ท่านใหม่ จี้ศาลอย่ากลัวเสียภาพพจน์ รุ้ง-กวิ้น ทำผิดกฎหมายซ้ำซาก เหมือนหมาบ้า ถึงเวลาต้องลงโทษ

3603

สงสาร พระองค์ท่าน!! ท่านใหม่ จี้แรง ศาลอย่ากลัวเสียภาพพจน์ “รุ้ง-กวิ้น” ทำผิดกฎหมายซ้ำซาก เหมือนหมาบ้า ถึงเวลาต้องลงโทษ!!

จากกรณีวันที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำคณะราษฎร โพสต์ข้อความเชิญชวนนัดแต่งกายด้วยเสื้อครึ่งตัวไปเดินห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน

ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวไม่ได้รับความสนใจจากผู้คนเท่าใดนัก เหล่าแกนนำที่นัดแนะกันจึงทำได้เพียงเดินไป-มาในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง โดยทางแกนนำดังกล่าว มี น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน และเพื่อนอีก 2-3 คน ได้ไปที่หน้าร้าน SIRIVANNAVARI แฟล็กชิพสโตร์ ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งเมื่อไปถึงได้ยืนหน้าร้านพร้อมกับชูสามนิ้วถ่ายรูป

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมดังกล่าวของเหล่าแกนนำนั้น ถูกวิจารณ์จากคนในสังคม และคนในโลกโซเชียลฯ อย่างมาก โดยบางคนระบุว่า เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงรักและเปิดร้านดังกล่าว แต่ทางเหล่าแกนนำกลับไปปั่นป่วนที่หน้าร้าน ไม่เกิดความละอายบ้างหรืออย่างไร เป็นต้น

ล่าสุดทางด้านของ ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือ ท่านใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

จริงๆแล้วสงสาร พระเจ้าอยู่หัว เมื่อพวกมันกระทำความผิดต่อกฏหมาย ซึ่งผิดต้องผิด จะลงโทษมากน้อยแค่ไหนแล้วแต่ศาล ไม่ต้องเกรงเสียภาพพจน์
ศาล และท่านผู้พิพากษา บางครั้งท่านก็มีความเมตตาเกินควร จับ แล้วก็ปล่อย ให้ประกัน จับแล้ว ก็ปล่อย ให้ประกัน ซึ่ง ศาล และท่านผู้พิพากษาได้ทำทุกอย่างแล้ว แม้แต่ทำสัญญาต่อศาล ไม่ต้องวางเงินค้ำประกัน แต่พวกนั้นไม่สนใจ กับทำผิดซ้ำซาก เหมือนไม่กลัวเกรง กฏหมาย และศาลสถิตยุติธรรม กันเลย (จริงๆแล้วก็ไม่กลัวเกรง อำนาจรัฐด้วย) เหมือนคนบ้า เหมือนคนไม่มีสติสัมปชัญญะ เหมือนหมาบ้า ได้ใจกัน ผมในฐานะ ประชาชน คนไทย ขอเรียนชี้แจงต่อกระบวนการยุติธรรม ว่า

“สถาบัน และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดำรงอยู่ในฐานะพระประมุขของประเทศ
ทรงเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะล่วงละเมิด หรือใช้สิทธิและเสรีภาพให้เป็นปฏิปักษ์ในทางหนึ่งทางใดมิได้ “
“การกระทำที่เป็นความผิดนั้นต้องพิจารณาข้อเท็จจริงทั้งหมด มิใช่ลำพังจะพิจารณาแต่คำพูดของผู้กระทำเท่านั้น แต่หมายความรวมทั้งกระทำ ทั้งคำพูด ทั้งกิริยาอาการ และสถานที่ที่มุ่งประสงค์จะเป็นจุดเกาะเกี่ยวที่สื่อให้คนทั่วไปเห็นได้ว่าเกี่ยวข้องกับองค์พระมหากษัตริย์ และการกระทำดังกล่าวนั้นทำโดยมีเจตนาให้องค์พระมหากษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ลดด้อยความเป็นประมุขของประเทศตามรัฐธรรมนูญ เป็นความผิดที่ประเทศชาติเสียหาย มิใช่เฉพาะพระองค์ท่าน
ม.จ. จุลเจิม ยุคล
ผมขออนุญาตคัดลอกข้อความของ ท่าน สว สมชาย แสวงการ มาให้อ่านกัน ถ้ายังไม่ผ่านสายตา
#กระบวนการยุติธรรมจักต้องเดินหน้ายุติเรื่องด้วยความเป็นธรรม

อาจารย์นักกฎหมายผู้ใหญ่ของประเทศกล่าวให้ความเห็นทางกฎหมายต่อผม
ที่ส่วนตัวเขื่อว่าจะเป็นประโยชน์ที่ผู้มีหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมจะได้ประกอบการพิจารณา
ต่อกรณีที่กลุ่มบุคคลได้กระทำการผิด
หมิ่นประมาทอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์
ต่างกรรมต่างวาระซ้ำซาก
ท้าทายไม่เคารพยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง
อันเป็นความผิดต่อความมั่นคงของชาติ
และทำร้ายต่อความรู้สึกจิตใจของพสกนิกรชาวไทยทั้งปวง
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดำรงอยู่ในฐานะพระประมุขของประเทศ
ทรงเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะล่วงละเมิด หรือใช้สิทธิและเสรีภาพ
ให้เป็นปฏิปักษ์ในทางหนึ่งทางใดมิได้”

“การกระทำที่เป็นความผิดนั้นต้องพิจารณาข้อเท็จจริงทั้งหมด
มิใช่ลำพังจะพิจารณาแต่คำพูดของผู้กระทำเท่านั้น
แต่หมายความรวมทั้งกระทำ ทั้งคำพูด ทั้งกิริยาอาการ
และสถานที่ที่มุ่งประสงค์จะเป็นจุดเกาะเกี่ยวที่สื่อให้คนทั่วไปเห็นได้ว่าเกี่ยวข้องกับองค์พระมหากษัตริย์ และการกระทำดังกล่าวนั้นทำโดยมีเจตนาให้องค์พระมหากษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ลดด้อยความเป็นประมุขของประเทศตามรัฐธรรมนูญ
เป็นความผิดที่ประเทศชาติเสียหาย มิใช่เฉพาะพระองค์ท่าน
หากชาวต่างชาติกระทำในลักษณะนี้เราคงต้องดำเนินการ
แต่นี่มันเป็นคนไทยเรากันเอง คงจะปล่อยให้ทำต่อไปไม่ได้”

“ผิดต้องผิด จะลงโทษมากน้อยแค่ไหนแล้วแต่ศาล ไม่ต้องเกรงเสียภาพพจน์”
ความเห็นของอาจารย์นักกฎหมายผู้ใหญ่ของประเทศท่านนี้
สมควรแล้วที่ผู้มีหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำกลางน้ำและปลายน้ำ
จะรับไว้เป็นข้อพิจารณา เพื่อดำเนินการให้เเกิดความยุติธรรมต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
ทำให้เกิดความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในชาติบ้านเมือง
ใช่หรือไม่ครับ

ด้วยความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรมทั้งปวงในบ้านเมืองนี้
สมชาย แสวงการ
สมาชิกวุฒิสภา
ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน
สิทธิเสรีภาพและคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา
22 ธันวาคม 2563