ธนาธรโหนไม่เลือก! เชื่อว่าฐากูรรองปธ.มติชนที่เสียชีวิตอย่างสงบ นอนฝันถึงความเท่าเทียม

1365

จากที่ฐากูร บุนปาน รองประธานเครือมติชน สิ้นใจอย่างสงบด้วยวัย 59 ปี หลังจากล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งตั้งแต่ปี 2562 โดยพิธีศพ จะตั้งบำเพ็ญกุศล ที่วัดเสมียนนารี ซึ่งนายฐากูร เป็นรองประธานคณะกรรมการ บริษัทมติชน จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้นายฐากูร ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ในปี 2562 โดยไม่ได้มีสัญญาณเตือนที่ชัดเจนใดๆมาก่อน และได้ลาออกจากกรรมการผู้จัดการเพื่อรักษาตัว ทางบริษัทได้แต่งตั้ง น.ส.ปานบัว บุนปาน มารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เนื่องจากมีสุขภาพที่แข็งแรงเป็นต้นทุนที่ดี และมีครอบครัวที่ดูแลให้กำลังใจมาตลอด ทำให้มีสุขภาพในระดับที่มาทำงานและพบปะบุคคลต่างๆได้ นายฐากูรยังมานั่งทำงานที่สำนักงานมติชน และเดินไปสนทนากับกองบก.ต่างๆ เว้นแต่เมื่อต้องเข้ารับการรักษาแล้วแพทย์สั่งให้พักผ่อน

นายฐากูร ยังมาทำงานที่อาคารมติชน จนถึงเดือนตุลาคม 2563 อาการป่วยได้ทรุดลงในเดือนพ.ย. โดยนายฐากูรได้เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ท่ามกลางความห่วงใยของมิตรสหาย ผู้ที่รู้จักคุ้นเคย และเพื่อนร่วมงาน ที่ติดตามถามข่าวคราวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งระหว่างที่อาการทรุดหนัก ระหว่างเดือนพ.ย. – ธ.ค. จนถึงต้นปีใหม่ นายฐากูรมีสติและความคิดที่แจ่มใสชัดเจนตลอดเวลา ยังสามารถพูดคุยวิเคราะห์วิจารณ์เรื่องราวต่างๆ ได้ ความจำแม่นยำ และมีอารมณ์ขัน และตัดสินใจเองร่วมกับครอบครัวในเรื่องของการรักษาอาการป่วย

ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ออกมาโพสตืข้อความอาลัยถึงนายฐากูร ด้วย ซึ่งเนื้อหาที่เขียนนั้นได้เกิดข้อสงสัยและตั้งคำถามต่อสังคมไม่น้อยว่า ทำไมยังใช้คำพูดในโอกาสเช่นนี้ปลุกระดมในทางการเมืองได้อีก เหมาะสม-สมควรหรือไม่???

อาลัย “ฐากูร บุนปาน” ผมเคยมีโอกาสร่วมงานกับคุณฐากูร บุนปาน 5 ปีเต็ม ด้วยภารกิจบริหารเครือมติชนในยุคที่สื่อสิ่งพิมพ์เผชิญกับมรสุมของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ผมได้เห็นคนที่อยู่กับสื่อเก่า เทคโนโลยีเก่า วัฒนธรรมนักหนังสือพิมพ์แบบเก่ามาค่อนชีวิต เผชิญหน้ากับคลื่นความเปลี่ยนแปลงลูกใหม่อย่างกล้าหาญ ใจกว้าง กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้และปรับตัว สร้างความเชื่อมั่น สร้างทักษะใหม่ๆ ให้กับคนในองค์กร คุณฐากูรเป็นเสาหลักที่นำพามติชนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้สำเร็จ โดยยังคงคุณค่าจรรยาบรรณสื่อที่เชิดชูอุดมการณ์ประชาธิปไตยไว้ได้อย่างมั่นคง

