให้ยกเลิกกฎหมายเอาผิดตามชอบใจ

กองทัพประชาชนปกป้องสถาบันและเครือข่ายภาคีทั่วประเทศ จึงยอมไม่ได้ที่จะปล่อยให้ใครมาล้มล้างกฎหมายมาตรา ๑๑๒ และทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์