แฉภาพมือมืดติดป้ายจาบจ้วงสถาบันฯ ขณะไมค์-กวิ้น พร้อมใจนำโพสต์ต่อ

2050

กลายเป็น Talk of the town ตลอดต่อเนื่อง จากกรณี “พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์” หรือ “พิมรี่พาย” ยูทูบเบอร์-แม่ค้าออนไลน์ โพสต์คลิปยูทูปเดินทางเข้าไปยัง หมู่บ้านแม่เกิบ ต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ มีการนำเสนอความขาดแคลนในแง่มุมต่าง ๆ

กระทั่งตัดสินใจแสดงเจตจำนงค์จะขอเป็นผู้รับผิดชอบเงินงบประมาณกว่า 5.5 แสนบาท เพื่อจัดทำคโซลาร์เซลล์ โทรทัศน์ และแปลงผัก รวมถึงของอุปโภคบริโภคอีกหลายสิ่งอย่าง เหตุเพราะจิตอันเป็นกุศลดังกล่าวนี้ ถูกนำไปขยายผลทางการเมือง ทั้งการบิดเบือน โจมตี ใส่ร้ายสถาบันเบื้องสูง และการดิสเครดิตรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เรื่องนี้เอง นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงกรณีที่พิมรี่พายขึ้นไปบนดอยเพื่อทำกิจกรรมในวันเด็ก ที่ ต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ โดยการแชร์ภาพจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมระบุข้อความว่า “ถ้ามันดี ทำไมพิมรี่พายยังต้องขึ้นดอย” และยังมีอีกข้อความว่า “ลูกเจ้าเกิดในวังอยากเปิดแบรนด์เสื้อผ้าก็มีคนเอาเงินภาษีมาช่วยโปรโมท ลูกชาวบ้านเกิดบนดอยต่อให้มี 4,000 โครงการก็ยังไม่มีไฟฟ้าใช้”

ขณะที่ทางด้าน นายภาณุพงศ์ จาดนอก ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวโหนกระแสดังกล่าวด้วยเช่นกัน ว่า คนงาม ๆ ต้องงามคู่ความเด่นดี ถ้า 4,000 โครงการดี ทำไม 70 ปียัง “ด้อยพัฒนา”

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าเห็นด้วยกับนายกฯที่มีความห่วงใย ที่ขณะนี้มีกระบวนการปล่อยข่าวที่ไม่มีข้อเท็จจริง มีการโพสต์ข้อความที่บิดเบือนและจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ ตามช่องทางสื่อต่างๆ จึงได้มอบหมายให้ นายบรรสาน บุนนาค รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมระดมความคิดเห็น ซึ่งตนเองยังได้ร่วมเพื่อเสนอแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาตลอดจนการดำเนินบังคับกฎหมายอย่างเคร่งครัดในการประชุมครั้งนี้ด้วย

นายสุภรณ์ กล่าวว่าแม้ว่าที่ผ่านจะมีการดำเนินคดีกับบุคคลที่ปล่อยข่าวที่บิดเบือนไม่มีข้อเท็จจริง และยังมีการจาบจ้วงสถาบันนั้น แต่ปัจจุบันยังพบว่ามีผู้ที่ทำผิดกฎหมายอยู่ ดังนั้นจึงต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนมากขึ้น ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายและอย่าได้กระทำทั้งผู้โพสต์ผู้แชร์ พึงต้องระมัดระวังอาจถูกดำเนินคดีได้

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้บุคคลใดที่ปล่อยข่าวบิดเบือนที่ไม่มีข้อเท็จจริง หรือผู้ที่จะทำการจาบจ้วงสถาบัน หยุดการกระทำเสีย หรือขอให้คิดให้ดีก่อนว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะขณะนี้ประเทศชาติอยู่ในช่วงเกิดสถานการณ์โควิด-19 ที่ประชาชนต้องการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา รวมถึงต้องการข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริง อย่าได้ใช้สื่อโชเชียลสร้างความสับสนวุ่นวาย หรือสร้างความปั่นป่วน แตกแยกให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติและประชาชนเลย จึงขอความร่วมมือให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาช่วยกันสอดแนมหรือบอกกล่าวต้นตอผู้ที่ทำข่าวข้อความที่บิดเบือนไม่เป็นจริง อย่าได้กระทำการดังกล่าวเพราะในที่สุดจะถูกดำเนินคดีและหมดอนาคตในที่สุด

ล่าสุด ไม่เพียงแค่การโพสต์ข้อความจาบจ้วงฯ เท่านั้น ในโลกโซเชียลฯ ยังได้มีการแขร์ภาพพร้อมข้อความที่เป็นการกระทำของคนกลุ่มหนึ่ง โดยเพจเฟซบุ๊ก TOP News โพสต์ข้อความว่า ขอบคุณ แฟนเพจ Topnews ประหนึ่งตำรวจสายสืบ หรือ โคนัน

ส่งข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิด มือมืดฉายเดี่ยว ขี่จยย.ไปติดป้าย ป่วนเมืองทั่วกรุง คืนวันที่ 10 ม.ค.64 ปฏิบัติการเวลา 22.20 น. ถ่ายรูปส่งรายงานเวลา 22.23 น. แกนนำ ไมค์ ระยำ (ฉายาที่แม่ค้าชาวระยองตั้งให้) หรือ ภาณุพงศ์ จาดนอก โพสต์ ทวิตเตอร์ส่วนตัว Mike panupong ลงรูป พร้อมข้อความ สอดรับทันที ในเวลา 22.52 น. ประหนึ่งเป็นทีมงานเดียวกัน #TOPNEWS