สหรัฐข่มจีน?!? คุยโวมีกองทัพเรือทันสมัยที่สุดในโลก จีนแค่ขนาดใหญ่ มั่นใจเหนือกว่าทั้งฝีมือรบและอาวุธไฮเทค

2436

เพนตากอนแฉข้อมูลกองทัพเรือจีนยอมรับมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่สหรัฐเป็นกองทัพเรือที่ทันสมัยที่สุดในโลกทั้งจำนวนกองเรือ กำลังพลและเทคโนโลยีชั้นสูงประกอบหัวรบนิวเคลียร์ ยังอีกนานกว่าจีนจะตามทัน แต่กังวลข้อมูลลับที่จีนไม่เปิดเผยมากกว่า เร่งผนึกพันธมิตรระดมต้านอิทธิพลจีนทุกช่องทาง

กระทรวงกลาโหมสหรัฐหรือเพนตากอนมองกองทัพเรือจีน (PLAN:People’s Liberation Army Navy )ว่าจีนตั้งเป้าหมายเป็นกองทัพเรือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยกองเรือรบ 350 ลำ เรือติดตั้งมิซซายล์ 86 ลำ, เรือลาดตระเวน 49 ลำ, ฟรีเกต 53 ลำ, เรือสังหาร(Killer) 32 ลำ,ครุยส์ 1 ลำ, เรือติดหัวรบนิวเคลียร์ 52 ลำ พร้อมอุปกรณ์ต่อต้านเรือดำน้ำ และเรือดำน้ำติดหัวรบนิวเคลียร์ 4 ลำ และกองเรืออีกนับร้อยดูแลทั้งชายฝั่งทะเลทางภาคเหนือ-ตะวันออกและใต้ มีระวางขับโดยรวม 1.8-2 ล้านตัน

สำหรับสหรัฐมีระวางขับถึง 4.6 ล้านตัน ขีดความสามารถในการบรรทุกกำลังพลจำนวนมาก บรรทุกเครื่องบินและอาวุธยุทโธปกรณ์ไฮเทคและนิวเคลียร์ยังสูงกว่าในปัจจุบัน คาดว่าอีกนานกว่าจีนจะพัฒนาขีดความสามารถได้เท่าเทียมแต่ก็กังวลถึงข้อมูลลับทางทหารที่จีนไม่ได้เปิดเผย

ทั้งนี้ศูนย์การประเมินยุทธศาสตร์และงบประมาณ (Center for Strategic and Budgetary Assessments: CSBA) สถาบันอิสระด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ได้ศึกษาเปรียบเทียบพลังอำนาจกองทัพเรือประเทศต่างๆ และชี้ว่ากองทัพเรือที่ทรงพลังมากที่สุดในโลก โดยสหรัฐฯ มาเป็นอันดับหนึ่ง รองมาคือกองทัพเรือจีน(ธ.ค.2019)

กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังครองตำแหน่งทรงพลังมากที่สุดของโลก ด้วยเหตุผลมีเรือรบมากที่สุด ลอยลำครอบคลุมทั่วโลก สามารถปฏิบัติภารกิจหลากหลาย ดูแลพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล

สหรัฐฯ เป็นประเทศเดียวในโลกที่เรือรบเข้าถึงทุกพื้นที่ ปฏิบัติภารกิจเป็นประจำในมหาสมุทร ทะเลทั้งโลก

ปัจจุบันมีทหารเรือกับเจ้าหน้าที่สังกัดกองทัพเรือมากที่สุดในโลก มีทหารเรือ 323,000 นาย เจ้าหน้าที่พลเรือน 109,000 นาย มีเครื่องบินรบอีก 3,700 เครื่องที่สังกัดกองทัพเรือ

