สหรัฐเผชิญวิกฤต2เด้ง สว.ติดโควิดเสียชีวิตรับปีใหม่?!? ทั่วประเทศป่วยทะลุ 20 ล้าน ขณะทรัมป์ประกาศทวงเก้าอี้ชุมนุมใหญ่ต้านไบเดน

1675

สหรัฐมีวัคซีน 2 ตัวก็ยังไม่ช่วยยับยั้งป่วยและตายไม่หยุด สว .รัฐเวอร์จิเนียจากพรรครีพับลิกัน วัย60เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 รายแรกรับปีใหม่ ขณะสหรัฐป่วยติดเชื้อพุ่งทะลุ 20 ล้าน เสียชีวิตแล้วกว่า 3.4 แสนราย บทพิสูจน์ว่ามหาอำนาจต้นแบบเสรีประชาธิปไตยหายนะ ไม่อาจต้านทานไวรัสจิ๋วมรณะได้อย่างแท้จริงและการช่วงชิงอำนาจภายในเตรียมระเบิดซ้ำเติม กลายเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต เมื่อทรัมป์ประกาศชุมนุมใหญ่ขอทวงเก้าอี้วันที่ 6 ม.ค.ที่จะถึงนี้

ทั่วโลกมีจำนวนผู้ติดเชื้อ 84 ล้านราย อัตราการเพิ่มขึ้นยังอยู่ที่ 1 ล้านราย ในช่วง 24-48 ชั่วโมง โดยโควิด-19 คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไปแล้วกว่า 1.83 ล้านศพ

สหรัฐเศร้ารับปีใหม่ติดเชื้อ-เสียชีวิตพุ่งกระฉูด

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานวันที่ 2 ม.ค.2664ว่า สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐ นายออกัสตัส เบนตัน แคฟิน จูเนียร์ อายุ 60 ปี  ชาวรัสเซลเคาน์ตีในย่านตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐเวอร์จิเนีย เสียชีวิตหลังป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในวันปีใหม่ 1 ม.ค.2564 ท่ามกลางความเสียใจของญาติมิตร

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

เหล่าสมาชิกนักกฎหมายของพรรครีพับลิกันต่างพากันขอบคุณ ศูนย์การแพทย์วีซียูในริชมอนด์ที่ช่วยดูแล และรักษาอย่างเต็มความสามารถในช่วงเวลาที่สว.ป่วยติดเชื้อเป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์

แคฟินเป็นเกษตรกรปศุสัตวร์และเป็นอัยการ ที่ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลพื้นที่เขตพื้นที่ 38 ของรัฐเวอร์จิเนีย เขาได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรสหรัฐ ปี 2013 ก่อนที่จะได้รับเลือกเป็นวุฒิสมาชิกในปี 2014 เขามีชื่อเสียงได้รับการยอมรับในฐานะ “ผู้ให้การสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสาธารณสุขเพื่อคนรายได้น้อยนับหมื่นในรัฐเวอร์จิเนียร์” เขาจัดสรรหางานให้คนงาน เพื่อทดแทนความตกต่ำของเหมืองถ่านหินที่หยุดทำการ ทำเศรษฐกิจถดถอยอย่างหนัก ทางการเวอร์จิเนียลดธงครึ่งเสาให้เกียรติเขา

 

“ผมรู้จักเบนในฐานะนักกฎหมาย อัยการ นักการธนาคาร และเกษตรกรผู้ส่งเสริมการเลี้ยงวัวในหมู่บ้านมอคแคซิน เขาสืบทอดงานบนผืนแผ่นดินที่บรรพบุรุษสร้างไว้”  “เขาชอบชีวิตในท่องทุ่ง และรักที่จะช่วยเหลือประชาชน เขาผลักดันสร้างงานและการลงทุนในพื้นที่อย่างเต็มที่ และผมรู้สึกชื่นชมที่เขาต่อสู้ให้ประชาชนได้รับการดูแลด้านสาธารณสุขตลอดมา”

นี่เป็นข่าวร้ายรับปีใหม่ที่เราต้องสูญเสียชายผู้มีจิตใจดีและยิ่งใหญ่ ถึงเวลาแล้วที่เราควรต้องเอาใจกันและกันให้มาก“ตัวแทนทางการกล่าว

