จับตาสะกัดทรัมป์ประกาศกฏอัยการศึก?!?อดีตเพนตากอนขวางห้ามทหารจุ้น ตำรวจรวบแกนนำม็อบขวาจัด คาดก่อจลาจลขวางไบเดน

1079

อดีตผู้นำเพนตากอน 10 คนทั้งจากพรรคเดโมแคตและรีพับลิกัน แถลงการณ์เตือน ห้ามทหารยุ่งเกี่ยวการเมือง ตำรวจรวบแกนนำหัวรุนแรงฝ่ายหนุนทรัมป์และเตือนห้ามพกอาวุธเข้าร่วมชุมนุม เป็นการตัดไฟก่อจลาจลที่ปธน.ทรัมป์และผู้สนับสนุนเตรียมก่อหวอดเพื่อขัดขวางการรับรองโจ ไบเดน ชนะเลือกตั้งในสภาคองเกรซวันที่ 6 ม.ค. การที่ทรัมป์ประกาศปลุกระดมคนลงถนนให้รู้กันทั่วย่อมต้องการผลบางอย่าง หากเกิดการปะทะ2ฝ่ายหนุน-ต้าน เกิดการปะทะจลาจลในกรุงวอชิงตันดีซี มีความเป็นไปได้ที่ทรัมป์อาจฉวยโอกาสประกาศกฎอัยการศึก

 

แต่ทั้งอดีตทหารและตำรวจตัดกำลังตัวป่วนไปก่อนเท่ากับดับฝันทรัมป์ไปโดยปริยาย จับตาชี้ขาดที่กองทัพว่าร่วมด้วยหรือไม่ ถ้าได้เห็นรัฐประหารในประเทศต้นแบบประชาธิไตยบ้าคลั่ง ก็ไม่ใช่เป็นแค่กิเลสของทรัมป์คนเดียว แต่แสดงว่าอำนาจรัฐขัดแย้งแตกแยกหนักจริง ถ้าผ่านไปได้ราบรื่น ทรัมป์ก็ต้องจากไปอย่างพ่ายแพ้ตามที่ควรจะเป็น

เตือนทหารห้ามยุ่งการเมือง

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ  รวมถึงผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมใจกันเตือนว่าทหารต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความพยายามของทรัมป์ที่ขัดขวางการถ่ายโอนงานแก่ประธานาธิบดีคนใหม่

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

หนังสือพิมพ์เดอะวอชิงตันโพสต์และเอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 4 ม.ค.2564 ว่า แถลงการณ์ลงนามโดย แอชตัน คาร์เตอร์, ลีออน พาเน็ตตา, วิลเลียม เพอร์รี, ดิ๊ก เชนีย์, วิลเลียม โคเฮน, โรเบิร์ต เกตส์, ชัค เฮเกล, โดนัลด์ รัมสเฟลด์, เจมส์ แมททิส และมาร์ก เอสเปอร์ เรียกร้องให้กระทรวงกลาโหมทำการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติ ที่ถือเป็น “เครื่องหมายของประชาธิปไตยของสหรัฐฯ”

 

“ความพยายามที่จะทำให้กองทัพสหรัฐมีส่วนร่วมในการแก้ไขข้อพิพาทเกี่ยวกับการเลือกตั้งจะนำเราเข้าสู่ดินแดนอันตราย, ผิดกฎหมายและขัดต่อรัฐธรรมนูญ” พวกเขากล่าวว่า เจ้าหน้าที่ที่พยายามทำเช่นนั้นอาจเผชิญกับผลกระทบทางวิชาชีพและทางอาญาที่ร้ายแรง สำหรับกระทรวงกลาโหม ทำเนียบขาวยังวางเฉยต่อแถลงการณ์ฉบับดังกล่าว

ตำรวจออกโรงขวางก่อจลาจล

ตำรวจวอชิงตัน ดี.ซี ออกแถลงการณ์เตือนผู้สนับสนุนทรัมป์ให้เก็บปืนไว้ที่บ้านห้ามพกมาร่วมชุมนุมเด็ดขาด และจับกุมแกนนำกลุ่มขวาจัดผู้สนับสนุนทรัมป์ ก่อนวันเดินขบวนค้ดค้านผลการเลือกตั้ง

