ครั้งนึงเราก็เคยหลงเชื่อ สาวแฉขบวนการจ้องล้มเจ้า แฝงตัวมานาน ใช้จิตวิทยาซับซ้อน สร้างเกลียดจงชัง-ปลุกระดม

4486

เรื่องของกลุ่มคนที่จ้องล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ยังคงไม่หมดไปจากสังคมในปัจจุบัน เพราะพวกที่แฝงตัวอยากล้มเจ้ายังคงออกมาเคลื่อนไหวปลุกปั่น เพื่อสร้างความเกลียดชังอยู่เสมอ ล่าสุด ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่กำลังได้รับการแชร์อย่างมากในโซเชียลขณะนี้ กรณีเมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Ann Vejjavisit” ได้โพสต์ข้อความเล่าว่า คนที่เห็นต่างกับเรา เราไม่ได้โกรธไม่ได้เกลียดพวกคุณนะ เราจึงไม่ได้ตัดญาติขาดมิตรกับคุณ ไม่ใช่แค่ไม่ตัด แต่เรายังคงเป็นมิตรเป็นญาติที่ดีของคุณอยู่เหมือนเดิม เราเชื่อว่าคุณก็รู้ความจริงข้อนี้ดี…

เราเข้าใจว่าทุกคนมีกรอบประสบการณ์ที่ต่างกัน และข้อมูลที่คุณได้รับเป็นคนละชุดกับที่เราได้รับ ถ้าเราเกิดในยุคเดียวกับคุณ เราก็อาจจะมีความคิดเห็นเหมือนคุณก็ได้ คนที่เราโกรธและเกลียดจึงไม่ใช่คุณ แต่เป็นคนที่พยายามยัดเยียดข้อมูลที่บิดเบือนเหล่านั้นเพื่อสร้างความเกลียดชังให้คุณต่างหาก

คุณจะเรียกเราว่าสลิ่ม ไดโนเสาร์ เต่าล้านปี หรืออะไรก็แล้วแต่คุณ เรามองว่าเราเป็นคนไทยคนหนึ่งที่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์เท่านั้น คุณจะแขวนป้ายให้เราเป็นอะไรก็ได้ เราไม่แคร์ เราแค่อยากให้คุณเปิดใจอ่านข้อความของเราสักนิด รับข้อมูลหลาย ๆ ด้านแล้วนำมาประมวลผล ใช้วิจารณญาณก่อนจะตัดสินใจว่าอะไรดี อะไรชั่ว วันนี้คุณอาจจะยังไม่เห็นอย่างที่เราเห็น แต่ถ้าคุณพิจารณาให้รอบด้านอย่างถี่ถ้วน สักวันหนึ่งคุณอาจจะเห็นแง่มุมที่คุณไม่เคยเห็นเพราะไม่เคยคิดจะแลก็ได้

ขอประกาศตรงนี้ว่า “เราเป็นคนหนึ่งที่เคยเป็นเหยื่อของขบวนการล้มเจ้า” ขอย้ำอีกครั้ง “เราเป็นคนหนึ่งที่เคยเป็นเหยื่อของขบวนการล้มเจ้า”…เพราะฉะนั้นที่ออกมาแก้ตัวกันว่าขบวนการล้มเจ้าไม่มีอยู่จริงเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ ที่บอกว่าแค่อยากเปลี่ยนแปลงไม่ได้ต้องการล้มล้างก็เป็นแค่วาทกรรมเพื่อหลอกให้คนตายใจเท่านั้น ขบวนการนี้มีมานานมาก อาจจะเกิดก่อนเราซึ่งอายุจะถึง 50 ปีในอีกไม่กี่ปีเสียด้วยซ้ำ แต่พวกเขาฉลาดล้ำลึกและใช้วิธีการทางจิตวิทยาที่ซับซ้อน เขาไม่มาเปิดฉากบอกกันโต้ง ๆ ว่ากูอยากล้มล้างสถาบันกษัตริย์ แต่ใช้วิธีให้ข้อมูลที่บิดเบือนเพื่อสร้างความจงเกลียดจงชังเพื่อปลุกระดม

