“นิพิฏฐ์” สุดเอือม “ปวิน”หมิ่นเจ้า! ร่อนหนังสือทุ้งรมว.กต.คุยญี่ปุ่นตะเพิด

1118

จากกรณี ที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ โพสต์เฟซบุ๊กถึงนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ โดยมีรายละเอียดระบุว่า

“สถานะของผู้ลี้ภัย

ผมไม่รู้จัก อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ และไม่ประสงค์จะรู้จักเธอ แต่ก็พอจะรู้ว่าเธอมีความคิดทางการเมือง และรสนิยมการใช้ชีวิตไปทางไหน การใช้ชีวิตของเธอหากไม่กระทบกับสังคมโดยรวมเธอ จะมีจริตไปทางไหนก็แล้วแต่เธอ เอาตามรสนิยมที่เธอชอบว่างั้นเถอะ ไม่ว่ากัน

วันก่อนเห็นเธอโพสต์รูปโชว์ก้นอยู่ ผมก็ได้แต่หายใจยาวกับอาจารย์คนนี้ วันดี คืนดี เธอก็เข้ามาคอมเม้นท์ในเฟซบุ๊กของผมแบบไม่ได้รับเชิญ ผมนี่ใจหายแว๊บเลย แต่ก็ไม่ติดใจอะไรเธอ เนื่องจากเฟซบุ๊กผมเป็นพื้นที่สาธารณะ เธอจะคอมเม้นท์อะไรก็แล้วแต่เธอ

แต่.. ผมว่าระยะหลังนี่เธอจะพล่านมากไปหน่อย อาจคิดถึงบ้านหรืออย่างไรก็ไม่รู้ เธอมักทำอะไรที่ไม่สมกับอายุ และไม่สมกับเป็นครูบาอาจารย์ อารมณ์เธอวูบวาบเหมือนคนกำลังจะหมดประจำเดือน

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ผมทราบว่าเธอได้รับสถานะเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองอยู่ในประเทศญี่ปุ่น การเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองนี่ เขาห้ามทำกิจกรรมทางการเมืองนะ แต่เธอก็แสดงความเห็นทางการเมืองอย่างร้อนแรงอยู่เสมอ โดยเฉพาะการเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมก็สงสัยว่า แล้วกระทรวงการต่างประเทศไม่รู้ร้อนรู้หนาวเลยหรือ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ท่านสบายดีอยู่หรือ

สัปดาห์หน้า ผมจะทำหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นห้ามเธอในฐานะผู้ลี้ภัยแสดงความเห็นทางการเมือง เพราะการแสดงความเห็นของเธอหลายครั้ง กระทบถึงความสัมพันธ์อันดีที่ไทยมีอยู่ยาวนานกับประเทศญี่ปุ่น ลองดูซิว่า ท่านรัฐมนตรีจะตอบว่าอย่างไร

อ้อ!! แล้วถ้าเธอไม่อยู่ในสถานะผู้ลี้ภัย ก็ทำเรื่องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนเสียเลย ผมไม่ได้เป็นส.ส.กับเขาหรอกจึงไม่มีโอกาสไปสอบถามในสภาครั้นจะหวังพึ่งส.ส.ในสภา ก็อย่าพึ่งเขาเลย ทำในฐานะประชาชนดีกว่า ถามกันทางนี้แหละ ท่านรัฐมนตรีตอบมาอย่างไร จะนำมาแจ้งให้ทราบครับ

อ้อ!! อ.ปวิน นี่เธอเป็นผู้ชายนะ”

ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้มีประชาชนหลายกลุ่มเข้ายื่นเรื่องต่อสถานทูต ญี่ปุ่น เพื่อเรียกร้องขอให้มีมาตรการจัดการกับนายปวิน หรือ นายสุรชัย ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ถนนวิทยุ นายพานสุวรรณ ณ แก้ว และ นายประกอบกิจ อินทร์ทอง พร้อมตัวแทนคณะบุคคลเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เพื่อเรียกร้องขอให้มีมาตรการจัดการกับนายปวิน กรณีจาบจ้วงยุยงปลุกปั่นด้วยคำที่หยาบคายอาฆาตมาดร้าย ต่อสถาบันกษัตริย์ และก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม โดยเจ้าหน้าที่สถานทูต ออกมารับหนังสือ ท่ามกลางกำลังตำรวจ สน.ลุมพินี ทั้งสายตรวจและฝ่ายสืบสวน ที่เดินทางมาดูแลความเรียบร้อย

โดยระบุข้อเรียกร้อง 4 ข้อ โดยประกอบด้วย 1)ให้รัฐบาลของญี่ปุ่นใช้อำนาจหยุดพฤติกรรมล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ของนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อย่างเด็ดขาดทุกช่องทาง และส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในประทศไทย เพื่อรักษามิตรภาพที่ดีของประชาชนชาวไทยกับประชาชนชาวญี่ปุ่นให้ยาวนานต่อไป 2) ให้ปลดนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ จากการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเกียวโต และมิให้เป็นวิทยากรบรรยายในสถาบันการศึกษาอีกต่อไป

คณะบุคคลเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ บุกสถานทูตญี่ปุ่น ยื่น 4 ข้อเรียกร้องเชือด  'ปวิน'

3) รัฐบาลญี่ปุ่นต้องแสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาให้เห็นเป็นรูปธรรมว่าไม่ได้ให้การสนับสนุนการกระทำของนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ และแถลงผลความคืบหน้าการดำเนินการทุกระยะ 4) ประชาชนชาวไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อเรียกร้องนี้คงจะได้รัการตอบสนองจากรัฐบาลญี่ปุ่น โดยพวกเราจะเฝ้าติดตามผลการดำเนินการอย่างละเอียดต่อเนื่อง และพร้อมจะยกระดับหากไม่ได้รับการแก้ไขจากรัฐบาลท่าน

นอกจากนี้ ในวันที่ 31 ส.ค. 2563 กลุ่มไทยภักดีก็ได้เดินทางไปยังสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือขอให้รัฐบาลญี่ปุ่น มีมาตรการดำเนินการกับ นายปวิน ผู้ต้องหาคดี 112 ที่หลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