ดร.ซุ๊ปชี้ผลิตอาหารปลอดภัยคุณภาพสูง!?! ทางรอดเกษตรไทย ยิ่งวิกฤตโควิดโลกยิ่งต้องการสูง มูลค่าปีละกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

1236

วิกฤตระบาดโควิด-19 กลายพันธ์ุ อาจทำให้เศรษฐกิจที่ค่อยๆฟื้นกลับมาชะงักงันได้อีกครั้ง แต่สถานการณ์ยิ่งวิกฤตหนักคนยิ่งต้องการอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณภาพมากกว่าเดิม นี่คือโอกาสในวิกฤตของเกษตรกรไทย ก.พาณิชย์-ก.เกษตรหนุนค้าขาย-ส่งออกไม่พอ ต้องทุ่มหนุนดิสรัปชั่นภาคการผลิตอย่างจริงจังด้วย ดร.ศุภชัยฯยืนยันยิ่งวิกฤต โลกยิ่งต้องการอาหารปลอดภัยคุณภาพสูง ปริมาณธุรกิจอาหารทั่วโลกปีหนึ่งมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) และอดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติ ว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) กล่าวในเวทีสัมมนาเรื่อง ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2563 และแนวโน้มปี 2564 “เดินหน้าเกษตรวิถีใหม่ ขับเคลื่อนไทยอย่างยั่งยืน” ที่จัดโดย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

“วิกฤติการระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่เกิดขึ้น คงจะอยู่กับเราไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปี แม้จะมีวัคซีนแล้วก็ตาม เพราะเชื้อตัวนี้กลายพันธุ์เร็ว วัคซีนที่ผลิตออกมาจะตามไม่ทันการกลายพันธุ์ของไวรัส และวัคซีนที่ผลิตออกมาจะใช้ได้ผลดี ต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิที่ต่ำมาก ติดลบกว่า 70 องศา เป็นเรื่องยากที่จะนำมาใช้กับคนทั่วไปในชีวิตจริง”

นั่นเป็นวิถีใหม่ที่ทุกคนต้องปรับตัว โดยเฉพาะภาคเกษตรซึ่งเป็นภาคผลิตหลักในการป้อนอาหารเลี้ยงประชากรโลก เพราะไม่ว่าอย่างไร คนยังต้องกินเพื่อรักษาสุขภาพ –ยิ่งวิกฤติเช่นนี้ด้วยแล้วคนยิ่งต้องการอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณภาพมากกว่าเดิม

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

“การทำเกษตรผลิตอาหารป้อนประชากรโลกสิ่งที่องค์การสหประชาชาติให้ความกังวลมากที่สุดนั่นคือ น้ำ เพราะกลัวว่าในอนาคตความขัดแย้งจากการแย่งชิงทรัพยากรน้ำระหว่างประเทศจะทำให้เกิดสงครามขึ้นมาได้ ด้วยภาวะโลกร้อนได้ทำให้แหล่งน้ำจืดเพื่อผลิตอาหารกำลังแห้งหายไปมาก ทะเลสาบน้ำจืดในประเทศจีนแห้งขอดไปหลายแห่ง แม้แต่ทะเลสาบน้ำจืดแหล่งใหญ่ที่สุดของโลกในเอเชียกลาง น้ำได้ลดปริมาณลง แต่น้ำเค็มกลับเพิ่มมากขึ้น”

เป็นอีกประเด็น ที่ ดร.ศุภชัย กล่าวให้เกษตรกรไทยได้ฉุกคิด และให้หน่วยงานจัดการด้านน้ำของประเทศไทยที่มีกว่า 30 แห่ง ได้ เตรียมแผนการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ เพื่อเตรียมรับวิกฤติใหญ่ที่จะเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ เพราะขาดน้ำเมื่อไร อาหารจะลดน้อยลง

สำหรับเกษตรวิถีใหม่ที่จะเกิดหลังจากระบาดของโควิด ดร.ศุภชัย มองว่า

1.ภาคเกษตรของไทยควรให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น นั่นคือ ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย เพราะโลกวันนี้ล้วนต้องการอะไรที่ปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม อาหารต้องปลอดภัย และสิ่งที่จะตามมานั่นคือ การนำเรื่องความปลอดภัยของอาหารมาเป็นเครื่องมือในการกีดกันทางการค้ามากยิ่งขึ้น

การผลิตสินค้าเกษตรของไทยควรเน้นไปที่ตลาดบน ที่ขายได้ราคาสูง เพราะปัจจุบันนี้การผลิตสินค้าในตลาดล่าง เราไม่มีทางสู้ประเทศอื่นได้ เนื่องจากการผลิตสินค้าเกษตรของเรามีต้นทุนสูง ทำไปไม่คุ้มทุนมีแต่ขาดทุน 

2.คอนแทรกต์ฟาร์มมิง การทำเกษตรแบบมีพันธสัญญา ให้ภาคเอกชนเข้ามาประกันราคารับซื้อ จะดีกว่าให้รัฐบาลเข้ามาอุดหนุนกันไปทุกฤดูกาลผลิต แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้ระบบนี้เดินหน้าไปได้ ภาครัฐจะต้องเข้ามาดูเรื่องค่าตอบแทนที่เกษตรกรได้รับให้เป็นธรรม

3.ก้าวสู่เกษตรวิถีใหม่ ของการรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง และการนำระบบเกษตรอัจฉริยะ เทคโนโลยี มาให้เกษตรกรใช้

 

ซึ่งหนทางที่จะเป็นไปได้จริง นั่นคือการทำเกษตรแบบแปลงใหญ่ เอาที่ดินติดกันมารวมกันให้เป็นแปลงเดียวกัน แล้วเอามาบริหารจัดการร่วมกันไม่ใช่เอาที่ดินกระจัดกระจายมาบวกรวมกันแล้วเรียกเป็นแปลงใหญ่ แต่การบริหารจัดการแยกจากกัน อย่างทุกวันนี้ วิธีนี้จะทำให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะได้ง่าย ด้วยต้นทุนต่อหน่วยที่ถูกลง แต่ถ้ายังปล่อยให้ต่างคนต่างทำต้นทุนสูง ลงทุนยังไงก็ไม่คุ้มทุน การเข้าถึงเทคโนโลยียากจะเกิดขึ้นได้จริง