รบ.ยื่นร่างแก้รธน.พรุ่งนี้! เปิดทางเยาวชน-นศ.นั่งสสร.ตามปชป.เสนอ

1334

จากที่เมื่อวันนนี้(31ส.ค.63) ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล)กล่าวถึงการคัดเลือกโควตานักศึกษาเข้าเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)นั้น

โดยโควตาดังกล่าวจะให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ ซึ่งคิดว่าคุณสมบัติน่าจะทั่วไปไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เช่น ต้องมีอายุ 18 ปี ขึ้นไป เป็นต้น อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติต้องห้ามในการเป็นส.ส.ร. ต้องไม่เป็นส.ส. และส.ว.

ทั้งนี้นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายรัฐบาล ในมาตรา 256 จะมีการแก้ไขให้ง่ายขึ้น เมื่อมีการรับหลักการแล้ว ก็จะตั้งกรรมาธิการ และพิจารณาต่อในวาระ 2 และ 3 โดยใช้เสียง 3 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภา โดยก่อนทูลเกล้าจะต้องทำประชามติด้วย ทั้งนี้ฝ่ายรัฐบาลจะได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันพรุ่งนี้(1ก.ย.) เวลา 13.00 น.

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 21 ส.ค.63 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า พรรคย้ำมาตลอดถึงหลักการสำคัญที่ต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะพรรคฯ ได้ประกาศไม่รับรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่เมื่อครั้งทำประชามติ และต้องแก้ไขมาตรา  256 โดยในเรื่องสัดส่วนของจำนวนสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้เป็นรัฐธรรมนูญที่สามารถแก้ไขได้ง่ายขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นหลักที่พรรคฯ ชูเรื่องนี้มาตลอดเป็นพรรคการเมืองแรก

นอกจากนี้โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวอีกว่า พรรคได้จัดทำร่างฯ ที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 256 และในหมวดการตั้ง ส.ส.ร. เสร็จแล้ว โดยเฉพาะเรื่องการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนนั้น พรรคฯได้ยกร่างโดยเปิดทางให้เยาวชน นิสิต นักศึกษา สามารถเป็น ส.ส.ร.ด้วย เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยไม่มีการแก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2 และที่สำคัญที่สุดคือการทบทวนบทเฉพาะกาลทั้งหมด ซึ่งเชื่อว่า การตั้ง ส.ส.ร. ที่มีเยาวชน นิสิต นักศึกษา และทุกภาคส่วนร่วมอยู่ด้วยนี้ เป็นเรื่องที่ดีที่จะได้สะท้อนทักมุมมองเรื่องที่สำคัญต่างๆ ไปพูดคุยกัน

สมาชิกวุฒิสภาหลายคนเป็นคนดี แต่ต้องยอมรับว่าหากต้องพูดกันถึงโครงสร้าง และกระบวนการเข้ามามีอำนาจแล้ว พรรคฯ ไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่ตอนทำประชามติรัฐธรรมนูญปี 2560 แล้ว ดังนั้นเมื่อเห็นว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่จะไม่ทำให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ก็ต้องหาวิธีการแก้ไขไปตามกระบวนการ และเชื่อว่าหากต้องการให้ประเทศมีประชาธิปไตยที่ยั่งยืนก็ต้องยึดแนวทางตามที่ได้กำหนดขั้นตอนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะนั่นคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้ประเทศเดินต่อไปข้างหน้าได้” นายราเมศ กล่าว