“โบว์” ตบ”บ.ก.ฟ้าเดียวกัน”หน้าสั่น!! เผด็จการ นิยมประชาธิปไตย แต่เรียกทัวร์ลงคนเห็นต่าง!?

1539

จากกรณีที่ โบว์ ณัฏฐา ได้โพสต์ข้อความ ซัดคนฉวยโอกาสเอาคำว่าความเหลื่อมล้ำ ปั่นกระแสโควิด แนะรัฐอย่าบ้าจี้หาทางเอาวัคซีนมาฉีดฟรีให้ทุกคน ซึ่งทำให้ บ.ก.ฟ้าเดียวกัน ทนไม่ได้ต้องออกมาดิ้น!!

ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana ระบุว่า
“บอกไว้ล่วงหน้าว่ารัฐบาลไม่ควรไปบ้าจี้หาทางเอาวัคซีนมาฉีดฟรีให้ทุกคนนะคะ ทรัพยากรต้องใช้อย่างมีเหตุผล

มันมีฐานคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์อยู่ค่ะว่าคนมีภูมิกี่เปอร์เซ็นต์แล้วโรคจะหยุดระบาด และมีวิธีแบ่งกลุ่มเรียงลำดับความสำคัญแล้วเติมจนครบเปอร์เซ็นต์นั้นได้ หากคุณอยู่ในกลุ่มนั้นก็ควรจะได้ฉีดฟรี ที่เหลือใครอยากฉีดเองก็จ่ายเงินฉีดไป ไม่ได้เป็นปัญหา และไม่ควรมีใครฉวยโอกาสเอาคำว่าความเหลื่อมล้ำมาหากินกับเรื่องแบบนี้ งบประมาณต้องเกลี่ยให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ป.ล.1 โควิดไม่ใช่โรคร้ายแรงที่อยู่ในลิสต์วัคซีนขั้นพื้นฐานที่แพทย์กำหนดให้ฉีดทุกคน แต่การฉีดเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมการระบาด เหมือนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่มีการอัพเดทเป็นระยะ หรือวัคซีนบางโรคที่มีคำแนะนำว่าใครเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ควรต้องฉีดบ้าง เพราะแต่ละโรคก็มีศักยภาพต่อสภาพร่างกายและ/หรือช่วงวัยที่ต่างกัน จึงสามารถวางแผนและตั้งเกณฑ์การฉีดตามหลักระบาดวิทยาได้ เหมือนการสั่งปิดพื้นที่ต่างๆที่ไม่ควรต้องหว่านแหเพื่อจะสามารถเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบได้ดีขึ้น ในกรณีที่ไม่ได้มีงบประมาณเหลือจนจ่ายเยียวยาทุกคนได้ครบเหมือนบางประเทศค่ะ


ป.ล.2 ตอบเรื่องวิธีการเรียงลำดับเท่าที่จำได้จะประมาณนี้ค่ะ > บุคลากรทางการแพทย์ – ผู้สูงวัย – มีโรคประจำตัว – คนทำงานพื้นที่สาธารณะ เช่นขับแท็กซี่ ร้านอาหาร เป็นต้น (อันนี้ยังไม่ได้เช็คลำดับนะคะ แต่มันมีเหตุผลแบบนี้เพราะวัคซีนมันทยอยผลิตได้จำนวนจำกัด และอีกสักพักใหญ่ๆก็คงต้องผลิตตัวใหม่ตามสายพันธุ์).

โดย โบว์ ณัฏฐา ยังได้ตอบกลับคอมเมนต์ที่มีคนสงสัยว่า ทำไมบางคนมีสิทธิ บางคนไม่มีสิทธิฉีดอ่ะ ทั้ง ๆ เสียภาษีเหมือนกัน จะฉีดแต่บุคลากรการแพทย์ ผู้สูงอายุ คนมีโรคประจำตัว แล้วคนไม่เข้าเงื่อนไขต้องจ่ายเงินเอง ทรัพยากรต้องใช้อย่างมีเหตุผล นี่ผมนึกไปถึงงบซื้ออาวุธ และงบประมาณสถาบันเลย ปีละตั้ง 36,000 ล้าน คือไม่ได้ไม่เข้าใจ ว่าถ้าเปอร์เซ็นคนฉีดวัคซีนระดับนึง มันจะควบคุมการระบาดได้ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมกับสิทธิผลประโยชน์ประชาชน ถึงต้องคิดเล็กคิดน้อย

