อิหร่านกร้าวท้าทายสหรัฐ?!? โชว์ฐานขีปนาวุธใต้ดินติดอ่าวเปอร์เซีย ประกาศจับทรัมป์ฐาน “สังหารโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”

771

ไม่ว่าประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาจะเป็นใคร ความเป็นศัตรูคู่อาฆาตของสหรัฐ-อิหร่านจะยังไม่อาจคลี่คลาย วันนี้เมื่อสหรัฐอยู่ระหว่างการโอนถ่ายอำนาจใหม่เป็นผู้นำแห่งพรรคเดโมแครตซึ่งมีประวัติ รุกไล่ตะวันออกกลางมาอย่างยาวนาน อิหร่านจึงส่งสัญญาณกร้าวท้าทายสหรัฐ ต้อนรับปธน.คนใหม่โจ ไบเดน เผยที่ตั้งขีปนาวุธใต้ดินติดอ่าวเปอร์เซีย ขณะอิรักประกาศจับโดนัลด์ ทรัมป์ฐาน”สังหารโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” ต่อผู้นำทหารของอิรักและนายพลคาสเซ็ม สุไลมานีแห่งอิหร่าน ทั้งประกาศคว่ำบาตรวัคซีนตะวันตกของสหรัฐและอังกฤษอย่างไม่ใยดี  คาดตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ สั่งเกาหลีใต้ยึดเงินกองทุนอิหร่าน 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อิหร่านยอมมาแล้ว5 ปีไม่มีอะไรดีขึ้น ถึงวันนี้เป็นไงเป็นกัน?

อิหร่านประกาศเพิ่มการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมสู่ระดับ 20% พร้อมทั้งมีการยึดเรือบรรทุกสารเคมีสัญชาติเกาหลีใต้ในอ่าวเปอร์เซีย ตอบโต้ที่เกาหลีใต้ยึดเงินกองทุนอิหร่านในธนาคารเกาหลีใต้จำนวน 7,000 ดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ส่อแววกระพือความตึงเครียด ระหว่างคู่ขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านที่อาจส่งผลบานปลายในที่สุด

แผนปฏิบัติการเบ็ดเสร็จร่วม (JCPOA) หรือข้อตกลงควบคุมนิวเคลียร์ที่อิหร่านทำร่วมกับ สหรัฐฯ, รัสเซีย, จีน, อังกฤษ, ฝรั่งเศส และเยอรมนีเมื่อปี 2015 เป็นความคิดริเริ่มของประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ที่มุ่งจำกัดการพัฒนาด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน แลกกับการที่นานาชาติจะยอมผ่อนคลายมาตรคว่ำบาตรให้ อย่างไรก็ดี ข้อตกลงฉบับนี้ไปไม่รอดหลังจากที่ทรัมป์นำสหรัฐฯ ถอนตัวออกมาเมื่อกลางปี 2018 มิหนำซ้ำยังสั่งฟื้นมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและใช้นโยบาย “กดดันขั้นสูงสุด”แต่เพียงฝ่ายเดียวต่อเตหะราน ทั้งๆที่พันธมิตรอื่นๆคัดค้าน

ล่าสุดวันที่ 8 ม.ค.2564 อิหร่านได้เปิดเผย ฐานที่ตั้งขีปนาวุธใต้ดินเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการป้องกันตัวเองในอ่าวเปอร์เซีย อย่างไม่สนใจสหรัฐและพันธมิตรตะวันตก 

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นและดัชเวลล์ รายงานโดยอ้างการเผยแพร่ทางโทรทัศน์ เปิดภาพอุโมงค์ภายในฐานที่มั่นพร้อมขีปนาวุธในจังหวัด ฮอร์มอซแกน ทางตอนใต้ติดกับอ่าวเปอร์เซีย พร้อมถ้อยแถลงของ พล.ต ฮุสเซน ซาลามี ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps- IRGC) ของอิหร่าน ว่า ฐานที่มั่นดังกล่าวจะเสริมสร้างความสามารถในการป้องกันตัวเองของอิหร่าน โดยเฉพาะจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ของศัตรู นอกจากนี้ ได้สร้างฐานใต้ดินบนพื้นที่ตามแนวชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย โดยมีความก้าวหน้าของระบบป้องกันตนเองทั้งระบบระบุเป้าหมายอัจฉริยะ ระบบค้นหา รวมถึงระบบเรดาร์ขีปนาวุธ

อิรัก-อิหร่านพร้อมเผชิญหน้าสหรัฐ

ในวันเดียวกัน ศาลสูงสุดอิรักออกหมายจับ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีของสหรัฐฯเพื่อให้มาดำเนินคดี “สังหารโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” กรณีสั่งลอบสังหาร ผู้บัญชาการกองกำลังทหารอิรัก พร้อมด้วยผู้บัญชาการกองทัพอิหร่าน เมื่อปีที่แล้ว

วันที่ 8 ม.ค. สำนักข่าวซีบีเอสรายงานว่า ศาลสูงสุดของอิรัก ออกหมายจับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐฯ ในคดีก่อเหตุฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากกรณีที่ผู้นำสหรัฐฯ สั่งการให้โดรนไปสังหาร นายพลอาบู มาห์ดี อัลมูฮันดิส ผู้บัญชาการกองทัพทหารอิรัก เสียชีวิตพร้อมกับพลเอกคาสเซ็ม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองทัพอิหร่าน ในขบวนรถที่อยู่ใกล้สนามบินกรุงแบกแดด ของอิรัก เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2563 ส่งผลให้กองทัพอิรักตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในเมืองเออร์บิล ทำให้มีทหารอเมริกัน บาดเจ็บ 34 ราย เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ปีที่แล้ว  

คดีนี้มีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต แม้ว่าจะมีโอกาสน้อยมากที่ผู้นำสหรัฐฯ จะไปขึ้นศาลของอิรัก ในขณะที่ศาลอิหร่านก็ได้มีการสืบสวนและออกหมายจับในคดีเดียวกันนี้เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว โดยทางการอิรักระบุว่า การสืบสวนดำเนินคดีจะดำเนินต่อไปเพื่อกระชากหน้ากากคนที่อยู่เบื้องหลังการก่ออาชญากรรมร้ายแรงครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นชาวอิรัก หรือชาวต่างชาติก็ตาม

นอกจากนี้ อิหร่านก็ได้ประกาศคว่ำบาตรการใช้วัคซีนป้องกัน COVID-19 จากสหรัฐฯและสหราชอาณาจักร ชี้ไม่ไว้วางในและสงสัยในส่วนผสมที่ไม่บริสุทธิ์

สนข.ดัชเวลล์รายงานโดยอ้างถ้อยแถลงของ อายะตุลลอฮ์ ซัยยิด อาลี คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งแถลงทางโทรทัศน์ว่า อิหร่านจะคว่ำบาตรการนำเข้าวัคซีนที่ผลิตโดยสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ เนื่องจากไม่ไว้วางใจประสิทธิภาพ ทั้งนี้ อิหร่านมีความพยายามผลิตวัคซีนใช้เองภายในประเทศ รวมทั้งร่วมมือกับ โฟซันฟาร์มา บริษัทสัญชาติจีน ปัจจุบันอิหร่านมียอดผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 จำนวน 56,000 คน ในเดือนม.ค.2564