สหรัฐท้าทายจีน?!?ส่งเรือพิฆาตติดขีปนาวุธ 2 ลำแล่นผ่านช่องแคบไต้หวันเป็นครั้งที่ 13 ส่งท้ายปี กลาโหมจีนประณามยั่วยุวางอำนาจ

886

เมื่อวันพฤหัสบดี(31ธ.ค.) เรือรบของสหรัฐฯ 2 ลำ แล่นผ่านช่องแคบไต้หวันอีกแล้ว ภารกิจดังกล่าวของสหรัฐนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ในเดือนนี้ และครั้งที่ 13 ของปีนี้ โดยเกิดขึ้นภายในเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ หลังจากเรือบรรทุกเครื่องบินของจีนซานตงแล่นผ่านน่านน้ำเดียวกันอ้างซ้อมรบในทะเลจีนใต้ สหรัฐอ้างสิทธิเป็นไปตามยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกสามารถแล่นเรือ หรือบินไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่กระทรวงกลาโหมของจีนประณาม สหรัฐยั่วยุ และแสดงกำลังเป็นการสร้างเงื่อนไขสั่นคลอนสันติภาพในภูมิภาคและน่านน้ำทะเลจีนใต้

จีนซึ่งถือว่าไต้หวันเป็นดินแดนหนึ่งของตน และไม่พอใจต่อการที่สหรัฐให้การสนับสนุนไต้หวัน ทั้งการขายอาวุธและการแล่นเรือรบผ่านช่องแคบไต้หวัน ขณะที่สหรัฐแสดงท่าทีชัดเจนสนับสนุนไต้หวัน พร้อมขายอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่ไต้หวันอย่างคึกโครม ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่อง

กองทัพเรือสหรัฐระบุว่า เรือพิฆาตติดขีปนาวุธ ยูเอสเอส จอห์น เอส. แมคเคน และยูเอสเอส เคอร์ทิส วิลเบอร์ได้ทำการแล่นผ่านช่องแคบไต้หวันตามปกติในวันที่ 31 ธ.ค. โดยเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ

“เรือรบล่องผ่านช่องแคบไต้หวัน เพื่อแสดงถึงพันธสัญญาของสหัฐฯต่ออินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง สหัฐฯจะยังคงเดินหน้าบิน ล่องเรือและปฏิบัติการใดก็ตาม ตามที่กฎหมายระหว่างประเทศอนุญาต”

กระทรวงกลาโหมของจีนประณามการแล่นเรือของสหรัฐในครั้งนี้ว่าเป็นการ “ยั่วยุ” และ “การแสดงกำลัง” โดยจีนได้เพิ่มเรือและเครื่องบินเพื่อติดตามเรือของสหรัฐในทันที จีนระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวของสหรัฐเป็นการส่งสาส์นที่ไม่ถูกต้องไปยังผู้สนับสนุนความเป็นเอกราชของไต้หวัน และเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

ครั้งหลังสุดก่อนหน้านี้ กองทัพของจีนแสดงความไม่พอใจอย่างมาก ต่อกรณีที่เรือรบสหรัฐฯแล่นผ่านช่องแคบไต้หวันเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม และประณามภารกิจดังกล่าว

หนึ่งวันหลังจากนั้น กองเรือบรรทุกเครื่องบินชานตง ซึ่งเป็นกองเรือบรรทุกใหม่ล่าสุดของจีน ได้เคลื่อนผ่านช่องแคบไต้หวันเช่นกัน กระตุ้นให้กองทัพเรือและกองทัพอากาศไต้หวันต้องส่งเรือรบและเครื่องบินรบหลายลำตามคุมเชิง

อย่างไรก็ตาม จีนกล่าวอ้างว่ากองเรือบรรทุกเครื่องบินดังกล่าว กำลังมุ่งหน้าสู่การซ้อมรบตามปกติในทะเลจีนใต้