จ่อหมายจับเร็วๆนี้ โฆษกตร.แถลงเบาะแส รู้ตัวแล้ว มือป่วนม็อบสามย่าน ซ้ำรอยหน้าSCB

2402

หลังจากเมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2564 ที่ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมออกมานัดรวมกันตัวที่สามย่านมิตรทาวน์ เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวการ์ดม็อบปลดแอก 2 ราย ที่ทำกิจกรรมขึงป้ายผ้ายาว 112 เมตร บริเวณเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อนจะถูกจับกุมส่งตัวไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 จ.ปทุมธานี

 

ขณะที่ไทม์ไลน์การชุมนุมดังกล่าว เมื่อเวลา 17.54 น. ปรากฏว่าบริเวณแยกสามย่านมีเสียงดังเกิดขึ้นคล้ายกับเสียงระเบิด แต่ไม่ทราบต้นตอของเสียงว่ามาจากทิศทางใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประชิดบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเอาไว้ควบคุมความปลอดภัยของประชาชนโดยรอบ และสามารถควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยจำนวน 4 คน ชาย 2 คน หญิง 2 คน ขึ้นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ


ต่อมาได้รับรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิด จำนวน 4 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ทราบชื่อ คือ ส.ต.ท.ชาคริต พินิจ ผบ.หมู่ ร้อย 3 คฝ.1 บาดเจ็บ มือช้ายโดนสะเก็ด 2 จุด และ บริเวณศีรษะ 1 และ ส.ต.ต.อรรถพล จั่นชมนาค ผบ.หมู่ ร้อย 2 คฝ.1 บาดแผลบริเณหัวเข่าขวา ทั้งนี้ หนึ่งในนั้นมีผู้สื่อข่าว the standard 1 คน ถูกสะเก็ดมีแผลที่ขาซ้าย และผู้จัดการอาคารจามจุรี สแควร์ บาดเจ็บที่แขนเล็กน้อย ได้รับการปฐมพยาบาล อาการปลอดภัยแล้ว


ล่าสุดที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงสรุปสถานการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่ผ่านมา

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

โดยพล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ได้สรุปเหตุการณ์ตั้งแต่ 11.00 น. มีกลุ่มการ์ดปลดแอกรวมตัวกันบริเวณเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งการรวมตัวมีลักษณะสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ในขณะมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่ออยู่ ทาง พ.ต.อ.บวรภพ สุนทรเลขา ผกก.สน.พญาไท ได้ลงไปประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนเรื่องข้อกฎหมาย และให้ยุติกิจกรรม แต่กลุ่มผู้ชุมนุมกลับเพิกเฉย ตำรวจจึงบังคับใช้กฎหมาย จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือนายใบบุญ ไทยพานิช อายุ 20 และ นายภาณุพงษ์ พงษ์ธนู อายุ 20 ปีในความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควบคุมโรค ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

จากนั้นกลุ่มผู้ทำกิจกรรม ได้เคลื่อนขบวนไปตามถนนพญาไท และเวลาประมาณ 16.00 น.เศษ ได้ปิดการจราจรถนนพญาไท บริเวณหน้าปากซอยจุฬา 34 ทำให้การจราจรติดขัดอยู่ระยะหนึ่ง ทำให้ พล.ต.ต.เมธี รักพันธ์ ผบก.น.6 และพ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน ได้ไปแจ้งเตือนให้เปิดการจราจร ทำให้ผู้ชุมนุมบางส่วนทยอยขึ้นมาบนฟุตปาธ แต่บางส่วนยังฝ่าฝืนอยู่ ตำรวจจึงบังคับใช้กฎหมายจับกุมผู้กระทำผิด 4 ราย คือ

  1. นายสถาพร วราวงศ์วณิชน์ อายุ 27 ปี

2. นายอภิสิทธิ์ ชนากรณ์ อายุ 40 ปี

3. นายกฤษณาสาระ อายุ 49 ปี

4. นางจารุณี สาแผลง อายุ 52 ปี ส่งพนักงานสอบสวน ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค1

นอกจากนี้เวลา 16.15 น. ได้มีกลุ่มการ์ดลงมาแย่งชิงโทรศัพท์ของตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน และผลักอก เป็นเหตุให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บ รักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตำรวจ

ต่อมาเวลา 17.54 น. ได้มีกลุ่มรถจักรยานยนต์ได้ขว้างระเบิดลงมาจากสะพานลอยไทย-ญี่ปุ่น ลงมาใส่ตำรวจและประชาชน ที่อยู่บริเวณดังกล่าว ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย เป็นตำรวจควบคุมฝูงชน(คฝ.) 2 ราย ผู้สื่อข่าว 1 ราย และพนักงานของสามย่านมิตรทาวน์ 1 ราย กรณีดังกล่าวทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน และตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ได้กำชับให้ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ลงไปดูแลคนเจ็บทุกราย ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา


