ดร.อาทิตย์เปิดลึกครั้งเป็นรมว.สธ. สยามไบโอฯทันสมัยสุดอาเซียน พระวิสัยทัศน์2พระองค์

3441

จากที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้จัดรายการเฟซบุ๊กไลฟ์พิเศษ ในหัวข้อ “ประเทศไทย 2021 : ข้อเสนอจัดการโควิดและวิกฤติเศรษฐกิจ” เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2564 ที่ผ่านมา มีใจความบางช่วงบางตอนตั้งคำถามถึงงบประมาณจัดสรรการซื้อวัคซีนโควิด-19

โดยพาดพิงถึงบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ที่ก่อตั้งด้วยทุนของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และมาจากพระราชปณิธาน ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9 )

“เริ่มที่ปัญหาวัคซีน ตอนนี้ที่เป็นข่าวอยู่คือทางรัฐบาลได้ร่วมมือกับ Siam Bioscience และบริษัท AstraZeneca ในการจัดหาวัคซีนสำหรับคนไทยจำนวน 26 ล้าน โดส 1 คนใช้ 2 โดส เพียงพอสำหรับคน 13 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมด แผนนี้เราไม่เคยได้รับรู้รายละเอียดเลยว่าคนที่เหลือจะทำอย่างไร จะจัดสรรด้วยงบประมาณอย่างไร” นายธนาธร ระบุบางช่วง

ขณะที่ยังพบอีกว่า เครือข่ายต่อต้านรัฐบาลและที่ต้องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างนายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มคณะราษฏร 2563 ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวพุ่งเป้าโจมตี โดยการโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กในทำนองตั้งคำถามที่ต้องการดิสเครดิต การทำงานของบริษัทสยามไบโอไซน์ โดยระบุว่า

“รู้แหละ ว่าช้าเพราะอะไร? คำถามคือ มีการประมูลแข่งกันหรือไม่ ทำไมไม่ให้เอกชนอื่นทำ ทำไมต้องบริษัทของกษัตริย์วชิราลงกรณ์ ”

กระนั้นจากข้อมูลข้างต้นจึงต้องทำให้ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ได้รับทราบว่า ในหลวงทั้ง 2 พระองค์ได้มีสายพระเนตรอันยาวไกล ที่มองเห็นความสำคัญในการก่อตั้งบริษัท เพื่อต้องการช่วยเหลือประชาชน และทำการผลิตวัคซีน ผลิตยา เพื่อจำหน่ายในราคาที่ไม่แพงมากนัก ช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน และถึงแม้ว่าวันนี้ในหลวงรัชกาลที่ 9 จะไม่อยู่แล้ว แต่ประชาชนคนไทยก็ยังได้พึ่งพระบารมีของพระองค์ท่าน นำมาซึ่งความซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง ในท่ามกลางสถานการณ์ที่กำลังยากลำบากเช่นนี้

ทั้งยังมีข้อมูลที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับ บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ โดยได้รับการเปิดเผยจาก ดร. อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้โพสต์ถึงบริษัท ไว้เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมาว่า

บริษัทสยาม ไบโอไซเอนซ์ จำกัด ถือหุ้น100%โดยสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ก่อตั้งในปี 2552

เป็นพระราชดำริของในหลวงร.๙ ที่จะผลิตยาคุณภาพดี ราคาถูก ใประชาชนได้ใช้ โดยไม่หวังผลกำไร บริษัทนี้ผลิตยาหลายตัวให้โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ ทุนจดทะเบียนบริษัท 5,000 ล้านบาท

เป็นของขวัญจากในหลวงร.๙ ครับ ซึ่งบริษัทนี้ทันสมัยที่สุดในอาเซียนในเรื่องการผลิตยาและวัคซีน พร้อมทั้งมีเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัย รวมถึงนักวิจัยระดับสูง

เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ งานทุกอย่างที่ในหลวงร.๙ ทรงสร้างไว้ ในหลวงร.๑o ก็ทรงนำมาสานต่อและพัฒนาต่อไป

ต่อมาเมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ปรากฏว่ามีคนได้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้ ดร.อาทิตย์ ได้เข้ามาร่วมตอบคอมเมนต์ด้วย เช่น

Arthit Ourairat   เมืองไทยไม่มีเลย องค์การเภสัชทั้งของกระทรวงสาธารณสุขและของทหารก็ผลิตยาพื้นๆ ตอนผมเป็น รมว. สาธารณสุข ได้ลงนามกับ Pasteur Merieux ของฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 37-38 เพื่อผลิต Vaccine ผ่านมาหลายปีเปลี่ยนหลายรัฐบาลก็ไม่มีใครสนใจทำจริง งานที่ต้องมีวิสัยทัศน์อย่างนี้ ถ้าไม่ได้พระเจ้าอยู่หัว เรายังทำอะไรไม่ได้อีกหลายอย่าง

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่า ดร. อาทิตย์ อุไรรัตน์ ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการรกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2536 ถึงวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2538

และสำหรับบริษัท Pasteur Merieux ของประเทศฝรั่งเศส ปัจจุบันคือ Sanofi Pasteur โดยในปี2536ได้เคยร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลของไทยลงนามในการพัฒนาการผลิตวัคซีนร่วมกัน ซึ่งใช้เซลล์ที่เหมาะสมเป็นฐานในการผลิตวัคซีนไข้เลือดออก