แกนนำกลุ่มขวาจัด “พราวด์บอยส์” เอ็นริเกย์ แทริโอ (Enrique Tarrio) ถูกจับกุมฐานเผาโบสถ์ของแบล็คไลฟ์แมทเธอร์ที่วอชิงตัน ดีซี ครั้งเดินขบวนสนับสนุนปธน.ทรัมป์เดือนพ.ย.2563 ปีที่ผ่านมา แทรริโอมีตำแหน่งเป็นประธานกลุ่มพาวด์บอยส์ เป็นแกนนำกลุ่มขวาจัดที่สนับสนุนทรัมป์และเตรียมการเดินขบวนประท้วงผลเลือกตั้ง เพื่อกดดันสภาคองเกรซในการรับรองชัยชนะของ ไบเดนในวันที่ 6 ม.ค.ที่จะถึงนี้ 

ขณะที่ผู้ว่าการรัฐวอชิงตัน ดีซีได้ร้องขอ กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิมารักษาความสงบเรียบร้อยกว่า 100 นายในวันเดินขบวนประท้วงด้วย และออกประกาศเตือน ใครก็ตามที่พกอาวุธเข้าร่วมการชุมนุาจะถูกจับผิดกฎหมายของวอชิงตันดีซี

สส.-สว.กลุ่มหนุนทรัมป์ประกาศไม้รับรองไบเดน

Ted Cruz นำกลุ่มวุฒิสมาชิกในวุฒิสภา 11คน คัดค้านการรับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในการประชุมของสภาคอนเกรซในวันที่ 6มกราคมนี้ โดยทรัมป์ได้ปลุกระดมมวลชนให้มาประท้วงที่สภาฯเพื่อสกัดชัยชนะของโจ ไบเดนที่ถูกกล่าวหาว่าโกงการเลือกตั้ง

ในสภาผู้แทนฯ มีสส. รีพับบีลกัน140 คน พรรครีพับบลีกันจากรัฐมิสซูรี่ ได้ออกมาแสดงจุดยืนผ่านแถลงการณ์ที่วุฒิสมาชิก11คนร่วมเซ็นว่า จะคัดค้านการรับรองคะแนนการเลือกตั้ง โดยเสนอว่าสภาคองเกรซต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเช่นกัน

ด้านโฆษกของทีมงานในช่วงเปลี่ยนผ่านของนายไบเดนระบุว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นเรื่องน่าขบขัน และไม่มีอะไรที่จะขัดขวางไม่ให้นายไบเดนเข้าสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคมนี้ได้ เพราะประชาชนอเมริกันได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่มีถึง 81 ล้านคนที่ลงคะแนนเสียงสนับสนุนนายไบเดน

ดิ้นเฮือกสุดท้าย-ยื้ออำนาจท่ามกลางโควิดคุกคามชีวิตปชช.

ทรัมป์ปลุกระดมมวลชนตั้งแต่ก่อนปีใหม่ ให้ไปชุมนุมที่หน้าสภาคองเกรซที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ของวันที่ 6 มกราคม 2564 เวลา 11.00 น.  ซึ่งจะเป็นเวลาเดียวกันที่สมาชิกสภาผู้แทนฯ และวุฒิสมาชิกประชุมร่วมกันเพื่อโหวตรับรองคะแนนการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ ฝ่ายสนับสนุนทรัมป์เตรียมโชว์หลักฐานการโกงการเลือกตั้งให้ไบเดนชนะ

ถ้าหากทรัมป์ใช้กฎหมายInsurrection Act of 1807 ซึ่งก็คือกฎอัยการศึก ที่ให้อำนาจประธานาธิบดีในการระดมกองกำลังทหารในการจัดการกับการจลาจล การก่อการกบฎ การบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ หรือสงครามกลางเมือง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยอ้างกฎหมาย Insurrection Act ในการส่งกำลังเข้าไปควบคุมเหตุจลาจล หากสภาของมลรัฐหรือผู้ว่าการรัฐร้องขอ หรือหากเหตุจลาจลนั้นทำให้บุคคลบางกลุ่มเสียสิทธิที่จะต้องได้รับการปกป้องตามรัฐธรรมนูญ

ถ้าสภาคองเกรซโหวตรับรองคะแนนElectoral Votesให้ไบเดนชนะ อาจจะได้เห็นการจลาจลวุ่นวายที่เจ้าหน้าที่แสร้งเอาไม่อยู่ เพื่อที่จะเปิดทางให้ทรัมป์ใช้เป็นข้ออ้างในการบังคับใช้กฎหมาย Insurrection Act ก็อาจเป็นได้นั่นก็หมายถึงทหารร่วมด้วยกับทรัมป์?