ไผ่ ดาวดิน โทษ ม.112 ทำบ้านแตก แต่จะสู้จนกว่าจะตาย

21874

สืบเนื่องจาก 8 ธ.ค. ที่ผ่านมา ที่ สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ชนะสงคราม จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกพนักงานสอบสวน ฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กรณีการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. “19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร” ณ ท้องสนามหลวง

โดยนายจตุภัทร์ กล่าวว่า รู้สึกไม่ดีที่ถูกแจ้งข้อหา ม.112 ทั้งที่เราพูดถึงข้อเรียกร้อง 3 ประการ พูดถึงปัญหาสังคมไทย การแจ้งข้อหานี้ทำให้การพูดและสิทธิเสรีภาพถูกจำกัด อีกทั้งคดี ม.112 มีการพิจารณาคดีต่าง ๆ ไม่เหมือนคดีทั่วไป ทั้งศาลและตำรวจไม่เคยมีคำสั่งให้ประกันตัวเลย หลักการในกระบวนการยุติธรรมของผู้ถูกกล่าวหาหายไปหมด มองว่ารัฐกำลังยกระดับความรุนแรงทางกฎหมาย

เบื้องต้นพวกตนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยตำรวจได้ถอดเทปจากการปราศรัยที่สนามหลวงในวันดังกล่าวมาประกอบหลักฐานดำเนินคดี จากนี้จะให้ปากคำเป็นเอกสารมอบกับตำรวจอีกครั้งในวันที่ 8 ม.ค. 2564 โดยในคำให้การ พวกตนยังยืนยันว่าไม่ยอมรับในมาตรา 112 และขอให้ยกเลิกกฎหมายข้อนี้

ทั้งนี้ นายจตุภัทร์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาการใช้ ม.110 ม.116 มันเพียงพอแล้ว แบบนี้จะยิ่งทำให้คนไม่กลัวกฎหมาย ไม่เหมือนเมื่อก่อน การใช้ ม.112 ยิ่งทำให้คนเห็นถึงความเลวร้ายและความอยุติธรรม เพราะมีอัตราโทษรุนแรงเทียบเท่ากับคดีอาญาอื่น ๆ ที่จำคุกมากกว่า 3 ปี เช่นคดีฆ่าหรือข่มขืนผู้อื่น ทั้งนี้เพราะคำว่าดูหมิ่นไม่มีบรรทัดฐานเลย คดีนี้จึงไม่มีหลักประกันในกระบวนการยุติธรรม ตนมาขนาดนี้ก็เกินกว่าจะถอยแล้ว จากนี้ก็จะต่อสู้ในชั้นศาลต่อไป แม้จะไม่เชื่อในระบบกฎหมาย แต่ก็ยังจะสู้เพื่อให้เห็นว่าความอยุติธรรมคืออะไร

ล่าสุดวันนี้ (23 ธ.ค.) ภายหลังจากที่เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา นายจตุภัทร์ มีการเคลื่อนไหวในเรื่องดังกล่าวอีกโดยโพสต์ระบุว่า วันนี้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว สวัสดีตอนเช้า นอกจากสอบก็มาศาลนี่แหละที่ต้องตื่นเช้า5555 นี่คือโพสต์ของวันนั้น ผมไม่รู้ว่าวันนี้จะต้องติดคุก ทนายน้อย ๆ บอกผมว่า ไม่ถอนหรอก ไม่มีเหตุให้ถอนประกัน สุดท้ายศาลก็มีคำสั่งให้ถอนประกัน โดยอ้างว่ามีการเย้ยหยันเจ้าพนักงาน และไม่เคยให้ประกันตัวอีกเลย

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ในชีวิตผมนอกจากวันเกิดที่ต้องจำ อีกวันที่ผมจะไม่ลืมคือ วันที่ 22 ธ.ค. 2559 มันเป็นวันที่ผมต้องติดคุก 2 ปี 4 เดือน 18 วัน มันเป็นวันที่ผมต้องพลัดพรากจากครอบครัว คนรัก พี่น้องเพื่อนฝูงมิตรสหาย มันคือ 2 ปีกว่า ที่ต้องเหงา ต้องอดทน ต้องเก็บมันไว้คนเดียว

