ศรีสุวรรณ กางกม. ซัดกลุ่มวีโว่เทกุ้งเน่าเกลื่อนถนน แต่โยนผิดให้ตำรวจ-รัฐบาล

2207

กลายเป็นเรื่องที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก สำหรับกรณีเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2563 กลุ่มการ์ดอาสา We Volunteer หรือ วีโว่ ประกาศจัดงานเผากุ้ง เคาน์ดาวน์ 2021 พร้อมโพสต์อีกว่า จองด่วนนนนนน กุ้งก้ามกรามมาแล้วแบบเบิ้ม ๆ บริการพรีออเดอร์ส่งถึงหน้าบ้านของท่านทั้งแบบ กุ้งสด & กุ้งเผา

เริ่มสั่งซื้อได้ตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไป จนกว่าสินค้าจะหมด ในแชทเพจ We Volunteer เท่านั้น **บริการจัดส่งจะเริ่มตั้งแต่เวลา 12.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 08-0321-3325 โดยกลุ่มการ์ดวีโว่ ได้เผยแพร่ภาพสด ผ่านทางเฟซบุ๊ก We Volunteer พร้อมด้วย เกษตรกรฟาร์มกุ้ง จ.นครปฐม เตรียมกุ้งเพื่อจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์

ต่อมา มีการตรวจสอบราคาของ “กุ้งสด” และ “กุ้งเผา” ที่ทางกลุ่มวีโว่นำมาขาย โดยได้ประกาศขายราคาชัดเจนในเพจ We Volunteer ซึ่งเป็นกุ้งคละขนาด คณะเพศในราคาอยู่ที่ 12-15 ตัว/กิโลกรัม โดยหากเป็นกุ้งสดจะอยู่ที่ 359 บาท/กิโลกรัม หากเป็นกุ้งเผา จะตกอยู่ที่ 459 บาท/กิโลกรัม รวมถึงค่าจัดส่งคิดตามระยะทาง ทั้งหมดนี้ทางวีโว่อ้างว่าเป็นการช่วยเหลือชาวประมง เกษตรกรฟาร์มกุ้งที่ได้รับผลกระทบจากภัยโควิด-19

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทางเพจสำนักงานประมงจังหวัดนครปฐม ได้เปิดราคาของกุ้งก้ามกราม คุณภาพดีจากฟาร์มเพื่อช่วยเหลือชาวประมงอยู่ที่ราคา ตัวผู้ ขนาด 10 ตัว/กก. 300 บาท ขนาด 12 ตัว/กก. 280 บาท ขนาด 15 ตัว/กก. 260 บาท กุ้งก้ามกราม ตัวเมีย ขนาด 25 ตัว/กก. 200 บาท ขนาด 30 ตัว/กก. 180 บาท ขนาด 35 ตัว/กก. 150 บาท

ขณะที่ ดราม่าราคากุ้งยังไม่จบ ก็มีการแฉกลุ่มการ์ดวีโว่อีกว่า การ์ดวีโว่นำกุ้งมาเททิ้ง ซึ่งทางด้าน เพจเฟซบุ๊ก We Volunteer ของการ์ดอาสาวีโว่ นำโดยนายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ ก็ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า เนื่องจากเหตุการณ์วันที่ 31 ธ.ค. 2563 ทาง Wevo ได้ตกลงกันว่าจะช่วยเหลือเกษตรกรในการจำหน่ายกุ้งจำนวน 3-4 ตัน แต่ได้เกิดการใช้กำลังจากเจ้าหน้าที่ในการยับครั้ง ห้ามปรามเพื่อไม่ให้มีการขายกุ้งในบริเวณพื้นที่สนามหลวง

เหตุการณ์ไม่คาดคิดและฉุกเฉินครั้งนี้ ทำให้เราต้องพักการขายกุ้ง เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนมากกว่าสี่กองร้อยเข้าจับกุมสมาชิกของ Wevo ยึดกุ้งและยึดอุปกรณ์ในการจำหน่าย ที่ “สนามหลวง” เวลา 11.00 น. โดยประมาณ เราได้มีการเจรจากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอกุ้งสดและอุปกรณ์ของเราคืน แต่ตำรวจไม่มีการยินยอมใดๆจนต้องยอมเสียอุปกรณ์บางส่วนไป เพื่อแลกกับกุ้งทั้งหมด

