รัฐบาลเล็งเพิ่มวันหยุดพิเศษต่อเนื่อง ปี 2564 แต่ต้องดูเรื่องโควิดด้วย

2105

จากสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเกิดระบาดในช่วงเดือนธันวาคม ถือเป็นสิ้นปีของ พ.ศ.2563 ซึ่งช่วงเวลานี้เองคนทำงานต่างรอคอยที่จะได้หยุดยาว หลายคนใช้ช่วงเวลานี้เป็นวันหยุดพักผ่อนอยู่ที่บ้าน ขณะที่หลายคนใช้วันหยุดดังกล่าวเดินทางกลับภูมิลำเนา

แต่ในปีนี้ เนื่องด้วยสถานการณ์โควิดที่กำลังระบาด ส่งผลให้การเดินทางอาจต้องหยุดชะงักหลายคนไม่ได้หยุดยาวพักผ่อน แม้ว่าเมื่อวานนี้ (24 ธ.ค.) ทาง นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ศบค.ไม่ได้หารือถึงการใช้มาตรการล็อกดาวน์ประเทศเหมือนกับที่เคยใช้มาในการระบาดรอบแรก

แต่ให้แบ่งพื้นที่ตามสถานการณ์ความรุนแรงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ออกเป็น 4 พื้นที่ เพื่อกำหนดมาตรการให้เหมาะสมตามแต่ละสถานการณ์ โดยมอบอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการตามกรอบที่ ศบค.กำหนด ได้แก่

1.พื้นที่สีแดง เป็นพื้นที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก และมีมากกว่า 1 พื้นที่ เช่น จ.สมุทรสาคร ซึ่งจะให้มีการจำกัดเวลาปิด-เปิดสถานประกอบการที่มีความจำเป็น, ปิดสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด, ห้ามแรงงานต่างด้าวเคลื่อนย้ายเข้า-ออกจากพื้นที่โดยเด็ดขาด, ควบคุมการเข้า-ออก ยานพาหนะและบุคคลคนไทย โดยไม่ให้กระทบการค้าและอุตสาหกรรมมากเกินจำเป็น, ให้จัดตั้งด่านตรวจคัดกรอง จุดสกัดและสายตรวจ เพื่อให้การควบคุมการเข้า-ออกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ, ใช้มาตรการเวิร์คฟอร์มโฮม อย่างเต็มขีดความสามารถ

2.พื้นที่สีส้ม เป็นพื้นที่ติดกับพื้นที่สีแดง หรือพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 10 ราย และมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น อาทิ สมุทรสงคราม ราชบุรี นครปฐม กทม.(เฉพาะฝั่งตะวันตก) กำหนดให้หลีกเลี่ยงจัดกิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมากทุกรูปแบบ, สถานประกอบการและโรงงานที่ยังเปิดดำเนินการให้เน้นมาตรการป้องกันโควิด-19 ทั้งในบริเวณโรงงานและที่พักคนงาน หากไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่ ศบค.กำหนด ให้พิจารณาหยุดดำเนินการ, เฝ้าระวังการลักลอบเข้ามาในพื้นที่ของแรงงานต่างด้าวที่มีจากพื้นที่สีแดง

หากตรวจพบให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ, ให้พิจารณาจำกัดเวลาปิด-เปิดสถานประกอบการที่มีความจำเป็นตามความเหมาะสม, ให้พิจารณาปิดหรือจำกัดเวลาปิด-เปิดสถานกระกอบการที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด, ห้ามแรงงานต่างด้าวเคลื่อนย้ายเข้า-ออกจากพื้นที่, ให้ประสานจัดตั้งด่านคัดกรองกับจังหวัดพื้นที่สีแดงตามความเหมาะสม, ให้ใช้มาตรการเวิร์คฟอร์มโฮม สำหรับบุคคลที่มาจากพื้นที่สีแดง ให้สถานศึกษาพิจารณาหยุดการเรียนการสอน หรือการเรียนการสอนแบบออนไลน์

3.พื้นที่สีเหลือง เป็นพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อไม่เกิน 10 ราย และมีแนวโน้มควบคุมสถานการณ์ได้ อาทิ สระบุรี สมุทรปราการ สุพรรณบุรี นนทบุรี ปทุมธานี อุตรดิตถ์ ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี เพชรบูรณ์ พระนครศรีอยุธยา ภูเก็ต กำแพงเพชร ชัยนาท

4.พื้นที่สีเขียว เป็นพื้นที่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อ และไม่มีสิ่งบอกเหตุว่ามีจะมีเชื้อ ได้แก่ จังหวัดอื่นๆที่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อ และไม่มีสิ่งบอกเหตุว่าจะมีผู้ติดเชื้อ

ล่าสุดวันนี้ (25 ธ.ค.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมเตรียมการเพื่อกำหนดวันหยุดเฉพาะกิจในปี 2564 ว่า เป็นการบ้านที่คณะรัฐมนตรี มอบหมายให้ไปดูว่าควรจะมีวันหยุดพิเศษในปี 2564 ได้ช่วงไหนบ้าง ซึ่งถือเป็นวันหยุดพิเศษ หรือ วันหยุดเฉพาะกิจ ไม่ใช่เป็นวันหยุดปกติ โดย ครม. ให้การบ้านไว้ว่าให้พิจารณารายละเอียด ที่สำคัญควรจะมีการบอกกล่าวล่วงหน้าจะได้มีการเตรียมการได้

ตนยังไม่แน่ใจว่าการกำหนดในช่วงเวลานี้จะเข้ากับสถานการณ์หรือไม่ เพราะเรากำหนดโดยไม่ได้คิดถึงการจะมีการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 รอบใหม่เข้ามา เพียงแต่อยากกระตุ้นให้มีวันหยุดพิเศษ แต่เมื่อบรรยากาศในขณะนี้เป็นเช่นนี้ แน่นอนว่ากว่าจะไปถึงวันหยุดสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเบาลงไปและไม่มีปัญหาแล้ว แต่ยอมรับว่าทำให้การเตรียมตัวค่อนข้างยากอยู่

ขณะเดียวกัน ยังมีประเด็นที่เสนอค้างมานานที่จะนำมาพิจารณาไปพร้อมกัน คือการกำหนดวันหยุดประจำภาค แม้เราจะไม่ค่อยคุ้นกับเรื่องนี้ เพราะจะคุ้นกับวันหยุดปกติที่ตรงกันทั้งประเทศ แต่ในความเป็นจริงประชาชนในแต่ละภาคมีการเสนอมานานแล้ว รวมทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เคยตั้งกระทู้ถามว่าควรจะมีวันหยุดที่เป็นงานของแต่ละภาค โดยภาคอื่นที่ไม่เกี่ยวก็ไม่ต้องหยุด ซึ่งปัจจุบันมีอยู่บ้างแล้ว อาทิ วันหยุดพิเศษของประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้น การประชุมครั้งจะนำมาพิจารณาด้วย