“เกาะคุก”สวรรค์นักฟอกเงิน เศรษฐีใช้ทำธุรกรรมอำพราง?? บังเอิญนกม.ไทย ธ ใช้จดทะเบียนเรือยอร์ช !?!

6745

ฮือฮาอื้ออึง เรือยอร์ชหรูจดทะเบียนที่”เกาะคุก” เรามาทำความรู้จัก “เกาะคุก”สวรรค์ของนักฟอกเงิน ดินแดน Tax Heavenอีกแห่งที่คนทั่วไปไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ซึ่งมหาเศรษฐีและผู้นำสีเทาของโลกพากันมาฝากทรัพย์สินที่ไม่ประสงค์ให้ใครรู้ ผ่าน Cook Trusts หรือนี่คือเหตุผลที่ นักการเมืองไทยบางคนชื่อย่อ “ธ” จึงมาจดทะเบียนเรือหรูที่นี่ ขณะที่องค์กรตรวจสอบการเลี่ยงภาษีทั่วโลกรายงานความเสียหายจากธุรกรรมอำพราง การเลี่ยงภาษีที่ทำให้ประเทศต่างๆสูญเสียรายได้มหาศาลที่พึงได้รับอย่างไม่เป็นธรรมปีหนึ่งกว่า 4.27 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ 13 ล้านล้านบาท ประเทศไทยเป็นหนึ่งในนั้นด้วย

 

สืบเนื่องจากกรณี เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.63 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ เรือยอร์ชชื่อ Silvretta ขนาดระวาง 64 ฟุต ลักษณะเรือ 1 ชั้น ครึ่ง สีขาว ชึ่งจอดลอยลำอยู่ที่ ท่าจอดเรือชื่อ.อ่าวปอ แกรนด์ มารีน่า ต.  อ่าวปอ อ. ถลาง  จ.ภูเก็ต โดยเพลิงได้ลุกไหม้บริเวณบันไดท้ายเรือด้านขวา และลุกลามไปที่ท้ายเรือ ประมาณ  5 นาที ต่อมาเจ้าหน้าที่ รปภ.ได้รับแจ้งจึงช่วยกันดับไฟ สำรวจเบื้องต้นพบความเสียหายบริเวณท้ายเรือ ค่าเสียหายประมาณ  3 ล้านบาท

มีรายงานด้วยว่าเจ้าของเรือสำราญดังกล่าวเป็นของนักการเมืองและเศรษฐีชื่อดัง อักษรย่อ “ธ” อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้เกี่ยวข้องหรือเจ้าของเข้าแจ้งความแต่อย่างใด

เราลองมาทำความรู้จักกันว่า “เกาะคุก”อยู่ที่ไหนและมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้และนักการเมือง “ธ”คนนี้ได้อย่างไร?

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ความจริงตั้งแต่ประมาณปี 2532 หมู่เกาะคุกได้เป็นที่รู้จักและกลายเป็นสถานที่ที่เชี่ยวชาญในการปกป้องทรัพย์สินที่เรียกว่าทรัสต์ซึ่งนักลงทุนสามารถปกป้องทรัพย์สินของตนจากการเข้าถึงตรวจสอบของเจ้าหนี้และหน่วยงานทางกฎหมายของรัฐบาลตนเอง

ตามรายงานของ The New York Timesกล่าวว่า เกาะคุก มี “กฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องทรัพย์สินของชาวต่างชาติจากการเรียกร้องทางกฎหมายในประเทศบ้านเกิดของตน” 

ซึ่งเห็นได้ชัดว่าสร้างขึ้นโดยเฉพาะเพื่อขัดขวางกระบวนการยุติธรรมของสหรัฐ  เจ้าหนี้ต้องเดินทางไปยังหมู่เกาะคุกและโต้แย้งคดีของตนภายใต้กฎหมาย เกาะคุก โดยมักจะเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องห้าม  ต่างจากเขตอำนาจศาลต่างประเทศอื่น ๆ เช่นหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน, หมู่เกาะเคย์แมน และสวิตเซอร์แลนด์

