แม่ยกทราย หน้าแหกยับ โดน “ตำราระบาดวิทยา” ฟาดหน้า หลังแยกไม่ออกระหว่าง “ระบาดระลอก 2” และ “ระบาดใหม่”

49381

ตำรามีไม่หัดอ่าน!! แม่ยกทราย หน้าแหกยับ โดน “ตำราระบาดวิทยา” ฟาดหน้า หลังแยกไม่ออกระหว่าง “ระบาดระลอก 2” และ “ระบาดใหม่”

โดยทางด้านของ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับความคืบหน้าของสถานการณ์โควิด-19 เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.63 ที่ผ่านมา และได้พูดถึงหนึ่งประเด็นหลักที่หลายๆคนให้ความสนใจ และแชร์ออกไปในโลกโซเชียลกันเป็นจำนวนมาก นั่นก็คือเรื่องที่ทางด้านของ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า วอนอย่าเรียกว่า “โควิดระลอก 2” เพราะนี่เป็นการ “ระบาดใหม่”

ซึ่งในรูปประโยคดังกล่าวนี้นั้น หลายๆคนเริ่มให้ความสงสัย ว่าคำพูดดังกล่าวของโฆษกศบค. คือการปัดความรับผิดชอบ พูดแก้ตัว และไม่เห็นถึงความแตกต่างของรูปประโยคดังกล่าวแต่อย่างใดเลย จึงทำให้หลายๆคนที่มีแนวคิดต่อต้านรัฐบาล เริ่มออกมานำข้อความดังกล่าวไปโจมตี และใส่ความโดยไม่หาข้อมูลทางวิชาการว่า 2 คำนี้มีนัยแตกต่างกันอย่างไรหรือไม่

ทั้งนี้คนที่ฮือฮาที่สุดก็คือ น.ส.อินทิรา หรือ ทราย เจริญปุระ แม่ยกของกลุ่มคณะราษฎร ที่ได้โพสต์ในประเด็นดังกล่าวเช่นกัน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ว่า

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

“ชอบที่หมอทวีศิลป์แถลงตะกี้ นักข่าวถามว่าติดวันเดียว500กว่าคน มากกว่าสถิติเดิมที่วันละ180จะเรียกว่าการระบาดระลอก2ได้ไหม แบบที่ศบค.เคยขู่ว่าระวังระบาดระลอก2
ทวีศิลป์ตอบว่า ไม่ถือว่าเป็นการระบาดระลอก2เพราะไม่ได้ติดมาจากกลุ่มเดิม ให้เรียกว่าการระบาดระลอกใหม่ ไอสัส!จีเนียสสสสส!!!”

ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนต่างเชื่อในข้อความที่แม่ยกได้ส่งเสริมว่า การพูดแนวนั้นของ นพ.ทวีศิลป์ เป็นการพูดโกหก เพื่อปกปิดความผิดพลาด ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วใน “ตำราระบาดวิทยา” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ. พันธ์ชัย รัตนสุวรรณ ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าวไว้ด้วยเช่นกัน ในความหมายตรงของ ของสิ่งที่เรียกว่า “ระลอก 2” และ “ระบาดใหม่” ซึ่งทั้ง 2 คำนี้ต้องแยกออกจากกันให้ชัดเจน เพราะ เป็นแนวทางเบื้องต้นในการประเมินสถานการณ์ แต่กลุ่มปลดแอก คณะราษ รวมถึงผู้สนับสนุน ต่างมองว่า 2 คำนี้เหมือนกัน โดยไม่ลงลึกในรายละเอียด พร้อมทั้งทำการโจมตี นพ.ทวีศิลป์ แบบไม่อิงข้อมูลทางวิชาการแต่อย่างใด เน้นความสะใจเป็นหลัก

โดยในตำราได้เขียนไว้ชัดเจนว่า “การป่วยระลอกสอง” หมายถึง อัตราร้อยละของผู้สัมผัสโรคที่มีภูมิไวรัสเกิดป่วยเป็นโรคขึ้นหลังจากสัมผัสผู้ป่วยกลุ่มแรก ซึ่งพูดง่ายๆก็คือการกระจายตัวของโรคเป็นวงกว้าง จากผู้ป่วยกลุ่มแรก โดยต้องคำนวนด้วย 2 สูตร คือ เนื่องจากว่าผู้ป่วยในระลอกแรกจะมีภูมิคุ้มกันต่อโรค จึงจำเป็นต้องนำมาลบหักล้างออกจากกลุ่มเสี่ยงที่ป่วยในระลอกสอง เพื่อหาแนวทางป้องกันตามหลักการและวิธีที่ถูกต้อง

ตามหลักแล้ว หากว่ายังแยกการระบาดของโรคระหว่าง “ระลอก 2” และ “ระบาดใหม่” ไม่ออก ก็จะไม่สามารถป้องกัน ประเมิน หรือยับยั้งสถานการณ์ได้นั่นเอง