ปะทุสงคราม คนไทยต้องตื่นรู้?!? รัสเซียคำราม- เปิดภาพระเบิดนิวเคลียร์-โดรนใต้น้ำติดหัวรบ ส่งสัญญาณขู่สหรัฐฯเลิกป่วนโลก

3010

รัสเซียเผยแพร่ภาพแสนยานุภาพอาวุธนิวเคลียร์ทำลายล้างสำคัญ  2 แบบทั้งบนดินและใต้น้ำ เมื่อกระแสคุกรุ่นความขัดแย้งผลประโยชน์ และการช่วงชิงอำนาจความเป็นใหญ่เขม็งเกลียวในหมู่มหาอำนาจทั้งฝั่งตะวันตก และตะวันออก ไม่ว่าใครจะจับมือร่วมกับใคร ปธน.ปูตินได้ส่งสัญญาณบอกทุกฝ่ายว่า เขาพร้อมเผชิญหน้า และอาวุธของรัสเซียมีอำนาจทำลายล้างมหาศาล หากความขัดแย้งสูงสุดเป็นสงครามพื้นที่ 

Rosatom หน่วยงานด้านพลังงานนิวเคลียร์ของรัสเซียได้เผยแพร่ คลิปวิดีโอลับสุดยอดที่ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน  ขณะทำการทดลองระเบิดไฮโดนเจน ซาร์ บอมบา (Tsar Bomba) ได้รับการขนานนามว่า เจ้าแห่งระเบิด (King of Bomb) มีน้ำหนักถึง 50 เมกะตัน ซึ่งปลดปล่อยพลังเทียบเท่ากับระเบิดทั่วไปขนาด 50 ล้านตัน พลังทำลายล้างรุนแรงกว่าระเบิดนิวเคลียร์ฮิโรชิมา 3,333 เท่า  ระเบิดนิวเคลียร์ลูกนี้มีอานุภาพทำลายล้างสูงที่สุดในโลก ได้ทำการทดลองในทะเลแบร์เรนต์สเมื่อปี 1961 หรือเมื่อ 59 ปีที่แล้ว

กำเนิดจากอดีตสงครามเย็น สหรัฐ-รัสเซีย

เมื่อปี 1954 สหรัฐได้ทดลองระเบิดไฮโดนเจน แคสเซิล บราโว (Castle Bravo) ซึ่งใหญ่ที่สุดในขณะนั้นบน หมู่เกาะมาร์แชล โดยมีแรงระเบิด 15 เมกะตัน ต่อมาในปี 1961 รัสเซียได้พัฒนาซาร์ บอมบาซึ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาเพื่อโค่นสถิติของสหรัฐ

ในขณะนั้นรัสเซียใช้รถไฟขนซาร์ บอมบาไปยังฐานทัพโอเลนยา ก่อนจะขนย้ายใส่ท้องเครื่องบินทิ้งระเบิดตูโปเลฟ (Tu-95)  และในวันที่ 30 ต.ค. 1961 เครื่องบินดังกล่าวบินไปยังเกาะเซเวิร์นนีย์ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในอาร์กติกเซอร์เคิล เพื่อทิ้งระเบิด โดยซาร์ บอมบาระเบิดที่ความสูง 13,000 ฟุต หรือราว 4 กิโลเมตรเหนือพื้นดิน ช่วงที่สงครามเย็นปะทุเพื่อแข่งกับระเบิดไฮโดรเจนของสหรัฐ แสงไฟจากการระเบิดครั้งนั้นสามารถมองเห็นไปถึงประเทศนอร์เวย์ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 2,552 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนเทียบเท่ากับแผ่นดินไหว 5 แมกนิจูด และกัมมันตรังสีแพร่กระจายทั่วแถบสแกนดิเนเวีย ทำให้นานาชาติต่างประณามการทดลองนี้

รัสเซียโชว์ไม้เด็ด“โดรนใต้น้ำติดหัวรบนิวเคลียร์”