โดยทั่วไปแล้ว เกาะคุก “ไม่สนใจคำสั่งศาลต่างประเทศ” และไม่ต้องการให้บัญชีธนาคารอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น ๆ ได้รับการคุ้มครองจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง การเปิดเผยชื่อถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย  หรือข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับ Cook trusts ตั้งอยู่ภายในหมู่เกาะ ภาษีจากทรัสต์และพนักงานที่ไว้วางใจคิดเป็น 8% ของเศรษฐกิจหมู่เกาะคุกซึ่งอยู่เบื้องหลังการท่องเที่ยว แต่นำหน้าการตกปลา

มาทำความรู้จักแดนปลอดภาษีเป็นสวรรค์นักฟอกเงิน ทำโลกสูญเสียรายได้มหาศาล

รายชื่อประเทศที่เข้าข่ายสวรรค์นักฟอกเงิน (Tax haven countries) ได้แก่ แอนดอร์รา, เดอะบาฮามาส, เบลิซ, เบอร์มิวดา,  หมู่เกาะ เดอะบริทิชเวอร์จินส์, หมู่เกาะเคย์แมน, หมู่เกาะแชนเนล, หมู่เกาะคุก, เกาะเจอร์ซี, ฮ่องกง, เกาะแมน, มาริตัส, ลิชเชนสเตน, โมนาโค, ปานามา เป็นต้น

ข้อมูลที่น่าตกใจล่าสุด พบว่า หลายประเทศทั่วโลกสูญรายได้ภาษีรวมปีละกว่า 4.27 แสนล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 13 ล้านล้านบาท ทั้งจากการเลี่ยงภาษีนิติบุคคลระหว่างประเทศและการเลี่ยงภาษีส่วนบุคคล ถามว่าเงินส่วนนี้หายไปซุกที่ไหน?

เมื่อเร็ว ๆ นี้ รายงาน “เครือข่ายความยุติธรรมด้านภาษี” (Tax Justice Network) หรือ ทีเจเอ็น เผยแพร่รายงานประจำปีฉบับแรกชื่อ State of Tax Justice ซึ่งเกี่ยวกับการหลบเลี่ยงภาษีทั่วโลก พบว่า รัฐบาลทั่วโลกสูญรายได้ภาษีรวมกว่า 4.27 แสนล้านดอลลาร์ หรือราว 12.96 ล้านล้านบาทต่อปี

ทีเจเอ็นเป็นเครือข่ายระหว่างประเทศที่มีภารกิจหลัก คือ ตรวจสอบการเลี่ยงภาษีของคนรวย โดยศึกษาและรวบรวมข้อมูลจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศต่าง ๆ อย่าง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ธนาคารโลก และข้อมูลจากรัฐบาลของแต่ละประเทศ

สำหรับเงินก้อนมหาศาล 4.27 แสนล้านดอลลาร์ที่หายไปนี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ 2.45 แสนล้านดอลลาร์ที่สูญเสียโดยตรงจากการโยกผลกำไรไปดินแดนปลอดภาษี (Tax Havens) ของบรรดาบริษัทข้ามชาติ อีกส่วนคือ 1.82 แสนล้านดอลลาร์ที่สูญเสียจากการหลบเลี่ยงภาษีส่วนบุคคลผ่านการถือครองสินทรัพย์ทางการเงินนอกประเทศ

5 ดินแดนหรือประเทศที่ครองสัดส่วนแหล่งซุกภาษีของประเทศอื่นมากที่สุดในโลกตามรายงานของทีเจเอ็น นำโดยหมู่เกาะเคย์แมน แดนสวรรค์อันเลื่องชื่อสำหรับจอมเลี่ยงภาษี ซึ่งครองสัดส่วนภาษีที่หายไปทั่วโลกถึง 16.5% คิดเป็นกว่า 7 หมื่นล้านดอลลาร์

