ทิศทางไทยเตือนโควิด-19 : ศบค.ปาดเหงื่ออีกครั้ง หลังประเทศไทย ป่วยโควิดทำสถิติสูงสุด ตั้งแต่มีการระบาด

1255

ตามติดสถานการณ์ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดวันนี้ (3 มกราคม 2564) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงข่าวว่า

ผู้ติดเชื้อใหม่ 315 ราย แบ่งเป็นติดเชื้อในประเทศ 274 ราย ติดเชื้อในแรงงานต่างด้าวจาการคัดกรองเชิงรุก 20 ราย ผู้เดินทางจากต่างประเทศเข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 21 ราย

โดย นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า ยอดผู้ติดเชื้อใหม่ในวันนี้ ถือว่าเป็นตัวเลขสูงสุดครั้งใหม่ หรือ นิวไฮนับตั้งแต่พบการระบาด

ทั้งนี้ นพ.ทวีศิลป์ ได้อธิบายเหตุผลที่ไม่ใช้คำว่าล็อกดาวน์ เนื่องจากว่า เมื่อไรก็ตามที่ทาง ศบค. ต้องประกาศว่าเป็นการล็อกดาวน์ นั่นหมายถึงว่าคำสั่งนี้จะทำให้กระทบต่อปัญหาทางเศรษฐกิจ กระทบต่อการหารายได้ของทุกท่าน ก็ต้องมีการเยียวยา ซึ่งนี่เป็นภาระของภาษีเงินของทั้งประเทศ

ซึ่งตอนนี้ก็อย่างที่บอก เราก็เผชิญอยู่ในภาวะตกต่ำของเศรษฐกิจทั้งโลก แล้วก็ของไทยกันเอง ก็ต้องเจอตรงนี้ด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นการที่จะใช้มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้มีค่าใช้จ่ายต้องเสีย ต้องเป็นภาพที่ทำให้ทุกคนลำบากกันไปทั้งหมด

เพราะฉะนั้นถ้า ณ ตอนนี้เราสามารถที่จะกระจายความรับผิดขอบร่วมมือกันไปได้ ทุกคนล้วนแล้วแต่อยากจะทำมาหากิน แล้วก็อยู่ในชีวิตวิถีที่เป็นประจำวันที่เคยทำกันมา แต่ต้องเป็นรูปแบบของชีวิตวิถีใหม่ อันนี้ก็ต้องทำ ต้องปฏิบัติ แล้วในการติดโรคตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ อีกเยอะแยะมากมาย ไม่ได้บอกว่างดเที่ยวบินแล้วจะทำให้ลดโรคได้ ให้งดเรื่องของการมาขายอาหารแล้วจะลดโรคได้ เพราะฉะนั้นมันประกอบกันหลายส่วนมากเลย

หรือแม้แต่ว่าจังหวัดนั้น ๆ ถ้ามีระบบที่ป้องกันควบคุมโรคได้ดี นี่ผมก็ขอยกตัวอย่างจังหวัดที่เราชื่นชมกัน ถึงแม้จะเกิดโรคขึ้นมา เรารู้ว่าโรคนี้เป็นโรคระบาดมันต้องมีขึ้นมา แต่ปรากฏว่าระบบของการทำงานของของภาครัฐก็ดี เอกชนก็ดี และภาคประชาชนดี นครปฐมเขาเอาเป็นรูปวงขึ้นมา พอระบาดขึ้นมาเขามีการสอบสวนโรค ในวงแรกจะเห็นคนติดกันไปหลักหลายสิบคน แล้วเขาก็ใช้วิธีการรีบสอบสวนโรค ก็จะเจอวงที่สัมผัสวงที่ 2 แล้ววงที่ 2 นำไปสู่การสอบสวนโรคไปเจอวงที่ 3 ภายในเวลาไม่เท่าไหร่สามารถที่จะลดการติดต่อโรคไปในหลาย ๆ ชั้นหลาย ๆ ขั้นได้ นี่คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้

เพราะฉะนั้นแต่จังหวัดก็ต้อง Tailor Made ก็คือไม่เหมือนกัน กรุงเทพฯ ก็แบบหนึ่ง ถ้าติดกันไปแบบนี้ ในร้านอาหาร ในผับ บาร์ คาราโอเกะ จะเป็นภาพส่วนใหญ่ แต่ของตากกลายเป็นเรื่องของขอบแนวชายแดน ของแรงงานต่างด้าวที่เข้ามา ส่วนทางตะวันออกก็กลายเป็นผู้ที่ไปในสถานที่ลักลอบเล่นการพนัน ภาพของแต่ละจังหวัดแตกต่างกันทั้งหมดเลย เพราะฉะนั้นการที่จะไปใช้ยาแรงอย่างเดียวแล้วก็จัดการกันทั้งประเทศ ตอนนี้หลักการข้อนี้ก็ลดทอนความสำคัญลงไป