ทั้งนี้จากการตรวจพิสูจน์ของอีโอดี และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน วัตถุพยานที่พบเป็นระเบิดใช้ดินเทาซึ่งเป็นดินระเบิดแรงดันต่ำ แต่ความไวสูง จุดระเบิดด้วยแรงกระแทกจากการปา ในที่เกิดเหตุพบตะปูตอกคอนกรีต ขนาด 1 นิ้ว , ตะปูเข็ม, สายไฟ , เทปสีเหลืองและสีดำ และพลาสติกสีเหลือง โดยเหตุระเบิดครั้งนี้มีความคล้ายคลึงกับที่ดิอเวนิว รัชโยธิน และที่กองสลากเก่า เบื้องต้นทราบว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 2 ราย อยู่ระหว่างสืบสวน ตำรวจมีข้อมูลพอสมควร และคาดว่าจะออกหมายจับผู้กระทำผิดในเร็ว ๆ นี้

ด้านพล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า ขอเรียนให้ทราบว่า เวลานี้เป็นช่วงประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ การแจ้งการชุมนุมสาธารณะไม่สามารถทำได้ เพราะขัดต่อกฎหมายทั้งสองฉบับ เมื่อแจ้งการชุมนุมไม่ได้ อาจเสี่ยงต่ออันตรายจากมือที่สาม ซึ่งการชุมนุมเมื่อวานนี้ (16 มกราคม) ตำรวจจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากไม่ดำเนินการก็จะเป็นเรื่องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

เมื่อมีเหตุผู้ชุมนุมรวมตัวกัน ตำรวจได้ดำเนินการอย่างละมุนละม่อม เป็นขั้นตอน ที่ตนกล้ายืนยันแบบนี้เพราะมีสื่อมวลชนหลายสำนักได้ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก ยูทูป สามารถตรวจสอบได้ ตำรวจมีการอธิบายข้อกฎหมาย และการเข้าดำเนินการก็พิจารณาแล้วว่า ผู้ชุมุมฝ่าฝืน พยายามต่อต้านการทำงานของตำรวจตลอดเวล ตำรวจจึงต้องดำเนินการตามยุทธวิธี

เมื่อถามถึงการหายตัวไปของนายมงคล สันติเมธากุล หรือเยล สมาชิกกลุ่มการ์ดราษฎร พล.ต.ต.ยิ่งยศ ชี้แจงว่า ตำรวจมีหน้าที่ดำเนินการตาม ป.วิอาญา ความผิดตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ หากจะมีการดำเนินการนอกเหนือกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจ แต่จะเป็นส่วนอื่นที่รับผิดชอบ เราตอบไม่ได้ อย่างไรก็ตามหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ดำเนินการเกินอำนาจกฎหมาย

 

อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้ชุมนุมได้กล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าใช้แก๊สน้ำตา ชนิดระเบิดขว้างใส่นักข่าว แต่เมื่อตรวจสอบคลิปดังกล่าว พบว่าได้มีการปาระเบิด ไม่ทราบชนิด ใส่เเนวของตำรวจ ที่กำลังตั้งเเถว ไปที่สามย่านมิตรทาวน์
ไม่ใช่ ใช้เเก๊สน้ำตา ชนิดระเบิดขว้างใส่นักข่าวอย่างที่กลุ่มผู้ชุมนุมบิดเบือน

ทั้งนี้ สาเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน ต้องตั้งเเถวไปที่สามย่านมิตรทาว์น มีดังนี้

1. เมื่อเวลาประมาณบ่ายโมง กลุ่มการ์ดปลดเเอก ได้รวมตัวกันจัดกิจกรรมเขียนป้ายผ้า

2. ตำรวจจึง ได้ทำการเข้าจับกุม อย่างน้อย 2 คน เนื่องจากฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ห้ามทำการจัดกิจกรรม หรือชุมนุม

3. ในเวลาต่อมา ได้มีการประกาศรวมตัวกัน ที่สามย่านมิตรทาว์น เพื่อให้ทางตำรวจ ปล่อยกลุ่มการ์ดปลดเเอก 2 คน ที่ตำรวจควบคุมไป

4. ทางตำรวจได้ออกประกาศ ให้ยุติการรวมตัวชุมนุม ที่สามย่านมิตรทาว์น เนื่องจากฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ห้ามทำการจัดกิจกรรม หรือ ชุมนุม

5. เมื่อทางตำรวจออกประกาศชี้เเจงเล้ว จึงให้ทางตำรวจชุดควบคุมฝูงชน เดินเท้าตั้งเเถวไปที่สามย่านมิตรทาว์น

6.เเล้วจึงเป็นเหตุการณ์ในตามคลิป ในระหว่างที่ ทางตำรวจควบคุมฝูงชนได้เดินเท้า มีการปาระเบิด เข้าใส่เเนวของตำรวจ ตามในคลิป ระบุว่าระเบิดอาจจะถูกปามาจากด้านบน

7. จากเหตุการณ์ดังกล่าวมีนักข่าว thestandard ได้ถูกสะเก็ดระเบิดจริง เเต่ไม่ได้เกิดจาก การกระทำของทางด้านตำรวจ