อันดับ 2 คือ สหราชอาณาจักร ครองสัดส่วน 10% รวมกว่า 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์ อันดับ 3 คือเนเธอร์แลนด์ สัดส่วน 8.5% รวมกว่า 3.6 หมื่นล้านดอลลาร์ อันดับ 4 ลักเซมเบิร์ก สัดส่วน 6.5% รวมกว่า 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์ และอันดับ 5 คือเศรษฐกิจเบอร์ 1 ของโลกอย่างสหรัฐ ที่ครองสัดส่วน 5.53% รวมกว่า 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ 37.4% ของรายได้ภาษีที่หายไปทั่วโลกเกี่ยวข้องกับสหราชอาณาจักร ซึ่งรวมถึงบรรดาดินแดนโพ้นทะเลอย่างหมู่เกาะเคย์แมน และดินแดนปกครองครองตนเองซึ่งอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของสหราชอาณาจักร เช่นหมู่เกาะคุก

ขณะที่ 55.4% ของเงินภาษีที่หายไปทั่วโลกไปซุกอยู่กับกลุ่มมหาอำนาจดินแดนเลี่ยงภาษี เช่น สหราชอาณาจักรและดินแดนในเครือ เนเธอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก และสวิตเซอร์แลนด์

ข้อสงสัยหนี่งในประเทศที่ได้รับความเสียหายจากการเลี่ยงภาษีมหาศาลจากนักการเมืองขี้ฉ้อ เศรษฐีขี้ตระหนี่มีประเทศไทยอยู่ด้วยไหม?

องค์กรนี้เคยรายงานดัชนีความลับทางการเงิน (Financial Secrecy Index) เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ระบุว่า “ไทย” เป็นแหล่งฟอกเงินที่มีดัชนีความลับทางการเงินอยู่ที่ 448.86 ติดอันดับ 17 จาก 133 ประเทศทั่วโลก และอันดับ 2 ในอาเซียน เป็นรองเพียงสิงคโปร์ ขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันมาตลอดว่า ได้กำกับดูแลและตรวจสอบสถาบันการเงินให้มีกระบวนการป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินอย่างใกล้ชิด หากพบธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย จะรายงานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยทันที

แล้วหมู่เกาะคุก-สวรรค์แห่งเศรษฐีนักเลี่ยงภาษี อยู่ตรงไหนของโลกใบนี้?

หมู่เกาะคุก เป็นเขตปกครองตนเองของนิวซีแลนด์ มีประมุขคือ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ประกอบไปด้วยเกาะเล็ก ๆ 15 เกาะ ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ มีพื้นที่ทั้งหมด 240 ตาราง กิโลเมตร รายได้สำคัญของหมู่เกาะคุกมาจากการท่องเที่ยวฯ ธงชาติหมู่เกาะคุก มีลักษณะตามแบบธงของอดีตอาณานิคาของสหราชอาณาจักรในมหาสมุทรแปซิฟิกกล่าวคือ พื้นเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้าน้ำเงิน มีรูปมีธงชาติสหราชอาณาจักรที่มุมธงบนด้านคันธง (ธงเรือรัฐบาลสหราชอาณาจักร)

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับหมู่เกาะคุก

ทางการเมืองไทยและหมู่เกาะคุกสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2548 โดยมีสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตันเป็นจุดติดต่อดูแลหมู่เกาะคุก นอกจากนี้ประเทศไทยเป็นประเทศคู่เจรจาของ Pacific Island Forum (PIF) และได้แจ้งเวียนทุนการศึกษาและความช่วยเหลือประเทศสมาชิกหมู่เกาะแปซิฟิก รวมทั้งหมู่เกาะคุกผ่านทางเลขาธิการ PIF 

ทางเศรษฐกิจ “การค้าไทย-หมู่เกาะคุก” ปัจจุบันมีไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 11 ของหมู่เกาะคุก (ไม่รวมออสเตรเลียและนิวซีแลนด์) สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปยังหมู่เกาะคุก ได้แก่ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบเสื้อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น