อัตราป่วยติดเชื้อสหรัฐพุ่งไม่หยุดแม้มีวัคซีน

วันที่ 2 ม.ค. สำนักข่าว CNN รายงานอ้างการเปิดเผยตัวเลขของสถาบันจอห์นส์ ฮอปกินส์ ที่เก็บสถิติข้อมูลการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก โดยระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐฯ ทะลุ 20 ล้านรายแล้ว หลังจากมีตัวเลขผู้ป่วยพุ่งสูง 4 วันติดต่อกัน ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่ที่ 125,000 ราย ขณะที่ตอนนี้ทางการสหรัฐฯ ก็กำลังประสบปัญหาในการเร่งจัดสรรออกซิเจนให้เพียงพอแก่โรงพยาบาลต่างๆ

 

จากสถิติระบุว่า นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ ใช้เวลา 292 วัน กว่าจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 10 ล้านราย แต่หลังจากนั้นมาเวลาเพียง 54 วัน ตัวเลขก็ได้เพิ่มขึ้นมาเป็น 20 ล้านรายอย่างน่าวิตก โดยตัวเลขผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 ของสหรัฐฯ รวม 356,445 ราย โดยเฉพาะเดือนธันวาคม เป็นเดือนที่มีตัวเลขผู้เสียชีวิตมากที่สุดถึง 77,500 ศพ

ส่วนพื้นที่การแพร่ระบาดสูงสุดของสหรัฐฯ คือ ในนครลอสแอนเจลิส ฟลอริดา และแคลิฟอร์เนีย โดยนายอีริค การ์เซ็ตติ นายกเทศมนตรีลอสแอนเจลิส ระบุว่า ตอนนี้ลอสแอนเจลิส มีจำนวนผู้ติดเชื้อกว่า 790,000 ราย มีผู้เสียชีวิตแล้ว 10,552 ราย และสถานการณ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการชะลออัตราการเสียชีวิต นายมิตต์ รอมนีย์ สมาชิกวุฒิสภารัฐยูทาห์ และอดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในนามพรรคริพับลิกัน ขอร้องให้รัฐบาลสหรัฐวางแผนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพื่อให้กระบวนการฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น

 

ก่อนหน้านี้ องค์การอาหารและยาสหรัฐอนุมัติฉุกเฉินการใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัท “ไฟเซอร์ อิงค์” (Pfizer Inc.) และบริษัท “โมเดอร์นา อิงค์” (Moderna Inc.) โดยถึงแม้ทางรัฐบาลสั่งซื้อและวางแผนไว้ว่าจะฉีดวัคซีนให้กับประชากร 20 ล้านคนทั่วประเทศก่อนสิ้นปี 2020 แต่ผลงานจริงมีประชากรเพียง 2.8 ล้านคนที่ได้รับการฉีดวัคซีน ถึงแม้ทางการจะมีวัคซีนเพียงพอตามเป้าหมายที่วางไว้ กระบวนการฉีดวัคซีนยังคงเป็นไปอย่างล่าช้าเพราะขาดบุคลากรและสถานที่สำหรับการให้บริการวัคซีนที่ปลอดภัย

กระหึ่มทรัมป์ปลุกระดมดิ้นเฮือกสุดท้าย

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขา ระบุว่า การประท้วงคัดค้านผลเลือกตั้งประธานาธิบดีจะมีขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันที่ 6 ม.ค.2564 เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีการโกงเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนปีที่แล้ว ทำให้ นายโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต เป็นผู้ชนะไปทั้งคะแนนป็อปปูลาร์โหวต และคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง

การประท้วงใหญ่ในวันที่ 6 ม.ค. ตรงกับวันที่สภาคองเกรสจะลงมติรับรองผลการลงมติของคณะผู้เลือกตั้งที่เทคะแนนให้ นายโจ ไบเดน เป็นประธานาธิบดีคนใหม่

ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์เคลื่อนไหวอย่างหนักเพื่อคัดค้านผลเลือกตั้งประธานาธิบดี โดยพยายามกล่าวหาว่ามีการทุจริตฉ้อฉล แม้จะไม่มีหลักฐานมายืนยัน ด้านกลุ่มสนับสนุนทรัมป์ก็ออกมาประท้วงตามเมืองต่างๆ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่คณะทำงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาลก็กำลังเดินหน้าเตรียมจัดพิธีสาบานตนรับตำแหน่ง ในวันที่ 20 มกราคมนี้