เฟซบุ๊กบอก “บริหารผิดพลาด”?!? ทำเมืองเคโนชา สหรัฐฯนองเลือด เพราะไม่ปิดเพจรุนแรงหนุนใช้อาวุธ ปล่อยแพร่สะพัด

3280

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊ก  ยอมรับผิดพลาดไม่ปิดเพจรุนแรง ทำเมืองเคโนชาวิสคอนซินขัดแย้งนองเลือด ประกาศจะบังคับใช้นโยบายเข้มงวดต่อเพจขององค์กรมีแนวโน้มส่งเสริมความรุนแรง และดำเนินการในทันที  เทียบการปิดเพจผิดก.ม.ในไทยมันต่างกันตรงไหน ถึงเวลารัฐบาลไทยต้องจัดระเบียบแพลตฟอร์มต้นทางพวกบ่อนทำลายชาติได้แล้ว ทำธุรกิจในเมืองไทยต้องเคารพกฎหมายไทย

หลั่งเลือดที่เคโนชา-วิสคอนซิน

สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุตำรวจผิวขาวสหรัฐกระหน่ำยิงชายผิวสีชื่อ จาค็อบ เบลค อายุ 29 ปี ถึง 7 นัดในระยะเผาขน ที่เมืองเคโนชา มลรัฐวิสคอนซินเมื่อเย็นวันอาทิตย์ (23 ส.ค.2563) และมีอาการสาหัสรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาย หลังจากคลิปเหตุการณ์แพร่สะพัดในโซเชียล มีเดีย ทำให้ฝูงชนออกมารวมตัวประท้วงด้วยความโกรธแค้น

จนตำรวจต้องประกาศเคอร์ฟิวความรุนแรงขยายตัวทั่วเมือง การประท้วงอย่างสงบ กลายเป็นการขว้างปาก้อนอิฐ ก้อนหินใส่ตำรวจ การทุบทำลายอาหารบ้านเรือน เผาสถานที่ทำธุรกิจย่านคนผิวสี ลามไปถึงการปะทะกับตำรวจพื้นที่ จนผู้ว่าการรัฐฯขอกำลังทหารหน่วยพิทักษ์มาตุภูมิจากรัฐบาลกลาง มาร่วมคุ้มกันและระงับเหตุรุนแรง ล่าสุดปธน.ทรัมป์ ได้ส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิมาเพิ่มนับ 1,000 คน

โทนี เอฟเวอร์ส ผู้ว่าการรัฐวิสคอนซิน ออกแถลงการณ์ในคืนวันเดียวกันว่า จาค็อบเบลคถูกยิงเข้าที่หลังหลายนัด แม้ยังไม่ทราบรายละเอียดมากนัก แต่เท่าที่รู้ คือ เขาไม่ใช่คนผิวสีคนแรกที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตอย่างไร้ความปราณี  ด้วยน้ำมือของผู้บังคับใช้กฎหมายในรัฐนี้หรือประเทศนี้ พร้อมกับยืนยันว่า รัฐวิสคอนซินยืนหยัดต่อต้านการใช้กำลังเกินกว่าเหตุ

เคโนชาเป็นเมืองล่าสุดที่เกิดเหตุรุนแรงกับชายผิวสีและนำไปสู่การประท้วง หลังจากการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีที่ถูกตำรวจกดทับคอขณะพยายามจับกุมเขตมหานครมินนีแอโปลิส มลรัฐมินนิโซตา เมื่อเดือนพ.ค.จุดชนวนสู่การประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศ

กรณีที่เฟซบุ๊กได้รับการตำหนิมากที่สุดคือ ภาพชายหนุ่มผิวขาวอายุ 17 ปี  ถือปืนยาว ไปไล่ยิงคนในกลุ่มชุมนุมBlack Live’s Matter เสียขีวิต 2 ราย บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ซึ่งก่อนทำการเขาโพสลงเฟซบุ๊กล่วงหน้าโดยไม่มีการแจ้งเตือนจากผู้ใด  แม้หน่วยพิทักษ์ฯและตำรวจจะจับตัวเขาได้ ก็ไม่ทำให้ความโกรธแค้นของกลุ่ม BLM ลดลง เกิดภาพต่างฝ่ายต่างมีคนติดอาวุธอ้างเพื่อความปลอดภัย

เฟซบุ๊ก แก้ตัว-ยอมรับผิดพลาด จะเข้มงวดมากขึ้น

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กออกโรง ยอมรับผิดพลาดที่ไม่ปิด เพจของชายหนุ่มหัวรุนแรงที่ใช้ชื่อว่า เขายิงใส่โจเซฟ โรเซนบาม และแอนโทนี ฮิวเบอร์ ผู้ชุมนุม Black Live’s Matter ซีอีโอเฟซบุ๊กโพสวีดิโอยอมรับว่า เป็น”การดำเนินงานที่ผิดพลาด” ของบริษัทที่ปล่อยให้เพจองค์กรหัวรุนแรงแพร่หลาย ทั้งๆที่มีความชัดเจนมาโดยตลอดว่า เพจนี้ส่งเสริมความรุนแรง ใช้อาวุธแก้ไขปัญหา ซึ่งขัดกับนโยบายของเฟซบุ๊กที่ประกาศไม่สนับสนุนความรุนแรง  แต่กลับปล่อยให้โพสต์มาต่อเนื่องยาวนาน ทั้งๆที่มีคนจำนวนมากร้องเรียนมาที่สำนักงานเฟซบุ๊ก จนในที่สุดเกิดเหตุสลด เพิ่งจะมาชี้แจง “จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปที่เคโนชา…มั่นวุ่นวายมาก” 