นอกเหนือจากการเป็นผู้นำองค์กรที่น่านับถือ คุณฐากูรยังเป็นนักสื่อสารมวลชนที่น่านับถืออย่างยิ่ง เป็นผู้ที่ไม่เคยย่อท้อเหน็ดเหนื่อยต่อการทำหน้าที่สื่อ นำเสนอข่าวสาร ข้อมูล ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างซื่อตรง ท่ามกลางความผันผวนเปลี่ยนขั้วข้างทางการเมือง แรงเสียดทานกดดันจากผู้มีอำนาจ หรือการถูกบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือจากฝ่ายต่างๆ หนังสือ สื่อ สิ่งพิมพ์ของเครือมติชน ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างโดดเด่นโดยท้าทาย เป็นสื่อที่ยืนหยัดในคุณค่าประชาธิปไตย แต่ไม่ปิดกั้นแนวคิดความเชื่ออื่นๆ จากการรับรู้ของผู้คน นำพาสังคมไปข้างหน้าด้วยสติปัญญา การยอมรับในความหลากหลายทางความคิด และการถกเถียงกันด้วยเหตุผล

ผลงานตลอดชีวิตของคุณฐากูร เป็นข้อพิสูจน์ว่า ประเทศจะเป็นประชาธิปไตยไปไม่ได้เลย หากขาดสื่อที่เป็นกระบอกเสียงของมวลชน รับใช้มวลชนโดยไม่หวั่นเกรงสยบยอมต่อผู้มีอำนาจ

การสูญเสียคุณฐากูร บุนปาน จึงไม่ใช่เพียงความสูญเสียที่เจ็บปวดยิ่งของทีมมติชน แต่เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการสื่อสารมวลชน สื่อสิ่งพิมพ์ และของสังคมไทย คุณฐากูรเป็นตัวอย่างของนักสื่อสารมวลชนให้กับนักสื่อสารมวลชนรุ่นใหม่ ที่มุ่งมั่นใช้วิชาชีพของตนเองขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้าร่วมกับประชาชนคนไทยทุกคน ผมเชื่อว่าคุณฐากูรกำลังหลับฝันดี ฝันถึงประเทศไทยที่เท่าเทียมและเป็นธรรม”

นั่นคือข้อความของนายธนาธร ลูกชายสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยก่อนหน้านี้ทางสื่ออย่างมติชนซึ่งเป็นสื่อมวลชนที่ต้องถือได้ว่า มีคุณภาพที่สุดสื่อหนึ่งของประเทศ แต่ในระยะหลังมานี้ ก็มีท่าทีที่เปลี่ยนไป จนเป็นที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากมายว่า“มติชน” ทำตัวเป็นสื่อเลือกข้างและสนับสนุนนายธนาธร ทางการเมืองอย่างโจ๋งครึ่ม อันมีหลักฐานที่ประจักษ์ชัดอย่างมิพึงสงสัยอีกต่อไปเมื่อพบว่า สื่อ online ในเครือมติชน จะนำเสนอข่าวของ นายธนาธรไม่ต่ำกว่าวันละ 30 ข่าว พร้อมกับมี comment เชียร์ต่อท้ายทุกข่าว ข่าวละหลาย comment ราวกับมีกองทัพมาเพื่อสร้างกระแส

นอกจากนี้อีกหนึ่งเหตุผล ที่พอจะเป็นคำตอบต่อจุดยืนของมติชนที่เปลี่ยนไปก็คือ เมื่อเข้าไปโครงสร้างผู้ถือหุ้น “มติชน” (MATI) ก็ถึงบางอ้อ เเละพบว่า นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ แม่ของ นายธนาธร เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 จำนวนถึง 35,836,000 หุ้น หรือ 19.33% ของหุ้นทั้งหมด และตัวนายธนาธร เองก็เข้าไปเป็นกรรมการ(บอร์ด) บริษัท ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2556 ก่อนจะลาออกเพื่อมาตั้งพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2561

โดยรวมระยะเวลาที่นายธนาธรเข้าไปกุมบังเหียน “มติชน” ทางตรงเกือบ 5 ปี และแม้นายธนาธร จะลาออกไปเล่นการเมือง สัดส่วนการถือหุ้นของมารดา คือ นางสมพรในมติชน ก็ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด โดยหุ้นนั้นซื้อมาจาก อากู๋แกรมมี่ เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2556 ราคาหุ้นละ 11.11 บาท เช่นนี้การถือครองหุ้นของจึงรุ่งเรืองกิจ ก็ยังดำเนินอยู่ถึงปัจจุบัน ซึ่งการที่นายธนาธร เขียนอาลัยนายฐากูรถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่คนรู้จักกันได้แสดงความอาลัย หากแต่ไม่สมควรอย่างยิ่งที่ยังใช้โอกาสแบบนี้ราวกับปลุกระดมม็อบ???