พวกเขาแค่ใจเย็นและรอเวลาให้ระเบิดที่จุดชนวนไว้ปะทุอย่างรุนแรงก็เท่านั้น คุณอาจจะคิดว่า ก็แล้วไง ล้มล้างไปก็ดีแล้วนี่ สถาบันกษัตริย์สร้างความเหลื่อมล้ำ แล้วคุณคิดว่าระบอบการปกครองอื่นไม่มีความเหลื่อมล้ำอย่างนั้นหรือ ไม่ว่ายังไงประเทศก็ต้องมีชนชั้นปกครองอยู่วันยังค่ำ และชนชั้นปกครองก็จะมีสิทธิพิเศษมีอำนาจเหนือประชาชนทั่วไป สังคมที่เท่าเทียมกันมันไม่มีอยู่จริงหรอก

ในยุคที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ต ขบวนการล้มเจ้าใช้วิธี “แจกใบปลิว” เขียนข้อความบิดเบือนต่าง ๆ นานา และในช่วงที่เราเรียนม.ปลายจนถึงมหาวิทยาลัย เราเคยอ่านใบปลิวเหล่านี้เพราะพ่อเราได้มาจากเพื่อนฝูงที่อ้างตัวว่าเป็น “คนวงใน” ข้อความในใบปลิวใส่ร้ายป้ายสีโจมตีราชวงศ์จนเราหลงเชื่อและไม่ศรัทธาในสถาบัน เราไม่เสียดายที่ป่วยจนไม่ได้ไปรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมเพื่อน ๆ เราเบื่อข่าวพระราชสำนัก ข่าวพระราชกรณียกิจ เรารอเวลาว่าเมื่อไหร่ข่าวจะจบเราจะได้ดูละคร เราไม่เคยฟังพระบรมราโชวาทเพราะคิดว่าน่าเบื่อ…เราเคยเป็นเหมือนพวกคุณนั่นแหละ

แต่วันนี้ เราคนเดียวกันนี้ที่เคยไม่รักและศรัทธาราชวงศ์ กลับถวายความจงรักภักดีให้อย่างหมดตัวและหมดใจไม่ว่าจะรัชกาลไหน เพราะเราเปิดตาเปิดใจมองและพินิจพิจารณา สิ่งที่เราเคยอ่านและได้ยิน เสียงเล่าลือกับสิ่งที่เราเห็นด้วยตามันขัดแย้งกันไปหมด และสิ่งที่เราเห็นด้วยตามันก็ไม่ใช่ครั้งเดียว แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนเราใช้สติ พินิจพิเคราะห์ และรู้ตัวว่าเรามองสมาชิกราชวงศ์ทุกพระองค์ผิดไป เราจะไม่ลงลึกรายละเอียดว่ามีอะไรบ้างนะเพราะมันจะยาวและออกนอกประเด็นไปไกล

พวกคุณหลายคนที่เป็นเพื่อนกับเราทางเฟซบุ๊กเกิดมาในช่วงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระชราภาพและทรงพระประชวรจนไม่สามารถเสด็จ​พระราช​ดำเนินไปทรงงานในสถานที่ทุรกันดารต่าง ๆ ได้เหมือนเคย คุณจึงไม่เคยเห็น และคิดว่าภาพถ่ายที่คุณเห็นเป็นแค่การสร้างภาพประชาสัมพันธ์และโฆษณาชวนเชื่อตามที่ได้รับข้อมูลมา แต่เราน่ะเห็นข่าวพระราชกรณียกิจมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เรียกได้ว่าตั้งแต่จำความได้จนกระทั่งเราเป็นผู้ใหญ่

เราเห็นภาพที่เป็นภาพเคลื่อนไหวไม่ใช่ภาพถ่าย และภาพที่ติดตาเราจนถึงทุกวันนี้คือภาพที่ทรงตากฝนตอนกลางคืน พระหัตถ์กางแผนที่ และทอดพระเนตรแผนที่สลับกับพื้นที่ที่อยู่เบื้องหน้า ใครกันจะเดินทางไปที่นั่นที่นี่เพื่อสร้างภาพให้ตัวเองได้ปีละ 365 วันเป็นเวลาติดต่อกันหลายสิบปี คนที่พวกคุณชื่นชมนักหนาน่ะทำได้ติดต่อกันโดยไม่หยุดพักถึงสามเดือนหรือเปล่าเถอะ