‘โพไซดอน’ (Poseidon)อาวุธสุดร้ายทำลายล้างโลกของรัสเซียใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือแต่ทดสอบขั้นสุดท้ายเท่านั้น เผยแสนยานุภาพสุดสะพรึงขนาดทำให้แผ่นดินไหวได้ แล่นได้ไกลถึงอเมริกากำลังอยู่ในการทดสอบขั้นตอนสุดท้าย หลังจากกระทรวงกลาโหมรัสเซียได้เผยโฉม ‘เขี้ยวเล็บ’ อาวุธสุดอันตราย ล่าสุดของกองทัพเรือรัสเซีย ข่มขวัญสหรัฐอเมริกา ชาติมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก เนื่องในวันกองทัพเรือรัสเซีย เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา

มีรายงานว่า โดรนใต้น้ำนิวเคลียร์โพไซดอนนี้ สามารถแล่นใต้น้ำด้วยความเร็ว 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถแล่นข้ามทวีป ในระยะทางได้ไกลถึง 10,000 กิโลเมตร อีกทั้งยังสามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ขนาด 100 เมกะตัน  นาวาเอก คอนสแตนติด ซิฟคอฟ แห่งกองทัพเรือรัสเซีย กล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า โดรนใต้น้ำนิวเคลียร์โพไซดอน อาจทำให้แผ่นเปลือกโลกแยก และสามารถทำลายอนุทวีปอเมริกาเหนือได้ทั้งหมดเลยทีเดียว เนื่องจากการขยับของแผ่นเปลือกโลกนั้นส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหวที่สามารถทำลายเมืองได้ทั้งเมือง โดยนาวาเอกซิฟคอฟ ยังอ้างว่า ตอนนี้ สหรัฐฯ รู้สึกหวาดกลัว และถึงกับเคยเรียกร้องให้รัฐบาลรัสเซียหยุดพัฒนาอาวุธทำลายล้างโลกนี้

การเมืองลงถนนที่เบลารุส-รัสเซีย ชี้ต่างชาติแทรกแซง

วันที่ 27 ส.ค. 2563 ปธน.วลาดิเมียร์ ปูติน ระบุว่า รัสเซียมีหน้าที่ที่จะต้องช่วยเหลือในด้านความมั่นคงของเบลารุสเนื่องจากการพันธมิตรที่ใกล้ชิดกันของทั้ง 2 ประเทศ ผู้นำรัสเซียยังย้ำว่า กองกำลังสำรองใหม่นี้จะไม่เข้าไปในเบลารุส ถ้าไม่มีพวกหัวรุนแรงใช้สโลแกนทางการเมืองบังหน้าเพื่อล้ำเส้น และเริ่มใช้อาวุธปล้นชิง, จุดไฟเผารถ บ้าน ธนาคาร, พยายามยึดอาคารรัฐบาลและอื่นๆ แต่สถานการณ์ในเบลารุสตอนนี้กำลังทรงตัว อย่างไรก็ตามเหตุทั้งหลายที่เกิดขึ้นมีมหาอำนาจภายนอกหนุนหลัง

เบลารุสกำลังเผชิญเหตุความวุ่นวายทางการเมือง ซึ่งมีชนวนเหตุจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อ 9 ส.ค. ซึ่งนายลูคาเชโก ที่ปกครองประเทศมา 26 ปี ชนะถล่มทลายได้คะแนนกว่า 80% ทำให้ฝ่ายค้านออกมากล่าวหาโกงการเลือกตั้ง นำไปสู่การประท้วงใหญ่ในกรุงมินสก์ และเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศ  ทั้งนี้ รัสเซียกับเบลารุสเป็นสมาชิกของ องค์กรสนธิสัญญาความมั่นคงร่วม (CSTO) ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของอดีตชาติสมาชิกโซเวียต เพื่อสนับสนุนด้านการประสานงานระหว่างกัน รวมทั้งรับประกันว่าพลเมืองของพวกเขามีสิทธิทำงานและอยู่อาศัยภายในทั้ง 2 ประเทศได้อย่างอิสระ

