สุกัญญา แซะวัคซีนโควิดของขวัญร.9 – สุดจาบจ้วงพระเกียรติ?

11962

จากเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 64 สุกัญญา มิเกล หรือชื่อจริงว่า สุกัญญา เขียนเอี่ยม อดีตนักร้อง โพสต์ภาพข่าวมีเนื้อหาระบุว่า คนไทยเฮ ของขวัญจาก ร.9 วัคซีนโควิด ได้ฉีดกลางปีหน้า ไทยเป็นฐานการผลิต

ซึ่งสุกัญญา ได้เขียนข้อความต่อว่า “ภาพข่าวปี​2563​ แต่บอกของขวัญจาก​ ร.9
มึงฉีดมอร์ฟีนกันเห็นๆ”

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า ข่าวดังกล่าวที่สุกัญญาแนบมานั้น คือข่าวเรื่องวัคซีนป้องกันโควิด โดยบริษัทแอสตร้า ผู้พัฒนาวัคซีนโควิด-19 เลือกไทยเป็นฐานการผลิตวัคซีน
ซึ่ง บ.สยามไบโอไซเอนซ์ของไทยได้รับการคัดเลือก เป็นผู้ผลิตยาชีววัตถุ (biological product โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ) แห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย ซึ่งช่วงโควิดระบาดก็ได้ผลิตชุดตรวจโควิดสำหรับใช้ในประเทศไทยได้เอง

SCG จับมือ AstraZeneca ผลิตวัคซีน COVID-19 | Brand Inside

โดยในช่วงเดือนตุลาคม ปี 63 ที่ผ่านมานั้น กระทรวงสาธารณสุข และบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ บริษัท เอสซีจี และแอสตร้าเซนเนก้า ได้ลงนาม MOU เป็นข้อตกลงว่า แอสตร้า เซนเนก้า มอบวัคซีนตัวอย่างที่ได้รับการรับรองแล้ว ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีน AZD 1222 ให้กับบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ และ ติดตั้งกระบวนการผลิตเพื่อผลิตวัคซีนสำหรับคนไทย และประชากรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยไม่มุ่งหวังผลกำไร

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

บ.แอสตร้าเซนเนก้า เลือกไทยฐานผลิตวัคซีนป้องกันโควิด AZD1222  เตรียมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้บ.สยามไบโอไซเอนซ์ ฯผลิตกลางปีหน้า

สำหรับบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ก่อตั้งโดยในหลวงรัชกาลที่ ๙
ถือหุ้น 100% โดยสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2552 โดยพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพของคนไทย โดยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมชนกนาถ ในด้านการสาธารณสุขของไทยและในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดใหม่ๆ สยามไบโอไซเอนซ์ ได้ปรับพื้นที่บางส่วนของโรงงาน เพื่อใช้ผลิตชุดตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 แบบ RT-PCR ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก โดยร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
แอสตร้าคาดว่าจะพัฒนาวัคซีนให้ใช้ได้ และเริ่มผลิตประมาณกลางปี 2564 ที่ขณะนี้ อยู่ระหว่างการทดลองวัคซีนโควิดตัวอย่าง ในระยะที่ 3 ซึ่งเป็นระยะสุดท้าย

Vaccine แม้ท่านจะไม่อยู่ แต่ท่านก็ยัง”ทรงให้” พวกเราอยู่เสมอ โชคดีแค่ไหนที่เรามีบริษัทผลิตวัคซีนที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในภูมิภาค ในช่วงเวลาที่เราต้องเจอกับวิกฤตจากไวรัสร้าย บริษัทที่สร้างขึ้นจากทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ ทุกบาททุกสตางค์
ก็เพียงเพราะท่านรักและเป็นห่วงประชาชนเสมอ

นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เราควรน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งสุกัญญาอาจจะไม่ได้อ่านหรือศึกษาข้อมูลก่อน จึงพูดไปเรื่อยแบบคนไม่มีวิจารณญาณ

ทั้งนี้สำหรับ สุกัญญา มิเกล นั้นเคยมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแข็งขัน กับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขณะที่ชุมนุมขับไล่รัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช และยังเข้าร่วมกับคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส.

เปิดชีวิต!! ที่แม่ไม่อยากให้เกิด สุกัญญา มิเกล เผยนู้ซึ่งจู่ๆ ก็เกิดเปลี่ยนข้าง ไปปรากฏตัวใน “ม็อบปลดแอก-คณะราษฎร 2563” ด้วยการเข้าร่วมชุมนุมที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2563 และเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคณะราษฎร 63 อีกหลายครั้ง
โดยสุกัญญา มิเกลเคยโพสต์ข้อความถึงกรณีที่เธอเปลี่ยนจุดยืนทางการเมืองเอาไว้ว่า

สุกัญญา มิเกล เผยนาทีตอนเจอเพนกวิน พร้อมขอบคุณที่ทำให้คนแก่กล้าเดินข้าม
“เราขอเดินตามที่เราเห็นว่าควรจะทำตามครรลองของคำว่า “ประชาชน” ที่มีสิทธิเพียงแค่หนึ่งเสียง ที่ไม่ต้องการเห็นการรัฐประหารอีกแล้ว
เราไม่ขอเอาความเป็นเราให้ใครเอาไปเป็นพันธนาการ “เป็นฝ่าย” ของใคร เพราะชีวิตเป็นของเรา ความคิดเป็นของเรา หัวใจเป็นของเรา
เสียงเล็ก ๆ เพียงแค่หนึ่งเสียง มันคงไม่ได้ยิ่งใหญ่สำหรับประเทศนี้กระมัง แต่สำคัญมากสำหรับชีวิตของเราที่เป็นแค่คนตัวเล็ก ๆ ที่ทำมาหากินในสังคมเบี้ยว ๆ นี้เท่านั้น
ใครจะเอาไปคิดอย่างไร จะเอาไปด่าอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นคนเคยรักและคนที่ไม่รัก นั่นมันเป็นสิทธิ์ของแต่ละท่านเช่นกัน…
เราขออนุญาตร้องขอ.. หากใครไม่ชื่นชม หากใครไม่เข้าใจ ลบเราออกจากความเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง ได้เลยคับ เคารพกัน”

ทั้งนี้การเปลี่ยนข้างทางการของสุกัญญา มิเกล เป็นสิทธิและวิจารณญาณส่วนบุคคล ที่พึงกระทำตามสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงความคิดเห็นและจุดยืนทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดหลังจากที่สุกัญญา มิเกลได้เข้าร่วมกับกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลและต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ คือพฤติกรรมการแสดงออกต่อสถาบันได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!!