พิษโควิดกลายพันธ์ุทำสหรัฐเสี่ยงล่มสลาย?!? วัคซีนคุมไม่อยู่ ระบบสาธารณสุขพัง เสียชีวิตกระฉูดกว่า 3,000 รายต่อวัน

984

สหรัฐอเมริกายังมียอดผู้ป่วยเพิ่มสูงและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่ประกาศฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เป็นทางการก่อนใคร เมื่อตรวจพบผู้ติดเชื่้อกลายพันธ์ุรายแรกที่โคโลราโดพากันแตกตื่นแต่คนสหรัฐที่ยังยึดถือเสรีภาพยิ่งชีพไม่สนใจว่า จะทำให้ใครเดือดร้อน ยังคงเดินทางและไม่เคร่งครัดมาตรการป้องกัน เหล่าผู้เชี่ยวชาญโรคติดต่อพากันส่งสัญญาณเตือนภัยว่าหลังปีใหม่สหรัฐเข้าสู่หายนะ แม้มีวัคซีนยังต้านไม่อยู่ต้องใช้เวลาพัฒนาประสิทธิภาพ โควิดกลายพันธ์ุทำระบบสาธารณสุขพังทะลาย คนอเมริกันเสียชีวิตกระฉูด กว่า 3,000 รายต่อวันและยังคงเป็นที่ 1 ของสถิติป่วยติดเชื้อของโลกโดยยังไม่มีสัญญาณคลี่คลายแม้แต่น้อย นี่คือพิษร้ายของสังคมเสรีประชาธิปไตยแบบไร้สำนึก ที่คนไทยไม่พึงเลียนแบบ

สหรัฐแตกตื่นโควิด-19 กลายพันธ์ุบุก

วันอังคารที่ 29ธ.ค.2563 นสพ.วอชิงตันโพสต์รายงานว่ามลรัฐโคโลราโดพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กลายพันธุ์เคสแรกของอเมริกา ตัวเดียวกับที่พบในสหราชอาณาจักรเมื่อเร็วๆนี้ จากการเปิดเผยของผู้ว่าการรัฐจาเรด โพลิส  “เราพบเคสโควิด-19 กลายพันธุ์ B.1.1.7 เคสแรกของโคโลราโด สายพันธุ์เดียวกับที่พบในสหราชอาณาจักร” ผูุ้ว่าการรัฐเขียนบนทวิตเตอร์

โพลิสได้แนบถ้อยแถลงอย่างเเป็นทางการของสำนักงานผู้ว่าการและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขแห่งรัฐ ที่บอกว่าบุคคลผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ เป็นชายอายุ 20 ปีเศษๆ และเวลานี้กักโรคอยู่ในเอลเบิร์ต เคาน์ตี และไม่มีประวัติด้านการเดินทาง ทางการมีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับโควิด-19 กลายพันธุ์ เนื่องจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญบอกว่ามีความเป็นไปได้ที่มันจะแพร่กระจายเชื้อได้ง่ายกว่าเดิม

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า  คณะผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขของสหรัฐฯ ต่างออกมาเตือนความเสี่ยงจำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ภายในประเทศพุ่งทะยานอย่างรวดเร็วเข้าขั้นเลวร้ายอีกรอบ หลังจากชาวอเมริกันจำนวนมากทยอยเดินทางกลับบ้านหรือท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลวันหยุดนี้

เทศกาลวันหยุดกลายเป็นตัวเร่งการติดเชื้อทั่วสหรัฐฯ โดยไม่ต้องสงสัย เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยมักพุ่งพรวดอย่างมีนัยสำคัญในระหว่างหรือหลังเทศกาลวันหยุดก่อนหน้านี้ โดยเมื่อช่วงหลังวันขอบคุณพระเจ้า จำนวนผู้ป่วยสะสม ผู้ป่วยเสียชีวิต และผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลของสหรัฐฯ ต่างเพิ่มขึ้นสูงสุด

จอห์น บราวน์สไตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายนวัตกรรมของโรงพยาบาลเด็กบอสตัน กล่าวว่า“การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ ที่เกิดขึ้นช่วงวันขอบคุณพระเจ้า ส่งผลให้ระบบสาธารณสุขจำนวนมากทั่วประเทศพังทลาย และเรายังคงเห็นผลกระทบดังกล่าวอยู่จนถึงขณะนี้” 