ทั่วโลกเผชิญแรงกดดันสงครามชิงพื้นที่ท่ามกลางระบาดโควิด-19

-กรีซ-ตุรกี(สมาชิกนาโต้) ขัดผลประโยชน์ก๊าซและน้ำมันในทะเลรอบเกาะครีด และประเทศไซปรัสล่าสุด กองทัพฝรั่งเศสและอิตาลีประกาศส่งเรือและเครื่องบินเข้าร่วมซ้อมรบกับกรีซและไซปรัสในน่านน้ำฝั่งตะวันออก ของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนระหว่างวันที่ 26-28 นี้ ขณะที่ตุรกีประกาศจะซ้อมรบในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันออกทางตะวันออกเฉียงเหนือของไซปรัสเช่นกัน

-เลบานอน เกิดเหตุการระเบิดท่าเรือหลักในเบรุต เมืองหลวงเลบานอน เสียหายมหาศาลทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ส่งผลคณะรัฐบาลลาออกทั้งคณะ ประเทศยังอยู่ในความวุ่นวายโศรกเศร้า และจนวันนี้ยังไม่อาจระบุได้ว่าระเบิดทำลายล้างนี้เกิดเพราะอุบัติเหตุหรือก่อการร้าย หรือการเมืองภายในประเทศเอง ท่ามกลางคราบเลือดและน้ำตาประชาชน ที่ชายแดนยังรบกันไม่หยุดรายวัน

-น่านน้ำในเอเซีย ทั้งช่องแคบไต้หวัน, น่านน้ำทะเลจีนใต้ เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายของการเมืองลงถนนในประเทศไทย  การเผชิญหน้าทางทหารของไต้หวันและจีน จากการหนุนหลังจากสหรัฐอย่างเปิดเผย

-รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ นายไมค์ ปอมเปโอ เดินสายทั่วยุโรปและตะวันออกกลาง แสวงหาพันธมิตรด้านความมั่นคง ถี่ๆตลอดเดือนสิงหาคม

เมื่อใดสงครามเชิงพื้นที่ระเบิดขี้น ซึ่งสามารถเกิดได้ทั้งพื้นที่ตะวันออกลาง เมดิเตอร์เรเนียน ทะเลจีนใต้สงครามโลกครั้งนี้จะหมายถึง มหาโลกาวินาศ เพราะมหาอำนาจทั้งตะวันตกและตะวันออก ต่างมีอาวุธนิวเคลียฺร์ในมือ ระดับสูสีกัน  จึงอาจเป็นไปได้ว่า การคำราม คุกคามด้วยท่าทีและวาจาจะยังคงดำเนินต่อไป รอดูว่าใครจะหมดความอดทนก่อนกัน  หรืออาจลากยาวไปถึงหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา  จุดชี้ขาดผู้นำของสหรัฐจะส่งสัญญาณบอกว่าฝั่งไหนจะชนะ ในความระส่ำจัดระเบียบโลกใหม่ที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน ท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 ที่ยังคุกคามชีวิตชาวโลกอยู่

คนไทย-กลุ่มการเมือง ทั้งในสภาและบนถนน หาก ยังไม่ตระหนักถึงภัยคุกคามจากมหาอำนาจภายนอกที่ชัดเจนอยู่รอบตัว กลับตกเป็นเหยื่อทางการเมือง ของประชาธิปไตยอันธพาล  เท่ากับทำลายความเข้มแข็งและประสิทธิภาพในการรับมือวิกฤติโลกของประเทศไทย

มหาอำนาจช้างสารรบกัน หญ้าแพรกจะไม่แหลกราญหรือ ???