ดร.เสรี จี้รัฐฯ สกัดโควิด-19 ต้องกล้าตัดสินใจ อย่ากลัวโดนด่า!!

1274

ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย ชี้ทาง สกัดโควิด-19 แนะ รัฐบาลอย่ากลัวโดนด่า ต้องตัดสินใจทำสิ่งที่ถูกต้อง

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ ( 1 มกราคม 2564) ประเทศไทย ได้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 279 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 273 ราย ติดเชื้อในกลุ่มแรงงานต่างด้าวจากการคัดกรองเชิงรุก 16 ราย และผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันโรค (Quarantine) 6 ราย รวมสะสม 7,163 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 5,142 ราย กลุ่มแรงงานต่างด้าว 1,408 ราย รักษาหายแล้ว 4,273 ราย ยังอยู่ในโรงพยาบาล(รพ.) 2,827 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย สะสมที่ 63 ราย สำหรับจังหวัดที่มีการระบาดของโควิด-19 ล่าสุดเพิ่มอีก 2 จังหวัด คือ ลำพูนและสระแก้ว รวมเป็น 53 จังหวัด จากเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ยอดอยู่ที่ 51 จังหวัด

ส่วนกรณี ศบค. รายงานมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพิ่มอีก 2 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 63 ราย นั้น ผู้เสียชีวิตรายแรก ชายไทย อายุ 44 ปี เป็นผู้ป่วยรายที่ 62 มีรูปร่างอ้วน มีไทม์ไลน์คือ

20 ธ.ค. 2563 ไปที่ร้านอาหารกึ่งบาร์ในกรุงเทพฯ

26-27 ธ.ค. 2563 มีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก

28 ธ.ค. 2563 มีไข้ เหนื่อยหอบ

30 ธ.ค. 2563 รู้สึกเหนื่อยมากขึ้น ไปตรวจที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ พบออกซิเจนในเลือดลดลงเหลือ 80 ส่งต่อไปที่ห้องไอซียู ใส่ท่อช่วยหายใจ 22.00 น. ผลตรวจว่าติดเชื้อโควิด-19

31 ธ.ค. 2563 อาการไม่ดีขึ้น ระบบหายใจล้มเหลว ส่งต่อรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาฯ 15.00 น. เสียชีวิต
ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ในครอบครัว 7 คน และในโรงพยาบาล 6 คน

ผู้เสียชีวิตรายที่ 2 เป็นชายไทย อายุ 70 ปี เป็นผู้ป่วยเสียชีวิตรายที่ 63 อยู่ใน อ.แม่สอด จ.ตาก มีโรคประจำตัวคือ โรคหลอดเลือดสมอง นอนติดเตียง มีไทม์ไลน์คือ

29 พ.ย. 2563 ลักลอบเดินทางเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ อาการคล้ายหวัด

4 ธ.ค. 2563 มีอาการหอบเหนื่อน เรียกรถรพ.เอกชน มารับที่บ้าน นำส่ง รพ.รัฐ ผลตรวจพบเชื้อโควิด-19

31 ธ.ค. 2563 รักษาโควิด ครบแล้ว มีอาการปอดอักเสบ ระบบทางเดินหายใจล้มเหลว 22.00 น. เสียชีวิต

ต่อมาเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2564 ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ขณะนี้พบการแพร่ระบาดลักษณะกลุ่มก้อนในหลายจังหวัดของภาคตะวันออก ในส่วนของกรุงเทพฯ พบมีการติดเชื้อลักษณะกลุ่มก้อนในสถานบริการและสถานที่หลายแห่ง คณะกรรมการจึงได้หารือมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดที่กทม.ได้ประกาศไปแล้ว เพื่อยกระดับความเข้มข้นการควบคุมการแร่พระบาดโรคโควิด-19 โดยจะมีประกาศปิดสถานที่ในพื้นที่กรุงเทพฯตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค.เป็นต้นไป ซึ่งจะยกเลิกประกาศฉบับที่กรุงเทพมหานครได้ออกไปแล้วทั้งหมด และใช้ประกาศฉบับใหม่แทน สำหรับสถานที่ที่ได้สั่งปิดเพิ่มเติม ได้แก่

สวนน้ำ สวนสนุก สนามเด็กเล่น เครื่องเล่นสำหรับเด็กในตลาด ตลาดน้ำ ตลาดนัด โต๊ะสนุก บิลเลียด สถานที่เล่นตู้เกม ร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ต สนามชนไก่ และสนามซ้อมชนไก่ สถานรับเลี้ยงเด็กและสถานดูแลผู้สูงอายุ (ยกเว้นที่มีการรับพักค้างคืนเป็นปกติธุระ) สนามมวย โรงเรียนศิลปะการต่อสู้หรือโรงยิม สนามม้า สถานประกอบการหรือกิจการอาบน้ำ สถานประกอบกิจการอาบอบนวด สถานที่แข่งขันทุกประเภท สถานที่ที่ให้บริการห้องจัดเลี้ยง ห้องจัดเลี้ยง รวมถึงสถานที่อื่นใดที่ลักษณะทำนองเดียวกัน สนามชนโค สนามกัดปลา สนามแข่งขันในลักษณะทำนองเดียวกัน

สนามพระเครื่อง ศูนย์พระเครื่อง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน สถานที่เจาะผิวหนัง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย อาคารสถานที่ของโรงเรียนหรือสถาบันกวดวิชา หรือสถาบันการศึกษา เป็นต้น

สำหรับ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน สถาบันกวดวิชา และสถาบันการศึกษากำหนดปิดทำการตั้งแต่วันที่ 4-17 ม.ค. 64 จากนั้นจะพิจารณาตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 อีกครั้ง ส่วนร้านอาหาร กทม.เตรียมหารือ ศบค. เตรียมให้ซื้อและนำกลับ หรือ Take away โดยไม่ให้มีการบริโภคในร้านอาหาร คาดจะมีผลบังคับใช้ ในวันที่ 4 ม.ค. เพื่อให้ผู้ประกอบได้มีเวลาเตรียมความพร้อม

พร้อมยกระดับพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) ซึ่งมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 10 ราย ทั้งหมด 3 เขต คือ เขตบางขุนเทียน หนองแขม และบางพลัด

ล่าสุดทางด้าน ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีการสกัดโควิด 19 โดยระบุข้อความว่า

ตอนนี้ใครเป็นรัฐบาลคงทำตัวไม่ถูก ธุรกิจไม่ต้องการให้ Lock down เพราะรับปัญหาธุรกิจไม่ไหว เจ็บมาแล้วครั้งหนึ่ง ไม่อยากเจ็บอีกแล้ว

บางคนก็มองว่าการระบาดมันรุนแรงแล้ว ดังนั้นสมควรต้อง Lock down ได้แล้ว คิดว่าเจ็บแต่จบ ส่วนใหญ่เป็นคนที่กินเงินเดือนในองค์กรที่ไม่ได้รับผลกระทบ

แล้วรัฐบาลจะตัดสินใจยังไงดีล่ะ ตัดสินใจทางใดทางหนึ่ง ยังไงก็โดนด่า

ปรึกษาทั้ง ศบค. และ ศบศ. แล้วดำเนินการตามที่ปรึกษาหารือกัน อย่ากลัวโดนด่า ตัดสินใจทำสิ่งที่ถูกต้อง อย่าให้ความสำคัญกับการถูกด่าเลย นะจ๊ะ คนที่มันจะด่า ยังไงก็ด่าค่ะ.