แล้วเราก็ได้บทเรียนมาแล้วจากครั้งที่แล้ว คนที่เจ็บปวดที่สุดคือประชาชนคนปกติที่ต้องถูกจำกัดบริเวณ จำกัดเวลา จำกัดพื้นที่ แต่คนที่ทำผิดกฎหมายก็ยังทำอยู่อย่างนั้น ก็จะพบการละเมิดกฎหมาย ยังไปเล่นพนัน ไปอยู่ในสถานที่มั่วสุม ยังดื่มสุรา ยังตุนโน่นนี่นั่นอยู่เหมือนเดิม ฉะนั้นเราจะไม่ให้คนที่ปกติธรรมดาสามัญ สุจริตชนทั้งหลายต้องเดือดร้อนกัน ท่านจะทำมาหากินก็ทำ อยู่ในวิสัยที่เป็นวิถีใหม่ นี่คือสิ่งที่อยากจะเห็นในการวางมาตรการในครั้งนี้”

ขณะที่ทางด้าน ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร เปิดเผยไทม์ไลน์ชายอายุ 44 ปี ผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยพบผู้สัมผัสติดเชื้อ 12 ราย และมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 279 ราย ขอให้ผู้ที่เคยไปร้าน groove evening ร้าน New Jazz ร้าน The SUN และร้าน The roof bar เข้าระบบ BKKcovid19 ด่วน! กทม. จะจัดเจ้าหน้าที่ติดต่อไปโดยเร็วที่สุด

จากผลการสอบสวนโรคผู้ป่วยชาย อายุ 44 ปี มีอาชีพอิสระ บ้านพักอยู่เขตสาทร มีประวัติไปเที่ยวสถานบันเทิงหลายแห่งในพื้นที่ กทม. ดังนี้ วันที่ 13 ธ.ค. 63 ไปร้าน groove evening กับเพื่อนรวม 6 คน วันที่ 22 ธ.ค. 63 ไปร้าน groove evening กับเพื่อนรวม 4 คน วันที่ 25 ธ.ค. 63 ไปร้าน New Jazz ตรงข้าม The mall ท่าพระ และร้าน The SUN ถ.บรมราชชนนี กับเพื่อนรวม 3 คน วันที่ 26-27 ธ.ค. 63 มีอาการไข้ มีน้ำมูกไหล ไอ วันที่ 28 ธ.ค. 63 ไปร้าน groove evening กับเพื่อนรวม 6 คน วันที่ 30 ธ.ค. 63 ไปตรวจที่โรงพยาบาลเจริญกรุงฯ มีอุณหภูมิ 38.3 องศาเซลเซียส ระดับออกซิเจนในเลือด 80% Admit ที่โรงพยาบาล ใส่ท่อช่วยหายใจและเครื่องช่วยใจ วันที่ 31 ธ.ค. 63 อาการแย่ลง ส่งต่อโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และ EOC สำนักอนามัย รับแจ้งการเสียชีวิต เวลา 14.19 น.

กทม.ได้สอบสวนโรคและค้นหาผู้สัมผัสผู้ป่วยโควิด-19 เชิงรุก เมื่อวันที่ 1-2 ม.ค.64 พบผู้ติดเชื้อ 12 ราย และผู้สัมผัสทั้งหมดเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 279 ราย โดยมีรายละเอียด ดังนี้ พนักงานร้าน New Jazz Swab มีพนักงาน 120 ราย Swab 20 ราย พบติดเชื้อ 9 ราย คนในครอบครัวมี 7 ราย Swab ทั้งหมดแล้ว พบติดเชื้อ 1 ราย โดยผู้ติดเชื้อคนนี้ทำงานที่ร้าน The roof bar คนในร้าน The roof bar 12 ราย เป็นผู้สัมผัสกับผู้ที่ติดเชื้อร่วมบ้าน ที่ทำงานในร้าน The roof bar อยู่ระหว่างสอบสวน

พนักงานร้าน groove evening มีพนักงาน 35 ราย อยู่ระหว่างสอบสวน เพื่อนร่วมโต๊ะอาหารที่ร้าน groove evening Swab 5 ราย พบติดเชื้อ 2 ราย

พนักงานร้าน The SUN ถ.บรมราชชนนี มีพนักงาน 100 ราย อยู่ระหว่างสอบสวน

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอให้ผู้ที่ไปร้าน groove evening ร้าน New Jazz ร้าน The SUN และร้าน The roof bar ตามไทม์ไลน์เข้าระบบ BKKcovid19 โทรสายด่วน สำนักอนามัย กทม. 022032393 หรือ 022032396 ได้ครับ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่าง และปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด