กนง.เชื่อมั่นโควิดระบาดใหม่รัฐบาลคุมได้!?! สั่งตรึงดอกเบี้ย 0.50% ดันเศรษฐกิจฟื้นต่อเนื่อง คาดปีหน้าจีดีพีโต 3.2%

315

คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ประเมิน โควิดระลอกใหม่ยังไม่สะเทือนเศรษฐกิจ มั่นใจฟื้นได้ต่อเนื่อง ทั้งการบริโภค เอกชน การส่งออกดีขึ้น แต่ประมาทไม่ได้เพราะความไม่แน่นอนสูง จึงยังคงตรึงดอกเบี้ย 0.50% หนุนนโยบายการเงินการคลังแบงก์ชาติ เพื่อรักษาเสถียรภาพและขีดความสามารถในการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน คาดจีดีพีปีหน้าโตได้ 3.2%

23 ธ.ค. 2563 นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่ยังมีความเสี่ยงด้านต่ำและความไม่แน่นอนสูงในระยะข้างหน้า จึงยังต้องการแรงสนับสนุนจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ และรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินที่มีจำกัด เพื่อใช้ในจังหวะที่เหมาะสมและเกิดประสิทธิผลสูงสุด

นอกจากนี้ กนง. ยังได้ปรับคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปี 2563 จะฟื้นตัวได้ดีขึ้น ที่ติดลบ 6.6% จากคาดการณ์เดิมที่ ติดลบ 7.8% จากการบริโภคภาคเอกชนและการส่งออกที่ฟื้นตัวได้ดีขึ้น ขณะที่ทิศทางเศรษฐกิจในปี 2564 คาดว่าจะขยายตัวที่ 3.2% ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 3.6% ก่อนจะฟื้นตัวดีขึ้นที่ระดับ 4.8% ในปี 2565 ส่วนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในชณะนี้นั้น มองว่าจะมีผลกระทบกับภาพรวมเศรษฐกิจบ้าง แต่ไม่มากนัก เพราะมองว่าการระบาดจะอยู่ในวงจำกัด และกินระยะเวลาไม่นานเพียง 1-2 เดือนเท่านั้น รวมทั้งเชื่อว่าภาครัฐจะสามารถบริหารจัดการได้

“ในไตรมาส 3/2563 เห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยต่อเนื่องมาถึงไตรมาส4/2563 โดยเป็นการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและดีกว่าที่คาด มาจากการบริโภคและการส่งออกเป็นสำคัญ ส่วนการระบาดของโควิด-19 นั้น เชื่อว่าจะเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลจะมีมาตรการควบคุมออกมา โดยจะเป็นมาตรการในลักษณะที่ตรงจุด โดยปัจจัยดังกล่าวทำให้มองว่าเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มการฟื้นตัวได้ แต่ยังมีความเสี่ยงด้านต่ำสูงมากในระยะสั้น ดังนั้นหลังจากนี้จึงต้องจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดและมาตรการจากภาครัฐที่ออกมาว่าจะเข้มข้นแค่ไหน อย่างไร” นายทิตนันทิ์ กล่าว

นายทิตนันทิ์ กล่าวอีกว่า ตัวเลขจีดีพีในปี 2564 ถูกปรับลดลงพอสมควร ส่วนหนึ่งมาจากสมมุติฐานเรื่องนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงเหลือ 5.5 ล้านคน จากเดิมที่ 9 ล้านคน ซึ่งประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปีหน้า รวมถึงประสิทธิผลและการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยประเมินว่าในช่วงไตรมาส 2/2564 ประชากรของหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศสำคัญมากกว่า 30% จะเข้าถึงวัคซีน และในไตรมาส 3/2564 ประเทศนักท่องเที่ยวหลักของไทยจะเข้าถึงวัคซีนได้เกินกว่า 30% ส่วนประเทศไทยคาดว่าจะเข้าถึงวัคซีนได้ประมาณ 20% ภายในสิ้นปี 2564 ส่วนปี 2565 คาดว่าภาพรวมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ดีขึ้น

โดยนโยบายการเงินยังต้องผ่อนคลายต่อเนื่อง มาตรการทางการเงินและสินเชื่อควรเร่งกระจายสภาพคล่องไปสู่ผู้ที่ได้รับผลกระทบให้ตรงจุดและทันการณ์ ขณะที่มาตรการทางการคลังต้องพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ขาดช่วง โดยเฉพาะการเร่งเบิกจ่ายภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ควบคู่กับการดำเนินนโยบายด้านอุปทานเพื่อปรับรูปแบบธุรกิจและยกระดับทักษะแรงงาน ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมาย เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเต็มศักยภาพ รวมถึงรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน คณะกรรมการ กนง. ยังคงให้น้ำหนักกับการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ รวมถึงติดตามความเพียงพอของมาตรการภาครัฐและปัจจัยต่าง ๆ โดยเฉพาะสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ในประเทศ ในการดำเนินนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า โดยพร้อมใช้เครื่องมือนโยบายการเงินที่เหมาะสมเพิ่มเติมหากจำเป็น

ปีหน้าการกระจายวัคซีนทั่วถึง โอกาสนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมา

รวมถึงประสิทธิผลและการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยประเมินว่าในช่วงไตรมาส 2/64 ประชากรของหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่สำคัญ (ประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลก) มากกว่า 30% จะเข้าถึงวัคซีน และในไตรมาส 3/64 ประเทศที่เป็นนักท่องเที่ยวหลักของไทยจะเข้าถึงวัคซีนได้เกินกว่า 30% ขณะที่ประเทศไทยเองน่าจะเข้าถึงวัคซีนได้ประมาณ 20% ในช่วงสิ้นปี 64

ส่วนปี 65 คาดว่าภาพรวมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ดีขึ้น ตามการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากผลการได้รับวัคซีนที่แพร่หลายมากขึ้นเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของเศรษฐกิจในระยะปี 2564 ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยมีปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ สถานการณ์โรคโควิด-19 ในไทยที่อาจรุนแรงขึ้นและลุกลามกว่าคาด รวมถึงความไม่แน่นอนของประสิทธิภาพและการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 ดังนั้นมาตรการภาครัฐจำเป็นต้องมีความต่อเนื่อง และต้องมีการประสานนโยบายระหว่างหน่วยงาน เพื่อประคับประคองให้เศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน