‘นิติธร’ ยื่น DSI รับโฮปเวลล์เป็นคดีพิเศษ?!? ประกาศค้านจ่ายค่าโง่ 2.4 หมื่นล้านถึงที่สุด แฉหลักฐานชัดคนทุจริตต้องถูกลงโทษ!!

1020

มหากาพย์ค่าโง่ “คดีโฮปเวลล์” 2.4 หมื่นล้านบาททำไมรัฐฯต้องจ่าย ใครทำประเทศเสียหายควรต้องรับผิดชอบ นิติธร ล้ำเหลือได้รับมอบอำนาจจากกระทรวงคมนาคมและรฟท.หอบหลักฐานยื่นดีเอสไอขอให้รับเป็นคดีพิเศษ เพราะหลักฐานใหม่ชัดเจน มีนักการเมืองข้าราชการทุตจริต มั่นใจนำคนผิดมาลงโทษได้ ดีเอสไอรับปากจะดำเนินการให้เร็วที่สุด

วันนี้ (3 ก.ค.)ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ‘ทนายนกเขา’-นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจกระทรวงคมนาคม และ การรถไฟแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีดีเอสไอ เพื่อดำเนินคดีเอาผิดผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัดทั้งหมด รวมทั้งเจ้าหน้าที่กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ ยันทำกันเป็นขบวนการ ทั้งนักการเมือง,เจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง กระทำความผิดอาญาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการโฮปเวลล์ โดยขอให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ ค้านจ่ายค่าโง่ 2.4 หมื่นล้านบาทอย่างถึงที่สุด ไม่ฟังเจอม็อบ

นายนิติธร กล่าวว่า ตนนำพยานหลักฐานเป็นทั้งเอกสารเก่าและเอกสารใหม่มามอบให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เพื่อตรวจสอบโครงการโฮปเวลล์ ซึ่งมีผู้ร่วมกระทำความผิดหลายฝ่ายทั้ง ข้าราชการ นักการเมือง และเอกชน มีการจดทะเบียนบริษัทไม่ถูกต้องและไม่ทำตามมติ ครม. จนทำให้รัฐเกิดความเสียหาย โดยคดีอยู่ในอำนาจขอบเขตของดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษได้ ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ควรจ่ายเงิน เพราะยังอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ แม้ศาลต่างๆ จะพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้ว ฝากถึงรัฐบาลหลังแต่งตั้ง นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย มาปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมแล้ว ควรให้มาดำเนินการตรวจสอบเรื่องโครงการโฮปเวลล์ด้วย อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลมีการจ่ายเงินตนจะนำมวลชนออกมาประท้วงเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยสัปดาห์หน้าเตรียมจะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

พ.ต.ท.กรวัชร์ เผยว่า เบื้องต้น ได้รับเรื่องไว้ตรวจสอบข้อเรียกร้องว่ามีประเด็นใดบ้างและเข้าข่ายคดีพิเศษหรือไม่ โดยจะดำเนินการให้รวดเร็วที่สุด ตามขั้นตอนการรับเรื่องร้องทุกข์ของดีเอสไอ

ค่าโง่แพงสุดในประวัติศาสตร์ไทย 

จากกรณีของโฮปเวลล์ ล่าสุดศาลปกครองสูงสุด ไม่รับคำร้องของกระทรวงคมนาคมและ ร.ฟ.ท. ที่ขอให้ศาลปกครองชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่ คาดว่าทำให้สององค์กรต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับบริษัทโฮปเวลล์ เป็นวงเงิน 2.49 หมื่นล้าน ซึ่งเป็นครั้งประวัติศาสตร์ทำสถิติวงเงินสูงสุด

กรณีกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาคดีโฮปเวลล์ใหม่ ด้วยเหตุผลมีการรับฟังข้อเท็จจริงผิดพลาดและมีพยานหลักฐานใหม่อันอาจทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป ปรากฏว่าศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลปกครองชั้นต้นที่เคยมีคำสั่งไม่รับคำร้องของกระทรวงคมนาคมและ ร.ฟ.ท. ที่มาขอให้ศาลปกครองชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่

ศาลระบุตอนหนึ่งว่า ข้ออ้างเป็นกรณีโต้แย้งการใช้ดุลพินิจพิจารณาคดี ไม่ใช่กรณีที่ศาลรับฟังข้อเท็จจริงผิดพลาด ส่วนปมโฮปเวลล์เป็นบริษัทต่างด้าวจดทะเบียนนิติบุคคลไม่ถูกต้อง แม้จะจริง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับปล่อยจนรัฐมนตรีลงนามในสัญญา จึงอ้างไม่รู้ไม่ได้ นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมไม่เคยยกขึ้นสู้ทั้งในชั้นอนุญาโตตุลาการ หรือในศาลปกครองจึงไม่ถือเป็นพยานหลักฐานใหม่