โดย โบว์ ณัฏฐา ได้ตอบว่า เพราะในบริบทนี้วัคซีนคือเครื่องมือในการป้องกันโรคระบาด ก็ต้องมีแผนในการฉีดเพื่อหยุดการระบาดด้วยเหตุผลที่อธิบายได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ค่ะ วัคซีนไม่ใช่สิทธิรักษาโรคขั้นพื้นฐานที่ควรมีให้ทุกคน ไม่มีความจำเป็นต้องไปฉีดทิ้งฉีดขว้าง งบประมาณมีที่จำเป็นให้ใช้อยู่ และการใช้เหตุผลว่าทีงบก้อนโน้นก้อนนี้ยังใช้ได้แบบไม่สมเหตุสมผลเลย ก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะทำแบบเดียวกันกับงบก้อนนี้ด้วย

ต่อมา นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้งฟ้าเดียวกัน ได้โพสต์ถึงการแสดงความคิดเห็นของโบว์ว่า “ปัญหาคุณโบว์ตอนนี้ คือแกพูดทุกเรื่องเกินไปแล้ว

อันนี้แค่ข้อมูลพื้นฐานอาเซียนก็ผิดแล้ว”

ซึ่งโบว์ได้ออกมาตอบโต้ทันทีว่า
“จริงๆก็ค่อนข้างเบื่อหน่ายพฤติกรรมเผด็จการทางความคิดของบก.ฟ้าเดียวกันมาสักพักแล้วนะคะ หลายครั้งและหลายเรื่องแล้วที่มีพฤติกรรมเรียกพวกแบบนี้ ถ้าใช้เหตุผลคุยกันดีๆไม่ได้ก็ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า เรื่องนี้มีรายละเอียดมากและคำแต่ละคำก็มีนิยามของมัน ถ้าไม่เข้าใจหรือไม่เห็นด้วยก็เป็นเรื่องปกติ เพราะในโลกก็มีแนวทางที่ต่างกันมากมายแม้แต่ในหมู่บุคลากรสายตรง โบว์แสดงความเห็นบนเหตุผลของสิ่งที่สนใจศึกษามานานตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว ไม่เคยเอาการเมืองมาปนกับเรื่องนี้ มีสิทธิจะพูดในพื้นที่ของตัวเองและไม่เคยระรานใคร หลายอย่างก็พิสูจน์แล้วว่าเป็นไปตามเหตุผลที่เคยให้ไว้จริง
ประชาธิปไตยของเราชักจะหน้าตาต่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ คงขออยู่ห่างๆแล้วค่ะกับวัฒนธรรมแบบนี้
(ขอบคุณเพื่อนที่แคปมาให้ แต่ไม่เป็นไรนะคะ โบว์เห็นปัญหาของ echo chamber แบบนี้มาสักพักแล้ว)”

และล่าสุด โบว์ได้ออกมาโพสต์เพิ่มเติมว่า
“ในที่สุดก็ต้องมีคนพูดเรื่องนี้ค่ะ พฤติกรรมการเรียกพวกมาด่าทอที่เกิดขึ้นจนเป็นวัฒนธรรมใหม่มาพักใหญ่แล้วนั้น มันได้ทำลายบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์ จนหลายคนต้องเซนเซอร์ตัวเอง ไม่กล้าแสดงความเห็นที่แตกต่างเพราะกลัว “ทัวร์ลง” จน echo chamber นั้นมันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ กลบเสียงแห่งความหลากหลายมากมายที่อาจเป็นประโยชน์ในการเปิดมุมมอง สุดท้ายจึงเหลือมุมเดียวให้มอง วิธีเดียวให้ทำ และความเชื่อเดียวให้เดินตาม
ใครที่รู้สึกแบบนี้ก็ขอบอกว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียว และสังคมก็กว้างใหญ่กว่าที่คิด หากคุยกันได้อย่างเป็นมิตร ความหลากหลายนั้นก็จะกลายเป็นต้นทุนทางปัญญา ไม่ใช่ความเกลียดชัง”