มีเรือรบมากกว่า 440 ลำ ในจำนวนนี้เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น นิมิตซ์ 10 ลำ ส่วนเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด 1 ลำกำลังรอประจำการ อีก 2 ลำกำลังอยู่ระหว่างการสร้าง และมีแผนสร้างเพิ่มอีก 10 ลำในอนาคต นอกจากนี้ยังมีเรือลาดตระเวนติดอาวุธนำวิถี ชั้น ไทคอนเดอโรกา 22 ลำ เรือพิฆาตติดอาวุธนำวิถี ชั้น อาร์เลห์เบิร์ก 63 ลำ โดยทั้ง 2 แบบมีระบบป้องกันขีปนาวุธและภัยทางอากาศเอจีสติดตั้งอยู่ ขณะที่มีเรือดำน้ำชั้นต่างๆ อีก 73 ลำ ในจำนวนนี้ 14 ลำเป็นเรือดำน้ำติดตั้งขีปนาวุธ

นอกจากนั้น สหรัฐฯ ยังมีขีปนาวุธข้ามทวีป 406 ลูก โดยมีขีปนาวุธชื่อว่า ‘แอลจีเอ็ม-30 มินิทแมน’ ( LGM-30 Minuteman) ซึ่งมีขีดความสามารถในการบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ได้ถึง 3 ลูก และยิงได้ไกลถึง 13,000 กม. เป็นขีปนาวุธยิงจากฐานภาถพื้นเพียงชนิดเดียวของประเทศ สหรัฐฯ ยังมีดาวเทียมทหารอีก 63 ดวงด้วย

กองทัพเรือจีนใหญ่ที่สุด-ระวางน้ำหนักน้อยกว่า-ไฮเทคพัฒนาเร็ว 

ในเวลา 3 ทศวรรษกองทัพเรือจีนพัฒนาจากเรือป้องกันชายฝั่งที่ไม่มีเรือรบขนาดใหญ่ กลายเป็นกองเรือทันสมัยที่แล่นในน่านน้ำสากล กองทัพเรือจีนก้าวหน้าเคียงคู่การพัฒนาทางเศรษฐกิจ งบประมาณกลาโหมเพิ่มขึ้น 10 เท่าตัวนับจากปี 1989

เมื่อต้นปี (6 ก.พ.2563) หนังสือพิมพ์เซาท์ไชนา มอนิ่งโพสต์รายงานว่า กองทัพเรือจีนอยู่ระหว่างยกระดับแสนยานุภาพการรบทางทะเลให้มีเรือบรรทุกเครื่องบินอย่างน้อย 6 กองรบ ภายในปี 2578 ตามดำริของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ผู้นำจีนที่มีนโยบายปฏิรูปกองทัพจีนให้มีความทันสมัย และเป็นมหาอำนาจทางทหารอันดับหนึ่งของโลกแทนที่สหรัฐอเมริกาภายในปี 2593

เรือบรรทุกเครื่องบินทุกลำของกองทัพเรือจีนจะได้รับการติดตั้งระบบปล่อยเครื่องบินแบบใหม่ เรียกว่า “ระบบส่งเครื่องบินพลังแม่เหล็กไฟฟ้า” (EMALS) เช่นเดียวกันกับเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐ โดยเทคโนโลยีดังกล่าวส่งผลให้สามารถปล่อยเครื่องบินรบขึ้นสู่อากาศได้สะดวกรวดเร็วมากกว่าระบบคาตาพัลต์แบบเก่าที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล และพลังไอน้ำ

ปัจจุบัน กองทัพเรือจีนมีเรือบรรทุกเครื่องบินประจำการอยู่เพียง 1 ลำ มีรหัสเรียกว่า เหลียวหนิง เข้าประจำการเมื่อปี 2555 ส่วนลำถัดมามีรหัสว่า ไทป์ 001เอ เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนเม.ย. 2560 ถือเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกที่สร้างในจีน ไม่เหมือนกันเหลียวหนิงซึ่งทางการจีนซื้อต่อมาจากยูเครน เป็นเรือที่ออกแบบตามอดีตสหภาพโซเวียต และนำมาปรับปรุงใหม่

นายหวัง หยุ่นเฟย อดีตผู้การเรือพิฆาตของกองทัพเรือและผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธนาวีของพีแอลเอ กล่าวว่า เรือบรรทุกเครื่องบินที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์และมีระบบส่งเครื่องบินพลังแม่เหล็กไฟฟ้าน่าจะเข้าประจำการได้ในปี 2578 คาดว่าจะมีจำนวนอย่างน้อย 6 ลำ ในจำนวนนี้ จะมีเพียง 4 ลำ ที่ใช้สำหรับแนวรบส่วนหน้า โดยตนมองว่า ประเทศจีนจำเป็นต้องเร่งพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเทียบเท่ากับสหรัฐ  