การตัดสินดังกล่าวคาดว่าจะมีผลทำให้กระทรวงคมนาคมและ ร.ฟ.ท.ต้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเมื่อปี 2551 จ่ายค่าเสียหายให้กับบริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมดอกเบี้ยจนถึงปัจจุบันเป็นวงเงิน 2.49 หมื่นล้านบาท เป็นการจ่ายค่าโง่อีกครั้ง แถมเป็นครั้งประวัติศาสตร์ทำสถิติวงเงินสูงสุด ผลพวงจากการหาผลประโยชน์ของผู้มีอำนาจ จากการไปบอกเลิกสัญญาโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟและถนนยกระดับในกรุงเทพมหานคร

หลังคำสั่งศาลนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม อ้างว่าขอรออ่านคำสั่งศาลอย่างเป็นทางการ จากนั้นจะให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาว่าควรดำเนินการอย่างไร ส่วนนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมมีคณะทำงานทางด้านกฎหมายที่วางยุทธศาสตร์การดำเนินคดีนี้ไว้แล้ว ดังนั้นเวลานี้ขอเวลาให้คณะทำงานดังกล่าวพิจารณาก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งต้องพิจารณาเนื้อหาในคำสั่งศาลปกครองสูงสุดด้วย

ความผิดปกติมีมาแทบจะทุกรัฐบาล รวมทั้งรัฐบาลชุดปัจจุบัน 

รัฐบาลทุกชุดถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่จริงจังในการต่อสู้คดี-ต้องเสียค่าโง่กับโฮปเวลล์ มาโดยตลอด พิจารณาจากความเห็นของศาล ยกตัวอย่างเรื่องศาลชี้ว่า 

-กรณีร่างสัญญาจะต้องผ่านการตรวจจากกรมอัยการขณะนั้นก่อนลงนาม แต่กระทรวงคมนาคมและ ร.ฟ.ท.ไม่ตรวจสอบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว และไม่เคยยกข้อเท็จจริงนี้ขึ้นต่อสู้มาก่อนทั้งในชั้นเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการและในชั้นศาลปกครองเลย จึงเป็นความบกพร่องของกระทรวงคมนาคมและ ร.ฟ.ท.เอง

ทำไมคนไทยต้องยอมรับภาระจ่ายค่าโง่?

ทนายนิติธร กล่าวว่าเราเห็นว่าค่าโง่มโหฬารครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ความหละหลวมหรือโง่เขลาเบาปัญญา แต่จำเป็นต้องมีผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองที่เกี่ยวข้อง ทั้งยังเป็นหน้าที่หน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชันและคนไทยทุกคน ซึ่งเป็นผู้รับภาระค่าโง่ในฐานะพลเมือง นอกจากร่วมกันต่อต้านเจ้าหน้าที่รัฐที่มีพฤติกรรมโกง ช่วยสอดส่องความไม่ชอบมาพากลแล้ววันเลือกตั้ง ยิ่งต้องคิดให้รอบคอบก่อนหย่อนบัตร

โครงการโฮปเวลล์ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการรวบรัดทำสัญญา ซึ่งนอกจากจะทำให้โครงการต้องยุติกลางคันแล้ว รัฐบาลยังตองรับผิดชอบค่าชดเชย ค่าเสียหายให้กับเอกชนอีก ปัญหาของโครงการโฮปเวลล์คือเรื่องเงินทุน และแบบก่อสร้าง ซึ่งเป็นผลจากการอนุมัติโครงการอย่างไม่รอบคอบ ทั้งๆที่โครงการมีความคืบหน้าเพียง 13.77% จากแผนงานที่กำหนดไว้ 89.75% ในวันที่รัฐบาลบอกเลิกสัญญาสัมปทาน หลังจากนั้น คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า กระทรวงคมนาคมและการรถไฟฯบอกเลิกสัญญาโดยไม่เป็นไปตามขั้นตอน  ทำให้ต้องจ่ายเงินชดเชยแก่บริษัทโฮปเวลล์เป็นเงิน 1.19 หมื่นล้านมาถึงวันนี้รวมดอกเบี้ยงอกเป็น 2.4 หมื่นล้าน สมควรต้องมีผู้รับผิดชอบแล้ว!