“หมอวรงค์” สะใจ ขบวนการโจมตีเจ้าหน้าแตก โหนห้อย “พิมรี่พาย” ภาพถ่ายดอยอ่างขาง 40 ปี เทียบปัจจุบัน พิสูจน์ชัดพระราชกระแสรับสั่งของร.9

3665

จากกรณีที่ “พิมรี่พาย” แม่ค้าออนไลน์และยูทูปเปอร์คนดัง ได้เดินทางไปช่วยเด็กบนดอย บ้านแม่เกิบ จนต่อมามีกระแสดราม่าหลายแง่มุมเกิดขึ้น ทำให้เจ้าตัวได้ออกมาชี้แจง ถึงเจตนาที่ช่วยเหลือ ว่าต้องการทำความดีตอบแทนแผ่นดินเกิด

และใครที่โยงไปด่าเกี่ยวกับการเมือง นำไปหมิ่นพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 และสถาบันฯนั้น ไม่ต้องให้ใครมาเอาตัวเองไปเป็นเครื่องมือทะเลาะกัน หรือสร้างความแตกแยก

ต่อมานพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า Warong Dechgitvigrom โดยมีรายละเอียดระบุ ดังนี้ ขบวนการล้มเจ้าหน้าแตก ครั้งแรกที่ได้ดูคลิปของพิมรี่พาย ก็ไม่ต่างจากคนที่อาสาทำความดี เอาของไปบริจาคในพื้นที่ห่างไกล ยิ่งมาดราม่ามากขึ้น เมื่อขบวนการล้มล้างสถาบัน เอากิจกรรมของพิมรี่พายไปโยงถึงสถาบันเบื้องสูง

ความรู้สึกตอนนั้นก็คิดว่า ถ้าเขาคิดแบบนั้นจริง ๆ มันเป็นสิ่งที่ธรรมดามาก สมัยเราเป็นนักศึกษา ยังเคยไปสร้างโรงเรียน สร้างส้วม เปิดกองทุนยา ให้กับประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ที่เขาจะไปสร้างอะไรให้ประชาชน

จนกระทั่งได้มาดูไลฟ์ของพิมรี่พาย โดยเฉพาะประโยคคำพูด “อีกเรื่องที่ไม่พูดไม่ได้เลย จะดราม่าอะไรกันนักหนา เอาไปโยงทำไม เอาไปเป็นเครื่องมือความสนุกของพวกมึงทะเลาะกัน โยงอะไรกันนักหนา” ผมจึงเข้าใจถึงเจตนาที่แท้จริง และเข้าใจเลยว่า ขบวนการล้มล้างสถาบันนี่อันตรายมาก ที่จะฉวยโอกาสโยงมั่ว ๆ ไปหมด

แม้ล่าสุดนายเพนกวิน ยังมาตั้งคำถามโง่ ๆ ที่ว่า “ถ้ามันดี ทำไมพิมรี่พายยังต้องขึ้นดอย” คำตอบสำหรับเพนกวินก็คือ “ไปถามทักษิณและยิ่งลักษณ์ดู เป็นนายกกันมาตั้งนาน พื้นที่บ้านตัวเองแท้ ๆ ทำไมไม่ดูแลเขา”

ล่าสุดทางด้านนายนภันต์ เสวิกุล ผู้บันทึกย่างพระบาทที่ยาตรา ช่างภาพผู้ถวายงานการบันทึกภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้โพสต์เฟซบุ๊กเผยแพร่ภาพถ่าย 2 ภาพมุมสูงที่มองเห็นดอยอ่างขาง ในช่วงระยะเวลา 40 ปี โดยเขียนข้อความระบุว่าว่า 11 มกราคม 2524 สมัยที่ตามเสด็จฯ ภาคเหนือใหม่ ๆ ผมต้องเดินทางเข้าพื้นที่ล่วงหน้าพร้อมพี่ ๆ นักข่าว 1-2 วัน เพราะเสด็จฯ ทางเฮลิคอปเตอร์ เนื่องจากพื้นที่ ที่จะเสด็จฯไปนั้น เข้าถึงทางถนนได้ยากลำบากจริง ๆ (หน้าแล้งก็ยังยาก ไม่ต้องพูดถึงสภาพถนนในหน้าฝนเลย)

ครั้นมีโอกาสได้ตามเสด็จฯ ไปดอยอ่างขางด้วยเฮลิคอปเตอร์ครั้งแรก ก็ตื่นเต้นตั้งแต่เครื่องยกตัว นั่งไปก็มองภูเขาไป คิดไป ช่วงที่จะเข้าอ่างขางซึ่งเป็นหน้าผาชัน ภาพภูเขาหัวโล้นแป็นแผงตรงหน้า ดูแห้งแล้งน่ากลัวกว่าที่เห็นเมื่อไปทางรถยนต์

ภาพล่าง ถ่ายจากจุดชมวิว ที่หน่วย ตชด.ที่สวนสนบนอ่างขางเมื่อ พ.ศ. 2560 วันนี้ หยิบสองภาพนี้ขึ้นมาเปรียบเทียบกัน มองภาพย้อนเส้นทาง ย้อนเวลาไป 40 ปีเต็ม ก็นึกถึงพระราชกระแสรับสั่ง

“ถ้าไม่รีบทำอะไรเลย เมืองไทยจะกลายเป็นทะเลทรายในที่สุด”