ช่วงแรก ๆ ผมได้ออกศาลบ่อย ไม่ค่อยเหงาเท่าไหร่ ผมรอเวลา มา 8 เดือน เพื่อจะไปสู้คดี พอถึงวันที่พิจารณาคดี ผมก็ต้องตัดสินใจ ระหว่างรับสารภาพ กับสู้คดีต่อ ซึ่งแน่นอน ผมเลือกที่จะสู้ ใครหลายคนอาจเห็นว่าครอบครัวเราเข้มแข็ง แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้ การตัดสินใจสู้คดีของผมทำให้ครอบครัวแตกแยก แม่กับพ่อแยกกันอยู่ น้องสาวหนีออกจากบ้าน

15 ส.ค.2560 เป็นวันเกิดพ่อของผม และเป็นวันที่ผมอ่อนแอที่สุดในชีวิต ผมรับสารภาพทั้งน้ำตา ผมไม่ได้พูดว่ารับสารภาพเลย เพราะมันพูดไม่ได้ น้ำตามันไหลสะอึกจุกที่อก จนไม่สามารถพูดไรได้เลย ผมได้แต่พยักหน้า

ศาลบอกว่า ถ้ารับสารภาพศาลจะยกโทษ 3 ปี รับสารภาพจะลดอีกกึ่งหนึ่ง ก็จะเป็น 1 ปี 6 เดือน จำคุกมาแล้ว 8 เดือน ก็จะเหลือ 10 เดือน ก็จะได้ออกแล้ว สุดท้ายศาลแม่งก็หลอกผม มันยกมา 5 ปี

2 ปี 4 เดือน 18 วัน ที่ไม่เห็นดาวเห็นเดือน

2 ปี 4 เดือน 18 วัน ที่ไม่เคยเห็นความมืด

2 ปี 4 เดือน 18 วัน ที่ไม่เคยมีอิสรภาพ

จากใจนะ กูจะไม่มีวันให้อภัยมึง กูจะสู้กับมึงจนกว่ากูจะตาย

ก่อนหน้านั้น เมื่อ 15 ส.ค. 2560 ศาลจังหวัดขอนแก่นพิพากษาจำคุกนายจตุภัทร์ แกนนำกลุ่มดาวดิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา แต่จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อคดี จึงลดโทษเหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน คดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หลังนายจตุภัทร์แชร์ข้อความของสำนักข่าวต่างประเทศผ่านสังคมออนไลน์ ซึ่งมีข้อความเข้าข่ายผิดหมายอาญามาตรา 112 เมื่อต้นปี

นายจตุภัทร์ พยายามยื่นขอประกันตัวเพื่อต่อสู้คดี 7 ครั้ง ในช่วงเวลา 7 เดือน แต่ศาลไม่อนุญาต เพราะเป็นความผิดเกี่ยวกับสถาบันและความมั่นคง รวมทั้งการสืบพยานในชั้นศาลก็มีคำสั่งให้พิจารณาเป็นการลับทั้งคดีและห้ามเผยแพร่เนื้อหาในการสืบพยาน กระทั่งช่วงเช้าวันนี้ในการสืบพยานฝ่ายโจทก์ นายจตุภัทร์ยอมรับผิดตามข้อกล่าว

คดีนี้อัยการจังหวัดขอนแก่น เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2560 โดยกล่าวหาว่านายจตุภัทร์กระทำความผิดในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ นายนายจตุภัทร์ยังถูกฟ้องอีก 2 คดี คือ คดีความผิดตามพระราชบัญญัติการชุมนุมที่จังหวัดขอนแก่น และความผิดตามพระราชบัญญัติประชามติที่จังหวัดชัยภูมิ

อย่างไรก็ตาม นายจตุภัทร์ เป็นอดีตผู้ต้องขังคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จากกรณีแชร์บทความพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ของบีบีซีไทย ทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนได้รับอิสรภาพเมื่อ 11 พ.ค. 2562 เพราะได้รับพระราชทานอภัยโทษ รวมระยะเวลาที่ถูกจองจำนาน 2 ปี 6 เดือน จากโทษเต็ม 5 ปี