นักวิเคราห์ทางการทหารทั้งฝั่งสหรัฐและจีนต่างเห็นตรงกันว่า เทคโนโลยีเรือบรรทุกเครื่องบิน และเครื่องบินรบของจีนจะตามสหรัฐทันแน่นอน แต่อาวุธนั้นเป็นเพียงแค่องค์ประกอบหนึ่งของภาพรวมทั้งหมด การฝึกซ้อมการทำสงครามทางทะเล และการหลบเลี่ยงความเสียหายจากการรบนั้นยังคงเป็นข้อด้อยของกองทัพเรือจีน เพราะว่าไม่มีประสบการณ์การรบเทียบเท่ากองทัพเรือสหรัฐ

อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่เกิดความตึงเครียดของสองมหาอำนาจสหรัฐและจีน ก็ไม่ปรากฏข้อมูล กำลังรบที่ชัดเจนของทั้งสองฝ่าย มีแต่งัดจุดเด่นที่อ้างเป็นไม้ตายมาข่มกันไปมา

สหรัฐ-จีนแข่งขันและพิพาทกันทำทะเลจีนใต้ตึงเครียด

ขณะนี้ ทะเลจีนใต้ ที่เกิดข้อพิพาทมายาวนาน หลายประเทศในเอเชียทั้ง จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย บรูไน และไต้หวัน ต่างอ้างกรรมสิทธิ์บางส่วนและทั้งหมดเหนือดินแดนและอธิปไตยในน่านน้ำทะเลจีนใต้ หมู่เกาะพาราเซล และหมู่เกาะสแปรตลีย์ โดยมีชาติมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกายื่นมือเข้ามาแทรกแซง อาสาคานอำนาจกับจีนนั้น กำลังทวีความร้อนระอุ ตึงเครียดมากยิ่งขึ้น

ชนิดที่ต้องจับตาสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิด ไม่นานมานี้จีนเพิ่งยิงขีปนาวุธถึง 2 ลูกจากชายฝั่งแผ่นดินใหญ่มาตกใกล้หมู่เกาะพิพาทในทะเลจีนใต้หนึ่งในนี้ คือ ขีปนาวุธฉายา ‘นักฆ่าเรือบรรทุกเครื่องบิน’ ซึ่งเป็นการเตือนสหรัฐฯอย่างชัดเจนที่สุด นับตั้งแต่เกิดความตึงเครียดรอบใหม่ในทะเลจีนใต้เลยทีเดียว

รายงานของเพนตากอนยังระบุว่าจีน อาจเพิ่มปริมาณหัวรบนิวเคลียร์ในคลังสรรพาวุธอย่างน้อยสองเท่าในช่วงสิบปีข้างหน้า เพื่อเดินหน้าติดอาวุธนิวเคลียร์ทางบก ทางทะเล และทางอากาศ โดยรายงานระบุว่า จีนต้องการเพิ่มจำนวนและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ให้ทันสมัย เพื่อให้กองทัพของจีนเท่าเทียมหรือล้ำหน้าไปกว่ากองทัพของสหรัฐภายในปี2592 เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันขยายอิทธิพลในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิค  และคาดการณ์ด้วยว่า ปัจจุบัน จีนมีหัวรบนิวเคลียร์กว่า 200 ลูก ซึ่งบางส่วนสามารถนำมาประกอบกับขีปนาวุธนำวิถีที่สามารถยิงข้ามทวีปมาถึงสหรัฐได้ 

“แชด สบราเกีย” รองผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐ บอกว่า เป็นครั้งแรกที่กระทรวงกลาโหมระบุจำนวนหัวรบของจีนอย่างชัดเจน ซึ่งสหรัฐกังวลเกี่ยวกับจำนวนดังกล่าว รวมทั้งทิศทางการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์โดยรวมของจีน