ดร.แอนโธนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อของสหรัฐฯ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐฯ (NIAID) เตือนว่าจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นแล้วในเวลานี้อาจได้แรงกระตุ้นอีกครั้ง หลังชาวอเมริกันรวมตัวฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่กันอย่างล้นหลาม แม้มีคำเตือนจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขก็ตาม โดย “หลังเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ เราอาจเห็นจำนวนผู้ป่วยพุ่งทะยานสูงขึ้นอีก”

เฟาซียังชี้ว่าสหรัฐฯ กำลังตกอยู่ในวิกฤตการระบาดใหญ่ที่ “ไม่สามารถควบคุมได้ในหลายด้าน” พร้อมเสริมว่าการเดินทางช่วงวันหยุดนี้อาจทำให้สถานการณ์ในเดือนมกราคมย่ำแย่กว่าเดือนธันวาคม

โครงการเฝ้าติดตามโรคโควิด (COVID Tracking Project) รายงานว่าสหรัฐฯ ตรวจพบผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในเดือนธันวาคมสูงกว่าเดือนอื่นๆ นับตั้งแต่เกิดการระบาดใหญ่ โดย “ธันวาคมเป็นเดือนที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดการระบาดใหญ่ในสหรัฐฯ” หลังจากจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 124,686 รายทั่วประเทศในวันอังคาร (29 ธ.ค.) ที่ผ่านมา ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) รายงานการตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่ม 199,282 ราย และผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม 3,390 รายทั่วประเทศในวันอังคาร (29 ธ.ค.) พร้อมเรียกร้องประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางและอยู่บ้านในช่วงวันหยุดคริสต์มาส เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดที่อาจรุนแรงมากขึ้น

วัคซีนต้านโควิดของสหรัฐยังมีผลข้างเคียงรุนแรง

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่าคณะผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและสื่อมวลชนของสหรัฐฯ ยังวิพากษ์วิจารณ์ถึงประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในประเทศ เนื่องจากวัคซีนของสหรัฐฯ ล้าหลังกว่าประเทศอื่นๆ และการฉีดวัคซีนยังล่าช้ากว่ากำหนด ทั้งนี้ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ (CSSE) แห่งมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ รายงานว่ายอดผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในสหรัฐฯ ทะลุ 19.67 ล้านราย ซึ่งรวมถึงผู้เสียชีวิตมากกว่า 341,000 ราย เมื่อนับถึงบ่ายวันพุธ (30 ธ.ค.2563)

บุรุษพยาบาลติดเชื้อหลังได้ “วัคซีนไฟเซอร์” แมทธิว ดับเบิลยู วัย 45 ปี พยาบาลจากโรงพยาบาลท้องถิ่นสองแห่ง ระบุในโพสต์เฟสบุ๊คเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ว่า เขาได้รับวัคซีนของไฟเซอร์ และบอกสำนักข่าวเอบีซีนิวส์ ว่า เขาปวดแขนอยู่นานหนึ่งวัน นอกจากนั้นเขาก็ไม่ได้พบเจอผลข้างเคียงอื่นๆ 6 วันหลังจากนั้นในวันคริสมาสต์อีฟ เขารู้สึกป่วยหลังจากเข้าเวรในแผนกโควิด-19 เขาตัวเย็นลงและเริ่มปวดกล้ามเนื้อและมีอาการเหนื่อยล้า เมื่อเขาเข้ารับการทดสอบและถูกตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19 หนึ่งวันหลังวันคริสมาสต์ 

ทิฟฟานี โดเวอร์ พยาบาลของโรงพยาบาลในรัฐ เทนเนสซี่ ที่เป็นลมหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์

แพทย์ชาวอเมริกันดร.ฮอสซีน ซาดร์ซาเดห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้องอกวิทยาผู้สูงอายุที่ศูนย์การแพทย์บอสตัน ‘มีอาการแพ้อย่างหนัก’ หลังได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ผลิตโดยบริษัทโมเดอร์นา