กรณีที่ไทย-ต้องรอให้เกิดเหตุเหมือนเคโนชาก่อนหรือ มาร์คฯ

การที่สื่อนอก เผยแพร่ข่าวเฟซบุ๊กจะดำเนินการทางกฎหมายกับรัฐบาลไทยเนื่องจากกดดันให้บล็อกเพจทำผิดกฎหมายไทย “รอยัลลิสต์ มาเก็ตเพลส” ซึ่งมีเนื้อหารุนแรง ข้อมูลเท็จ ทั้งคำพูดบูลลี่ ข่มขู่มาดร้าย การใส่ร้ายป้ายสีและทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ความมั่นคง-คอมพิวเตอร์   แม้จะปิดเพจตามที่รัฐบาลไทยร้องขอ หลังจากถูกยื่นหมายศาลยืนยัน  กลับแพร่ข่าวว่า เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนสากล และปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นนั้น ทั้งเตรียมจะฟ้องรัฐบาลไทย

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(รมว.ดิจิทัลฯ) เปิดเผยว่า ส่วนตัวยังไม่เห็นหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการจากเฟซบุ๊ก แต่มั่นใจว่าเฟซบุ๊กจะไม่ดำเนินการทางกฎหมายดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาเฟซบุ๊กให้ความร่วมมือ และปิดกลุ่มดังกล่าวตามคำสั่งศาลทั้งหมด แต่จะเป็นการปิดออกจากระบบหรือปิดเฉพาะในประเทศไทยนั้น ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ของเฟซบุ๊ก แต่หากจะมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นจริง กระทรวงดิจิทัลฯ จะมีทีมกฎหมายศึกษาข้อมูลและพร้อมต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม

ทั้งนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายดอน ปรมัตถ์วินัย  รองนายกรมต.-รมว.ต่างประเทศ ยืนยันไม่หวั่นถ้าฟ้อง เป็นสิทธิชอบธรรมของไทย ต่างชาติมาดำเนินธุรกิจในไทยต้องทำตามกฎหมายไทย เป็นอธิปไตยของชาติที่ใครก็ละเมิดมิได้

แฉพฤติกรรมเห็นแก่เงินมากกว่าขีวิตคน-ไม่สนความถูกต้อง

-อดีตที่คับแคบ ปัจจุบันก็เหมือนเดิม : เฟซบุ๊กปิดกั้นไม่ให้ “ผู้พัฒนาแอป” รายที่มีแนวโน้มเป็นคู่แข่ง เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ของตนมาตั้งแต่ปี 2012 แต่กลับอวดอ้างกับสังคมว่า เป็นความพยายามปกป้องความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ทั้งที่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ยักษ์ใหญ่เครือข่ายสังคมแห่งนี้ยังคงอนุญาตให้พวกที่เป็นพันธมิตรเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้เหล่านี้อยู่ 

และกรณีล่าสุดที่สหรัฐฯโดยปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ไล่บี้กดดันบริษัทฯเทคสัญชาติจีน ทั้งTikTok, WeChat, Huawei และเตรียมจะบีบเพิ่ม  ก็มาจากการล๊อบบี้ของ มาร์ค ซัคเคอร์เบิริ์ก ในงานเลี้ยงอาหารเย็น ระหว่างเขาและปธน.ทรัมป์ เมื่อปีกลาย ที่ว่า “รัฐบาลต้องจัดการ เทคโนโลยีของจีน ที่มาครอบงำสังคมสหรัฐฯ”

-เฟซบุ๊กเผยตัวตนที่แท้จริงมากขึ้น จากกรณี “รอยัล มาเก็ตเพลส” ของไทย และ อาชญากรรมนองเลือดที่เคโนชา  เรื่องราวเลวร้าย ยุยง ส่งเสริมความรุนแรง ไม่ได้ทำกันเพียงวันเดียว แต่เผยแพร่กันมานับเดือนนับปี  จะบอกว่า “แค่ผิดพลาดในการดำเนินการ”  ฟังดูว่าเหมาะสมกับความสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน ของผู้คน ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นแล้วหรือ   เป็นผลจากเหตุที่เฟซบุ๊กเป็นผู้ต้องมีส่วนในความรับผิดชอบที่ปล่อยให้ความเลวร้ายดำเนินไป ภายใต้ข้ออ้างสิทธิเสรีภาพ

ถึงเวลาแล้วที่ทางการรัฐบาลไทย ต้องใช้ความชอบธรรมของกฎหมาย จัดระเบียบแพลตฟอร์มที่เข้ามาทำมาหากินในไทย นอกจากยังไม่เสียภาษีที่เหมาะสมแก่ประเทศไทยแล้ว ยังเป็นเครื่องมือบั่นทอนความสงบสุขร่มเย็นของสังคมประเทศชาติของไทยอีก  จัดหนักไปเลยลุงตู่ !!