แต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำได้เพราะพระองค์ไม่ได้สร้างภาพ แต่เสด็จไปทรงงานจริง ๆ ด้วยความมุ่งมั่นอยากเห็นประเทศไทยเจริญขึ้น คนในพื้นที่รู้ดี จึงได้รักและเทิดทูนพระองค์ ถ้าพระองค์เพียงแค่ไปถ่ายรูปสร้างภาพทั่วแผ่นดินเป็นเวลาหลายสิบปีโดยไม่เคยช่วยเหลือให้ความเป็นอยู่ของชาวบ้านดีขึ้น ก็คิดเอาเองแล้วกันว่าจะมีคนรักหรือคนเกลียด ทำไมจึงมีคนหลั่งน้ำตามากมายถ้านั่นเป็นแค่การสร้างภาพ คุณเห็นเพื่อนร่วมชาติหลายสิบล้านคนโง่เขลาถึงขั้นถูกหลอกมาได้หลายสิบปีอย่างนั้นเลยหรือ ทำไมพระองค์ทรงได้รับการยกย่องจากนานาประเทศ ทำไมสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีแห่งภูฏานจึงยกย่องเทิดทูนและต้องการเจริญรอยตาม พระองค์ก็โง่เขลาและถูกหลอกด้วยอย่างนั้นหรือ

การเดินทางสมัยก่อนมันไม่ได้เจริญเหมือนสมัยนี้ ถนนหนทางไม่ได้เป็นพื้นลาดยางมะตอยหรือปูนซีเมนต์กันทั่วไป เมื่อ 35 ปีที่แล้วเรานั่งรถยนต์ไปนนทบุรี เรายังต้องผ่านทางที่เป็นดินโคลนสีแดง ๆ เลยนะคุณ นั่นแค่นนทบุรีที่ใกล้กรุงเทพฯ มากเองนะ คุณก็นึกถึงดอย นึกถึงป่าเขาเอาเองก็แล้วกันว่ามันจะขนาดไหน เทคโนโลยีสมัยก่อนกับสมัยนี้ก็ต่างกัน สมัยก่อนไฟฟ้ามาจากพลังงานน้ำเป็นหลัก ซึ่งก็ต้องสร้างเขื่อน สร้างอ่างเก็บน้ำ ตรงไหนสร้างอะไรได้ไม่ได้ก็ว่ากันไป แผงโซลาร์เซลล์ในอดีตแพงมากจนคนฐานะปานกลางไม่มีวันเอื้อมถึง แต่คุณเอาเรื่องราวในสมัยก่อนมาเทียบกับสมัยนี้ว่าใครทำอะไร ไม่ทำอะไร ไปหรือไม่ไปที่ไหน มันเทียบกันไม่ได้หรอก นี่พูดกันตามหลักการทั่ว ๆ ไปแบบไม่ได้เข้าข้างใครเลยนะ

เราไม่ได้บอกว่าคุณต้องรักใครต่อใครเหมือนที่เรารัก เราไม่ได้บอกว่าคุณต้องเชื่อในสิ่งที่เราบอก เราแค่อยากขอร้องให้คุณพิจารณาสิ่งต่าง ๆ อย่างมีหลักการก่อนจะด่า กระทบกระเทียบเปรียบเปรย หาข้อมูลให้รอบด้านก่อนจะสรุปว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อสิ่งใดก็แล้วแต่ คุณก็เรียนมาไม่น้อย หลักกาลามสูตรก็น่าจะเคยผ่านตามาบ้าง ทำตัวให้สมกับที่เรียกตัวเองว่าปัญญาชนหน่อย

ในฐานะที่เราเคยพลาดมาก่อนด้วยการหลงเชื่อข้อมูลด้านเดียวที่บิด ๆ เบี้ยว ๆ ที่เราได้รับมา เราก็อยากจะเตือนคุณไว้ ที่คุณคิดว่าคุณฉลาด คุณคิดได้เอง คุณไม่ได้ตกเป็นเครื่องมือของใคร น่ะมันจริงหรือเปล่า ลองจับจมูกตัวเองดูให้แน่ใจว่ายังปกติดีไม่มีรูมีร่องให้ใครมาสนตะพาย