จากนั้น เราจึงต้องทำการย้ายสถานที่ไปยัง “อนุสรณ์สถาน 14ตุลา” เพื่อขายกุ้งสด และเปลี่ยนแผนในการทำงานทั้งหมด เพราะจำนวนคนของเราและอุปกรณ์ของเรามีจำนวนจำกัด แต่ในเวลาประมาณ 14.00 น. เรายังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาขัดขวางขณะที่เราทำการขายกุ้งให้แก่มวลชนและครั้งนี้เป็นครั้งที่สองของวัน ซึ่งมีมวลชน 200 คนโดยประมาณมาต่อแถวยืนซื้อกุ้ง แต่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนก็เข้ามาขัดขวางอีกครั้งทำให้เสียเวลาเป็นอย่างมากในการจัดการงานทั้งหมด

เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรยังคงดำเนินต่อไป เราจึงเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง เพื่อขายกุ้งให้หมดตามที่พูดคุยกับเกษตรกรไว้ว่าจะช่วยเหลือให้ถึงที่สุดและสถานที่สุดท้ายที่เราเลือกปักหลักในการขายกุ้งคือ “กองฉลากสี่แยกคอกวัว” ในพื้นที่ลานจอดรถ สน.ชนะสงครามและเริ่มทำการขายกุ้งอีกครั้งในช่วงเวลา 16.30 น.โดยประมาณ โดยที่อุปกรณ์ที่ใช้เราต้องซื้อใหม่หน้างาน และสูญเสียน้ำจิ้มรสเด็ดของเราไปจนต้องทำใหม่ทั้งหมด

กิจกรรมในการขายกุ้งสดและกุ้งเผาของเราดำเนินมาจนถึงช่วงเวลาดึก ผู้ประกอบการแจ้งกับทางทีมงานว่า จำเป็นต้องนำรถขนกุ้งและอุปกรณ์อื่น ๆ กลับเพื่อลดต้นทุน เนื่องจากรถขนส่งกุ้งบางส่วนเป็นการเช่าชั่วคราว ไม่สามารถแบกรับต้นทุนเพิ่มเติ่มได้ แต่กุ้งสดยังเหลืออยู่เป็นจำนวนหนึ่ง ผู้ประกอบการตัดสินใจว่าต้องทิ้งกุ้งที่เหลือทั้งหมดที่บริเวณหน้าทำเนียบและสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามที่ปรากฎในข่าว

เหตุผลเพื่อเป็นการตอบกลับไปยังเจ้าหน้าที่รัฐว่า การทิ้งกุ้งกลางถนนหน้าทำเนียบและสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั้งหมดนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้น ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่มีการมาขัดขวางและแทรกแซง รัฐบาลต่างหากที่สมควรเป็นผู้ช่วยเหลือแต่กลับไม่ให้การสนใจและทอดทิ้งประชาชน และยังเป็นต้นตอของปัญหาทั้งหมดที่หละหลวมก่อให้เกิดการระบาดของไวรัส Covid-19 จนผู้ประกอบการทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ภาครัฐยังคงนิ่งเฉย ไม่มีมาตรการช่วยเหลือ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด ทางด้าน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึง กลุ่มการ์ดวีโว่ ว่า วีโว่ ทิ้งขยะกุ้งเน่าหน้าทำเนียบ -สนง.ตำรวจแห่งชาติ มีความผิดตามกฎหมายหมาย 2 กรรม 4 กระทง #คุกมีไว้ขังการ์ดสวะ

1)ผู้ใดทิ้งขยะในที่สาธารณะ มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท (พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาตรา 31(2) และ 54)

2)ผู้ใดทิ้งซากสัตว์ซึ่งอาจเน่าเหม็น ในหรือริมทางสาธารณะ ปรับไม่เกิน 5,000 บาท (ป.อาญา มาตรา 396)

3)ผู้ใดทิ้งขยะที่ส่งกลิ่นเหม็นหรือน่าจะเป็นที่เพาะพันธุ์พาหะนำโรค หรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ม. 25(1))

4)ผู้ใดทำให้เกิดกลิ่น หรือกรณีอื่นใด จนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ม. 25(4))

2 สถานที่ คือ 2 กรรม ๆ ละ 4 กระทง