สำนักพุทธฯแจ้งเจ้าคณะกทม. สั่งสอบ “มหาไพรวัลย์” หนุนพระร่วมม็อบ เจ้าตัวสวนกลับด่าแหลก สำนักพุทธฯ ไม่รู้จักชั่วดี ทำให้ศาสนาตกต่ำ

3478

หลังจากที่ในโลกโซเชียลได้มีการแชร์ภาพเอกสารจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทำหนังสือถึงเจ้าคณะจังหวัดกรุงเทพมหานคร ให้ดำเนินการทางปกครองคณะสงฆ์ ต่อพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งคำสัมภาษณ์หรือแสดงความเห็นอาจเกี่ยวข้องกับการเมือง

โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติลงวันที่ 1 ธันวาคม 2563 ได้ทำหนังสือแจ้งต่อ เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร พร้อมส่งเอกสารถอดเทปและสรุปประเด็นในรายการถามตรง ๆ ช่องไทยรัฐทีวี เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งในวันนั้นทางรายการได้เชิญ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ วัดสร้อยทอง กรุงเทพ ฯ และ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ร่วมพูดคุยในประเด็นกรณี “ห้ามพระ -เณร เอี่ยวการเมือง”

จากการถอดเทปจากคำพูดของพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ อาจเข้าข่ายเกี่ยวข้องกับการเมือง จึงนมัสการให้ พระธรรมสุธี เจ้าคณะจังหวัดกรุงเทพมหานครดำเนินการในทางปกครองคณะสงฆ์ และได้ผลอย่างไร แจ้งให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ต่อมาพระธรรมสุธี เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ได้ทำหนังสือถึงเจ้าคณะเขตบางซื่อ เจ้าคณะแขวง และรักษาการเจ้าอาวาสวัดสร้อยทอง เพื่อดำเนินการถวายคำแนะนำ ตักเตือน ให้กับ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ต่อไป พร้อมกันนี้ให้รายงานผลดำเนินการให้เจ้าคณะกรุงเทพมหานครทราบ เพื่อแจ้งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาต่อไป

ในหนังสือ เจ้าคณะเขตบางซื่อรับทราบและแจ้งให้กับรักษาการเจ้าอาวาสวัดสร้อยทอง ดำเนินการต่อไป ลงวันที่ 5 มกราคม 2564


ล่าสุดทางด้านพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ได้เคลื่อนไหวตอบโต้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยโพสต์เฟซบุ๊กว่า “อาตมาควรต้องรู้สึกยังไงกับนายสิปป์บวรดี กรวดน้ำให้แก ไปเยี่ยมที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซื้อกระบวยไปฝากเพื่อจะได้มีไว้ใช้สำหรับตักน้ำส่องเงา หรืออะไรดี ”

อาตมาถือคติอย่างคำสอนของพระพุทธเจ้านะ คนทำกรรมอะไรเอาไว้ จะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่วก็ตาม สุดท้ายจะต้องได้รับผลของกรรมนั้นแน่ ๆ
คนมีอำนาจ ใช้อำนาจในทางที่ไม่ชอบธรรม ไม่เห็นแก่ธรรม ไม่เป็นไปโดยธรรม สักวันอำนาจนั้นก็คืนสนอง โบราณกล่าวไว้ชัดว่า ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว

กระดาษฉบับนี้ ควรจะมีค่ามากกว่านี้ ถ้าเอาไปพับเป็นถุงกล้วยแขก หรือทำอะไรอย่างอื่นที่ไม่มีข้อความแปดเปื้อนจากสำนักงาน….แห่งชาติ

สำนักงาน…แห่งชาติ เป็นบิดาเป็นเจ้านายของคณะสงฆ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงสามารถออกคำสั่งให้คณะสงฆ์ทำนั่นทำนี่ หรือแม้แต่ต้องรายงานชี้แจงเพื่อทราบ (ไม่รู้จักชั่วดีจริงๆ)

คงมีอยู่ประเทศเดียวนี่แหละ ที่องค์กรซึ่งมีที่มาจากการเมือง (และมีความเป็นการเมืองอย่างเต็มที่) เสนอหน้ามาตั้งคำถามกับคนอื่นว่า ยุ่งกับการเมืองอยู่หรือเปล่า ?

#ที่สำนักงานไม่มีกระจกไว้ส่องใช่ไหม

ปล. ไม่อยากใช้คำว่า “พระพุทธศาสนา” กับสำนักงานนี้ เพราะมันทำให้ศาสนาของพระพุทธเจ้าดูตกต่ำย่ำแย่

จากนั้น พระมหาไพรวัลย์ โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งโดยโชว์ภาพกำลังสีซอ พร้อมระบุว่า ใดใดทั้งหมด ในรายการของคุณจอมขวัญ อาตมาก็ได้พูดไปแล้วอย่างครบถ้วน และขอยืนยันอีกครั้งว่า สิ่งที่พูดไปนั้นถูกต้องชอบธรรม และเป็นคำสัตย์นะ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

สำหรับคำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่องห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ. ๒๕๓๘ แสดงรายละเอียดไว้อย่างชัดเจน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ ตรี แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มหาเถรสมาคมจึงออกคำสั่งไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ คำสังมหาเถรสมาคมนี้เรียกว่า “คำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่อง ห้ามพระภิกษุสามเณาเกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ. ๒๕๓๘”

ข้อ ๒ คำสั่งมหาเถรสมาคมนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประประกาศในแถลงการณ์คณะสงฆ์เป็นต้นไป

ข้อ ๓ ตั้งแต่วันใช้คำสั่งมหาเถรสมาคมนี้ ให้ยแเลิกคำสั่งมหาเถรสมาคมเรื่องห้ามพระสงฆ์เกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ. ๒๕๑๗

ข้อ ๔ ห้ามพระภิกษุสามเณรเข้าไปในที่ชุมนุมหรือในบริเวณสภาเทศบาล หรือสภาการเมืองอื่นใด หรือในที่ชุมนุมทางการเมือง ไม่ว่ากรณีใด ๆ

ข้อ ๕ ห้ามพระภิกษุสามเณรทำการใด ๆอันเป็นการสนับสนุนช่วยเหลือโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่การหาเสียง เพื่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสภาเทศบาล หรือสภาการเมืองอื่นใดแก่บุคคลหรือคณะบุคคลใด ๆ

ข้อ ๖ ห้ามพระภิกษุสามเณรร่วมชุมนุมในการเรียกร้องสิทธิของบุคคลหรือคณะบุคคลใด ๆ

ข้อ ๗ ห้ามพระภิกษุสามเณรร่วมอภิปราย หรือบรรยายเรื่องเกี่ยงกับการเมืองซึ่งจัดตั้งขึ้นทั้งในวัดและนอกวัด

ข้อ ๘ ให้พระสังฆาธิการตั้งแต่ชั้นเจ้าอาวาสขึ้นไป ผู้มีอำนาจหน้ามี่ในทางการปกครอง ชี้แจงแนะนำผู้อยู่ในปกครองเขตของตนให้ทราบคำสั่งมหาเถรสมาคมนี้ และกวดขันอย่าให้มีการฝ่าฝืนละเมิด

ข้อ ๙ พระภิกษุสามเณรรูปใดฝ่าฝืนละเมิดคำสั่งมหาเถรสมาคมนี้ ให้พระสังฆาธิการปกครองใกล้ชิดดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตน ถ้าความผิดเกิดขึ้นนอกเขตสังกัด ให้เจ้าคณะเจ้าของเขตที่ความผิดเกิดขึ้น ว่ากล่าวตักเตือนแล้วแจ้งพระสังฆาธิการผู้ปกครองใกล้ชิดดำเนินการ

ข้อ ๑๐ ให้พระสังฆาธิการผู้มีอำนาจหน้าที่ในทางปกครองทุกชั้น ปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่งมหาเถรสมาคมนี้โดยเคร่งครัด

สั่ง ณ วันที่ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม ประกาศในแถลงการณ์คณะสงฆ์ เล่ม ๘๓ ตอนที่ ๑ : ๒๕ มกราคม ๒๕๓๘

กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๑ พ.ย. ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ชี้แจงผลการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ ๒๕/๒๕๖๓ วันอังคาร ที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ว่าด้วยการมติเร่งด่วนให้ทำหนังสือแจ้งไปยังวัดทั่วประเทศ ห้ามพระภิกษุ สามเณร ยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเมือง หากฝ่าฝืนคำสั่งหรือมติ มส.ให้เจ้าคณะปกครองดำเนินการทันที ประกอบด้วย

๑. ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แจ้งเจ้าคณะผู้ปกครองดำเนินการกับพระภิกษุสงฆ์ สามเณรที่เข้าข่ายและฝ่าฝืนคำสั่ง เรื่องห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ.๒๕๓๘

๒. มีมติมอบถวายสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ซึ่งเป็นประธานการรมการฝ่ายการปกครองสงฆ์ ให้วางแนวทางการป้องกัน การชุมนุมของพระภิกษุ สามเณร เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาในระยะยาว

๓. มีมติให้นำรายชื่อผู้ฝ่าฝืนของพระภิกษุสงฆ์ สามเณร ส่งให้เจ้าคณะผู้ปกครอง เพื่อพิจารณาทางพระธรรมวินัยต่อไป

๔. ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แจ้งประสานหน่วยงานที่มีหน้าที่ทางกฎหมาย ตรวจสอบสถานะพระที่เข้าร่วมชุมนุม ทุกรูป เพื่อป้องกันพระปลอมเข้าร่วมชุมนุมเพราะจะทำให้ศาสนา เกิดความเสียหาย

สรุปความชัดเจนว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ต่อ “พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ” จึงเป็นไปตามมติที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เมื่อวันที่ ๑๐ พ.ย. ๒๕๖๓ และ คำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่อง ห้ามพระภิกษึสามเณาเกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ. ๒๕๓๘ โดยชอบธรรมทุกประการ